หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๔๙๕ (ฉบับที่ ๙)

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๔๙๕ (ฉบับที่ ๙) (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

พ.ศ. ๒๔๙๕ (ฉบับที่ ๙)

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕

เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

 

                   โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

 

                   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล

รัษฎากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๙๕

 

                   มาตรา ๒*  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษา และให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ประจำปี ๒๔๙๕ เป็นต้นไป

                   *[รก.๒๔๙๕/๑๖/๓๔๙/๑๑ มีนาคม ๒๔๙๕]

 

                   มาตรา ๓  ให้ยกเลิกความในลักษณะ ๓ แห่งประมวลรัษฎากร และให้ใช้ความ

ต่อไปนี้แทน

 

ลักษณะ ๓

ภาษีบำรุงท้องที่

                  

 

                   มาตรา ๑๔๔  การเรียกเก็บภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งได้บัญญัติไว้ในลักษณะนี้ ให้อยู่

ในอำนาจหน้าที่ และการควบคุมของกรมสรรพากร

                   มาตรา ๑๔๕  ในลักษณะนี้เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

                   ที่ดิน หมายความตลอดถึง ทางน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ

                   เจ้าพนักงานสำรวจ หมายความว่า  เจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง

                   มาตรา ๑๔๖  ภาษีบำรุงท้องที่ที่เก็บมาได้นั้น เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด

ไว้ในกฎกระทรวงออกแล้ว ให้นำส่งเป็นเงินผลประโยชน์รายได้ของแผ่นดิน แต่ให้กันไว้ต่างหากเพื่อ

ใช้จ่ายในการบำรุงท้องที่โดยเฉพาะ

                   มาตรา ๑๔๗  เงินผลประโยชน์แผ่นดินตามความในมาตรา ๑๔๖ นั้น ให้จ่าย

บำรุงท้องที่ตามโครงการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จะได้กำหนดขึ้นไว้ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเป็นปี ๆ ไป

                   มาตรา ๑๔๘  นอกจากที่กฎหมายนี้ได้ระบุยกเว้นไว้แล้วบุคคลใดมีกรรมสิทธิ์ใน

ที่ดิน หรือครอบครองอยู่ในที่ดินซึ่งไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนใด บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องเสียเงินภาษี

บำรุงท้องที่ปีละครั้งสำหรับที่ดินแปลงนั้น ตามบัญชีอัตราภาษีบำรุงท้องที่ท้ายลักษณะนี้

                   มาตรา ๑๔๙  ที่ดินซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองหรือใช้เป็นที่ปลูกพืชผักสวน

ครัวตามควรแก่อัตภาพ หรือใช้เป็นคอกสัตว์ที่เลี้ยงไว้เอง ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตาม

เกณฑ์ดังนี้

                   (ก)  ถ้าเป็นที่ดินนอกเขตเทศบาลให้ยกเว้นไม่เกินห้าไร่

                   (ข)  ถ้าเป็นที่ดินในเขตเทศบาลให้ยกเว้นไม่เกินหนึ่งไร่

                   ในกรณีที่บุคคลคนเดียวมีที่ดินหลายแห่ง ให้หักให้เฉพาะที่เกี่ยวกับที่ดินซึ่งได้อยู่

อาศัยในปีสำรวจปีหนึ่ง ๆ แต่แห่งเดียว

                   ในกรณีที่บุคคลหลายคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันหรือครอบครองร่วมกันในที่ดินแห่ง

เดียวกัน ให้ได้รับยกเว้นร่วมกันไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ข้างต้น

                   ในกรณีที่บุคคลหลายคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน หรือครอบครองร่วมกันในที่ดิน

หลายแห่ง ให้นำบทบัญญัติในวรรคก่อน ๆ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                   มาตรา ๑๕๐  ที่ดินดังต่อไปนี้ ให้ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

                   (๑) พระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

                   (๒) สาธารณสมบัติของแผ่นดินและที่ดินของรัฐบาล ซึ่งใช้ในกิจการของรัฐบาล

หรือสาธารณะโดยมิได้หาผลประโยชน์

                   (๓) ที่ดินของเทศบาล ซึ่งใช้ในกิจการของเทศบาลหรือสาธารณะโดยมิได้หาผล

ประโยชน์

                   (๔) ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษาหรือการกุศลสาธารณะ

                   (๕) ที่ดินที่ใช้เฉพาะในศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หรือพระอารามหรือสำนัก

