หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓ (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐)

พ.ศ. ๒๕๑๓

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓

เป็นปีที่ ๒๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

 

                   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

 

                   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล

รัษฎากร (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๑๓

 

                   มาตรา ๒*  พระราชบัญญัติให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                   *[รก.๒๕๑๓/๘๐/๕๙๑/๒๕ สิงหาคม ๒๕๑๓]

 

                   มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๙๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้

แทน

                   มาตรา ๔  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประมวลรัษฎากร

นี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินและเจ้าพนักงานอื่นโดยประกาศในราชกิจจา

นุเบกษากับออกกฎกระทรวง

                   (๑) ให้ใช้หรือให้ยกเลิกแสตมป์ โดยกำหนดให้นำมาแลกเปลี่ยนกับแสตมป์ที่ใช้

ได้ภายในเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดแต่ต้องให้เวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

                   (๒) กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรนี้

                   กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

                   มาตรา ๔  ให้ยกเลิกความใน (๒) ของมาตรา ๗๘ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้

ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๒) กิจการผลิตสินค้า ดังต่อไปนี้

                          (ก) ปอทุกชนิดรวมทั้งเศษปอ ไม่ว่าดิบหรือผ่านกรรมวิธีใด ๆ แล้ว รวมทั้ง

ปอที่เป็นเส้นใย แต่ไม่รวมถึงปอที่ปั่นเป็นเส้นหรือวัตถุประดิษฐ์อื่นจากปอ

                          (ข) ถั่วทุกชนิด  ไม่ว่ากะเทาะเปลือกหรือทั้งเปลือก บด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น

รวมทั้งกากถั่ว แต่ไม่รวมถึงแป้งถั่ว หรือถั่วที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหารนอกจากอาหารสัตว์

                          (ค) ข้าวโพด ไม่ว่าเป็นฝักหรือเมล็ด อบ บด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น แต่ไม่รวม

ถึงแป้งข้าวโพด หรือข้าวโพดที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหารนอกจากอาหารสัตว์

                          (ง) เมล็ดละหุ่ง

                          (จ) ข้าวเปลือก ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี

                          (ฉ) กากน้ำตาล กากมะพร้าว

                          (ช) ไม้ไผ่ ไม้รวก ไม่ว่าผ่านกรรมวิธีใด ๆ แล้วหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงวัตถุ

ประดิษฐ์จากไม้ดังกล่าว

                          (ซ) มันสำปะหลัง ไม่ว่าเป็นหัวหรือจัดทำเป็นผง แป้ง เส้น ก้อน แท่ง ฝอย

ชิ้น เม็ด หรือจัดทำในลักษณะอื่นรวมทั้งกากมันสำปะหลัง

                          (ฌ) ฝ้าย นุ่น งิ้ว ง้าว ไม่ว่าทั้งลูก กะเทาะเปลือก หรือแยกส่วนแล้ว รวมทั้ง

เมล็ด แต่ไม่รวมถึงปุยฝ้ายที่แยกเมล็ดออกแล้ว

                          (ญ) ปุยฝ้ายที่แยกเมล็ดออกแล้ว

                          (ฎ) น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด น้ำตาลจากไม่ว่าเป็นงบ ก้อน ปึก หรือมี

ลักษณะอย่างอื่น

                          (ฏ) กระวาน พริก พริกไทย สดหรือแห้ง แต่ไม่รวมถึงที่ป่นแล้ว

                          (ฐ) กล้วย แต่ไม่รวมถึงกล้วยที่ตาก อบ หรือ ผ่านกรรมวิธีอย่างอื่นเพื่อทำ

เป็นอาหารนอกจากอาหารสัตว์

                          (ฑ) มะขาม สด เปียก หรือแห้ง

                          (ฒ) เห็ด สดหรือแห้ง

                          (ณ) ชัน น้ำมันยาง น้ำรัก เร่ว กำยาน

                          (ด) พืชทุกชนิดรวมทั้งต้นไม้  ผักและธัญชาติผลหรือสิ่งอื่นที่เกิดจากพืชต่าง

ๆ ดังกล่าว นอกจากที่ระบุไว้ใน (ก) ถึง (ณ) และ นอกจากที่มีข้อจำกัดไว้ตาม (ก) (ข) (ค) (ช) (ฌ)