สงฆ์ หรือที่ธรณีสงฆ์ หรือสถานวัดบาดหลวง สถานพักสอนศาสนา หรือที่ศาลเจ้า

                   (๖) สุสาน และฌาปนสถาน

                   (๗) ที่ดินทางรถไฟ การประปา การไฟฟ้า หรือท่าเรือของรัฐ

                   (๘) ที่ดินซึ่งรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงยกเว้น

                   มาตรา ๑๕๑  ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตั้งกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางของ

ที่ดินในตำบลหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยบุคคลในท้องที่นั้น ดังต่อไปนี้

                   (๑) ในกรณีที่ดินในเขตเทศบาล ให้มีสรรพากรจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่ง นาย

อำเภอหนึ่ง และเทศมนตรีหรือผู้แทนหนึ่ง รวมเป็นสามคน

                   (๒) ในกรณีที่ดินนอกเขตเทศบาล ให้มีสรรพากรจังหวัดหรือผู้แทนหนึ่ง นาย

อำเภอหนึ่ง และกำนันหนึ่ง รวมเป็นสามคน

                   ถ้าราคาที่ดินในเขตนั้นแตกต่างกันมา ก็ให้กำหนดเขตเป็นหน่วย ๆ ภายใน

ตำบลนั้น เพื่อประโยชน์แก่การตีราคาปานกลางให้เที่ยงธรรม

                   มาตรา ๑๕๒ ในการตีราคาปานกลางของที่ดินนั้น โดยปกติให้นำเอาราคาที่ดิน

ในตำบลหรือหน่วยนั้น ๆ ที่ซื้อขายกันครั้งสุดท้ายไม่น้อยกว่าสามราย ในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนวันตีราคา มาคำนวณถัวเฉลี่ยถือเป็นราคาปานกลาง

                   ในกรณีที่ไม่มีการซื้อขายดังกล่าวข้างต้น การตีราคาปานกลางของที่ดิน ให้นำ

เอาราคาที่ดินของตำบลหรือหน่วยที่ใกล้เคียง ซึ่งมีสภาพและทำเลที่ดินคล้ายคลึงกันมาคำนวณถือ

เป็นราคาปานกลาง

                   มาตรา ๑๕๓  การตีราคาปานกลางนั้นมิให้คำนวณราคาโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง

หรือสิ่งเพาะปลูกเข้าด้วย

                   มาตรา ๑๕๔  เมื่อคณะกรรมการตีราคาปานกลางแล้ว ให้เสนอการตีราคาปาน

กลางนั้นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศราคาปานกลางของที่ดินนั้นไว้

ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และที่ตำบลนั้น ๆ

                   ถ้าผู้เสียภาษีไม่เห็นพ้องด้วยกับราคาปานกลางที่คณะกรรมการได้ตีไว้และ

ประสงค์จะคัดค้านการตีราคานั้น ให้นำบทบัญญัติหมวด ๒ ส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการอุทธรณ์มาใช้

บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่กำหนดซึ่งจะยื่นคำร้องคัดค้านนั้นให้ทำได้ภายในกำหนดสามสิบวัน

                   มาตรา ๑๕๕  การตีราคาปานกลางของที่ดินคราวหนึ่ง ๆ ให้ใช้ได้ไม่เกินสามปี

                   ถ้าภายในสามปี นับแต่วันประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัดมีเหตุแสดงว่า ราคาที่

ดินได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตีราคาใหม่ได้ตามที่เป็น

การสมควร หรือถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรตีราคาเสียใหม่เองก็ให้พึงทำได้ ทั้งนี้ โดยอนุโลม

ปฏิบัติตามความในมาตรา ๑๕๒ มาตรา ๑๕๓ และมาตรา ๑๕๔

                   ถ้ามีการตีราคาปานกลางใหม่ ให้การตีราคาใหม่นั้นมีผลใช้ได้ตั้งแต่ปีถัดไปนั้น

เป็นต้นไป

                   มาตรา ๑๕๖  การสำรวจรังวัดพื้นที่ดินและการแจ้งให้ผู้ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

มาเสียเงิน ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

                   มาตรา ๑๕๗  ในการสำรวจรังวัดพื้นที่ดิน ให้ผู้ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ชี้เขต

บอกจำนวนพื้นที่ดิน และให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานตามสมควร

                   มาตรา ๑๕๘  ผู้ใดไม่ชี้เขตหรือไม่ยอมบอกจำนวนพื้นที่ดินหรือชี้เขตหรือบอก

จำนวนพื้นที่ดินขาดจากจำนวนที่เป็นจริง เจ้าพนักงานสำรวจอาจสำรวจเอาเองตามที่รู้เห็นว่า

ถูกต้อง

 

                   มาตรา ๑๕๙  ที่ดินซึ่งใช้ในการเพาะปลูกพืช ถ้าการเพาะปลูกพืชในบริเวณนั้น

เสียหายมากผิดปกติ หรือทำไม่ได้ด้วยเหตุอันพ้นวิสัยที่จะป้องกันได้โดยทั่วไป ให้ผู้ว่าราชการ

จังหวัดมีอำนาจพิจารณายกเว้นหรือลดหย่อนได้ตามสมควร

                   มาตรา ๑๖๐  ที่ดินของเจ้าของเดียวและมีเขตติดต่อกันซึ่งถ้าคิดภาษีบำรุงท้องที่

ตามที่อัตราเต็มจำนวนเป็นเงินเกินกว่าหนึ่งบาท แม้จะได้รับการลดหย่อนตามมาตรา ๑๕๙ ก็ต้อง

เสียภาษีบำรุงท้องที่อย่างต่ำปีละหนึ่งบาท

                   มาตรา ๑๖๑  ให้ผู้ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่เสียเงินนั้นภายในสามสิบวันนับแต่

วันแจ้งให้เสียเงินตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ในการนี้ให้นำมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                   มาตรา ๑๖๒  เมื่อกรรมสิทธิหรือสิทธิ์ครอบครองของผู้ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่

ได้โอนตกไปยังบุคคลอื่นโดยเหตุใด ๆ ก็ตาม ให้ผู้รับโอนมีหน้าที่ร่วมกันในการเสียภาษีบำรุงท้องที่

                   มาตรา ๑๖๓  ผู้ใดจงใจไม่ยอมชี้เขต หรือไม่บอกจำนวนพื้นที่ดิน หรือจงใจชี้เขต

หรือบอกจำนวนพื้นที่ดินขาดจากจำนวนที่เป็นจริง หรือขัดขวางเจ้าพนักงานสำรวจ หรือไม่ปฏิบัติ

ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๖ ผู้นั้นมีความผิด

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

                   มาตรา ๑๖๔  ภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งต้องเสียตามลักษณะนี้ ถ้ามิได้เสียภายใน

กำหนด ให้เสียเพิ่มอีกร้อยละสิบของเงินที่ค้างอยู่ เงินเพิ่มนี้ให้ถือเป็นเงินภาษี

                   เพื่อให้ได้รับเงินค้างดังกล่าวนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาตรา ๑๒ มาใช้

บังคับโดยอนุโลม

 

                   มาตรา ๔  บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติ

นี้ให้ใช้บังคับใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บเงินช่วยบำรุงท้องที่ที่ค้างอยู่ หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับ

บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้

 

                   มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    จอมพล ป. พิบูลสงคราม

            นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

บัญชีอัตราภาษีบำรุงท้องที่

                  

 

                   ก. ที่ดินนอกเขตเทศบาล

                   [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

                   ข. ที่ดินในเขตเทศบาล

                   [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

หมายเหตุ

          ๑. ที่ดินต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เศษของไร่ให้คิดในอัตราลดลงตามส่วน

          ๒. เศษของ ๑ ตารางวา ให้ปัดขึ้นเป็น ๑ ตารางวา

          ๓. เศษของ ๕ สตางค์ ให้ปัดทิ้ง

 

 

                                                                             ภคินี/แก้ไข

                                                                             ๑๓/๓/๒๕๔๕

                                                                                   A+A