(ฏ) และ (ฐ) ไม่ว่าเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ทั้งสด

แห้ง แยกส่วน บด ทำให้เป็นชิ้น แช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือจัดทำโดยวิธีอื่นเพื่อรักษาไว้มิให้เสีย เป็น

การชั่วคราวระหว่างการขนส่งแต่มิใช่จัดทำหรือปรุงแต่งมากไปกว่าที่กล่าวมาแล้ว  ทั้งนี้ ไม่รวมถึง

ไม้ซุง ฟืน ผลิตภัณฑ์และวัตถุพลอยได้จากการสีข้าวหรือเลื่อยไม้

                   ทั้งนี้ สำหรับ (ก) ถึง (ฌ) เฉพาะกรณีที่ผู้ผลิตมิใช่เป็นผู้ส่งออก

                   มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความใน (๙) ของมาตรา ๗๘ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ และให้

ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๙) กิจการผลิตสัตว์ปีกรวมทั้งไข่และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ปีก แต่ไม่รวมถึง

กิจการฆ่าสัตว์ปีก

 

                   มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความใน (๑๐) ของมาตรา ๗๘ ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และ

ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๑๐) กิจการผลิตสินค้าดังต่อไปนี้

                             (ก) สัตว์ทุกชนิดที่มิใช่สัตว์น้ำและสัตว์ปีก รวมทั้งวัตถุพลอยได้จากสัตว์

แต่ไม่รวมถึงกิจการฆ่าสัตว์ดังกล่าว

                             (ข) ครั่งดิบ ครั่งเม็ด

                             (ค) หนังสัตว์ที่ยังไม่ได้ฟอก

                             (ง) รังไหม  เส้นไหมธรรมชาติ  ไม่ว่าดิบหรือผ่านกรรมวิธีใด ๆ รวมทั้งที่

ตีเกลียว

                   ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ผู้ผลิตมิใช่เป็นผู้ส่งออก

 

                   มาตรา ๗  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๒) ของมาตรา ๗๘ ทวิ แห่งประมวล

รัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙)

พ.ศ. ๒๕๐๘

                   (๑๒) กิจการส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าตาม (๒) (ญ) ถึง (ด)

 

                   มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๘ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่ม

เติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้ความ

ต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๗๘ ตรี  ผู้ประกอบการค้าที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก อาจยื่น

คำร้องต่ออธิบดีขอให้ถือว่าสินค้าที่ผลิตหรือนำเข้าในราชอาณาจักรหรือส่งออกนอกราชการอาณา

จักรได้มีการขายในวันผลิตหรือวันนำเข้าในราชอาณาจักรหรือวันส่งออกนอกราชอาณาจักร เมื่อ

อธิบดีเห็นสมควรก็ให้สั่งอนุมัติ

 

                   มาตรา ๙  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๘ จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้

ความต่อไปนี้แทน

 

                   มาตรา ๗๘ จัตวา  อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศให้ถือว่าผู้ประกอบ

การค้าที่เป็นผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งสินค้าตามที่กำหนด ได้ขายสินค้านั้น ๆ ในวันนำเข้า

ในราชอาณาจักร หรือวันส่งออกนอกราชอาณาจักร

 

                   มาตรา ๑๐  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๘ เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้

ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๗๘ เบญจ  เพื่อประโยชน์แก่การจัดเก็บและชำระภาษีตามหมวดนี้

                   (๑) วันนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าตามมาตรา ๗๘ ตรี และมาตรา ๗๘

จัตวา หมายความว่า วันที่ชำระอากรขาเข้า หรือวางหลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเงินอากร

ขาเข้า สำหรับกรณีที่ไม่ต้องเสียหรือยกเว้นอากรขาเข้า หมายความว่า วันที่มีการออกใบขนสินค้า

ขาเข้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

                   (๒) วันส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าตามมาตรา ๗๘ ตรี และมาตรา ๗๘

จัตวา หมายความว่า วันที่ชำระอากรขาออก หรือวางหลักประกัน หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันเงินอากร

ขาออก สำหรับกรณีที่ไม่ต้องเสียหรือยกเว้นอากรขาออก หมายความว่า วันที่มีการออกใบขนสินค้า

ขาออกให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

 

                   มาตรา ๑๑  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๘ นว แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้

ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๗๘ นว  ในกรณีที่มีการสั่งหรือนำสินค้าเข้าในราชอาณาจักรและมีการ

ส่งสินค้านั้นหรือสินค้าที่ผลิตหรือผสมหรือประกอบด้วยสินค้านั้นออกนอกราชอาณาจักร ให้คืน

ภาษีการค้าที่เก็บไว้จากสินค้านั้นตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราส่วนเช่นเดียวกับการคืน

อากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

                   ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้าที่เป็นผู้ส่งออกซึ่งสินค้าตามที่อธิบดีกำหนดตาม

มาตรา ๗๘ จัตวา ได้เสียภาษีการค้าโดยถือว่าได้ขายสินค้าในวันส่งออกนอกราชอาณาจักร หาก

สินค้านั้นทั้งหมดหรือบางส่วนมิได้ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือส่งออกนอกราชอาณาจักร ใน

ลักษณะที่เสียหายหรือเสื่อมคุณภาพเป็นเหตุให้ราคาสินค้านั้นลดลง ให้คืนภาษีการค้าที่เก็บไว้จาก

สินค้าส่วนที่มิได้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือส่วนที่ราคาลดลงตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ วิธีการ

และอัตราส่วนเช่นเดียวกับการคืนอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

                   ในกรณีที่ต้องคืนภาษีการค้าดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง หากสินค้านั้น

เป็นสินค้าที่ไม่ต้องเสียหรือยกเว้นอากรขาเข้าหรืออากรขาออก ก็ให้คืนภาษีการค้าที่ได้เก็บไว้แล้ว

โดยอนุโลมตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราส่วนเช่นเดียวกับที่กล่าวในวรรคหนึ่งหรือวรรค

สองนั้น

 

                   มาตรา ๑๒  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๘ เอกาทศ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่ง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้

ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๗๘ เอกาทศ  กำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษี

ตามหมวดนี้ สำหรับสินค้าที่นำเข้าในราชอาณาจักรหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร เมื่อรัฐมนตรีเห็น

สมควร จะประกาศร่นให้เร็วขึ้นสำหรับสินค้าทุกรายการหรือบางรายการได้

                   ในกรณีที่มีการร่นกำหนดเวลาการชำระภาษีให้เร็วขึ้นตามวรรคหนึ่ง และผู้

ประกอบการค้าได้ชำระภาษีหรือวางเงินเป็นประกันภาษีภายในเวลาที่ร่นนั้น ให้ผู้ประกอบการค้าได้

รับการลดภาษีร้อยละ ๒ ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียหรือของจำนวนเงินที่วางเป็นประกัน แล้วแต่

จำนวนใดจะน้อยกว่า

                   ในกรณีที่มีการร่นกำหนดเวลาตามมาตรานี้ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓ อัฏฐ

มาใช้บังคับ

 

                   มาตรา ๑๓  ให้ยกเลิกความใน (๕) และ (๖) ของมาตรา ๗๙ แห่งประมวล

รัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ.

๒๕๐๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๕) ในกรณีที่อธิบดีได้สั่งอนุมัติตามมาตรา ๗๘ ตรี ให้ถือว่าได้มีการขายสินค้า

ในวันผลิต รายรับ หมายความว่า มูลค่าของสินค้าในวันผลิตหรือวันที่ได้รับอนุมัติ แล้วแต่วันใดจะ

เป็นวันหลัง

                   (๖) ในกรณีที่อธิบดีได้สั่งอนุมัติตามมาตรา ๗๘ ตรี ให้ถือว่าได้มีการขายสินค้า

ในวันนำเข้าในราชอาณาจักรหรือวันส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือในกรณีที่อธิบดีได้ประกาศตาม

มาตรา ๗๘ จัตวา ให้ถือว่าผู้ประกอบการค้าที่เป็นผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งสินค้าตามที่กำหนดได้

ขายสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร หรือวันส่งออกนอกราชอาณาจักร รายรับ หมายความว่า

มูลค่าของสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร หรือวันส่งออกนอกราชอาณาจักร และมูลค่าของ

สินค้าในวันส่งออกนอกราชอาณาจักร ให้ถือตามมูลค่า ณ ที่ส่งออกแต่ไม่รวมอากรขาออก

 

                   มาตรา ๑๔  ให้ยกเลิกความใน (๑๐) และ (๑๒) ของมาตรา ๗๙ ตรี แห่ง

ประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙)

พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๑๐) การนำเข้าในราชอาณาจักรหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าที่

จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

                   (๑๒) การค้าของผู้ประกอบการค้าที่มิใช่เป็นผู้นำเข้าหรือส่งออกเฉพาะในเดือน

ภาษีที่มีรายรับรวมกันไม่ถึงสองพันบาท

 

 

                   มาตรา ๑๕  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑๓) (๑๔) (๑๕) และ (๑๖) ของมาตรา

๗๙ ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

(ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘

                   (๑๓) การนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าเฉพาะที่เก็บรักษาไว้ในคลังสินค้า

ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร และส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยได้รับการงดเว้นการเก็บอากร

ศุลกากร

                   (๑๔) การส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าดังกล่าวใน (๑๓)

                   (๑๕) การนำเข้าในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือคืนอากรศุลกากร

ในกรณีสูญหายหรือถูกทำลายตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

                   (๑๖) การส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าที่ได้รับคืนภาษีการค้าตามมาตรา

๗๘ นว วรรคหนึ่งและวรรคสาม

 

                   มาตรา ๑๖  ให้ยกเลิกความใน (๕) ของมาตรา ๗๙ จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ และ

ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   (๕) ในกรณีที่ราคาขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ ถ้ามีการขายเงินตราต่าง

ประเทศที่ได้รับชำระเป็นเงินตราไทยในเดือนที่ขายสินค้า ให้ถือเงินตราไทยจากการขายนั้นเป็นราย

รับ ถ้ามิได้มีการขายเงินตราต่างประเทศในเดือนที่ขายสินค้า ให้คำนวณราคาขายสินค้าที่เป็นเงิน

ตราต่างประเทศ เป็นเงินตราไทยตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศ

ไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายของเดือนที่มีการขายสินค้านั้น

                   ในกรณีสินค้าที่มีการกำหนดให้กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีการค้าเพื่อกรม

สรรพากร ให้คำนวณราคาขายสิ้นค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามอัตราที่กรม

ศุลกากรใช้คำนวณ

 

                   มาตรา ๑๗  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๖ จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๙) พ.ศ. ๒๕๐๘ และให้ใช้

ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๘๖ จัตวา  ภาษีตามหมวดนี้ถ้าในเดือนภาษีใดมีจำนวนไม่ถึงสิบห้า

บาท เป็นอันไม่ต้องเสียสำหรับเดือนภาษีนั้น

                   ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีสินค้าที่นำเข้าในราชอาณาจักรหรือส่ง

ออกนอกราชอาณาจักร

 

                   มาตรา ๑๘  ให้ยกเลิกความในชนิด ๘ แห่งประเภทการค้า ๑ ของบัญชีอัตรา

ภาษีการค้า ท้ายหมวด ๔ ลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

                   มาตรา ๑๙  บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรสำหรับรายรับก่อนวันพระราช

บัญญัตินี้ใช้บังคับ

                   มาตรา ๒๐  บรรดากฎกระทรวงที่ออกตามประมวลรัษฎากรและยังใช้อยู่ก่อน

วันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะมีการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติม โดย

ประกาศหรือกฎกระทรวง ซึ่งออกตามมาตรา ๔ แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช

บัญญัตินี้

 

                   มาตรา ๒๑  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติ

นี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    จอมพล ถนอม กิตติขจร

           นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อความชัดเจนและเหมาะสม

แก่สถานการณ์ปัจจุบัน

 

 

                                                                             ภคินี/แก้ไข

                                                                             ๑๓/๓/๒๕๔๕

                                                                                    A+B