หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2480

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
กฎกระทรวง:
กฎ:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 8) พุทธศักราช 2480 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติ

ศุลกากร (ฉบับที่ ๘)

พุทธศักราช ๒๔๘๐

_______

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๑

เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                   โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙

 

                   จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม

ของสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๘)

พุทธศักราช ๒๔๘๐

 

                   มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                   *[รก.๒๔๘๑/-/๖๓/๒๕ เมษายน ๒๔๘๑]

 

                   มาตรา ๓ (๑) เพียงที่เกี่ยวแก่การเดินอากาศ คำต่อไปนี้ซึ่งใช้ในพระราชบัญญัติ

ศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีความหมายดังต่อไปนี้ เว้นแต่

จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

                   เรือกำปั่น หรือ เรือ ให้มีความหมายรวมถึงอากาศยาน

                   ท่า ให้มีความหมายรวมถึงสนามบินศุลกากร

                   นายเรือ ให้มีความหมายรวมถึงผู้ควบคุม

                   ด่านตรวจเรือ ให้มีความหมายรวมถึงสถานีตรวจอากาศยาน

                   ทำเนียบท่าเรือ ให้มีความหมายรวมถึงที่สำหรับบรรทุกของลงในหรือขนของ

ขึ้นจากอากาศยาน

                   เขตน่านน้ำสยาม ให้หมายความรวมถึง เขตแห่งราชอาณาจักร และอากาศ

เหนือราชอาณาจักร

                   (๒) คำว่า อากาศยาน สนามบิน ผู้ควบคุม และ ผู้ประจำหน้าที่ ให้มี

ความหมายตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็น

เป็นอย่างอื่น

                   สนามบินศุลกากร ให้หมายความว่า  สนามบินที่รัฐมนตรีได้กำหนดขึ้นไว้ตาม

พระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นสนามบินสำหรับการนำเข้า หรือส่งออก หรือนำเข้าและส่งออกซึ่งของ

ประเภทใด ๆ หรือทุกประเภททางอากาศ

 

                   มาตรา ๔  ให้ยกเลิกบทบัญญัติมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๔  เพื่อความประสงค์แห่งการนำของเข้าหรือส่งของออกหรือนำของเข้า

และส่งของออกและการศุลกากรให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวง

                   (๑) กำหนดท่าหรือที่ใด ๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นท่าหรือที่สำหรับการนำเข้า

หรือส่งออกหรือนำเข้าและส่งออกซึ่งของประเภทใด ๆ หรือทุกประเภททางทะเลหรือทางบก หรือให้

เป็นท่าหรือที่สำหรับการส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้าหรือของที่มีทัณฑ์บน ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไข

ตามแต่จะเห็นสมควร

                   (๒) กำหนดสนามบินใด ๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นสนามบินศุลกากรโดยมี

เงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร

                   (๓) ระบุเขตศุลกากร ณ ท่าใด หรือที่ใด หรือสนามบินใดซึ่งได้กำหนดไว้ดังกล่าว

ข้างต้น

 

                   มาตรา ๕  ในการเข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักรห้ามมิให้อากาศยาน

ลงในหรือขึ้นจากที่ใดนอกจากสนามบินศุลกากร

                   แต่ในกรณีที่อากาศยานจำต้องลงก่อนมาถึงหรือหลังแต่ได้ไปจากสนามบิน

ศุลกากรเพราะเหตุสุดวิสัย เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖ แล้ว ก็ให้ถือเสมือนหนึ่งว่า

ได้ลงในหรือขึ้นจากสนามบินศุลกากร เพื่อความประสงค์แห่งความในวรรคก่อน

 

                   มาตรา ๖  ถ้าอากาศยานซึ่งเดินทางเข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักรจำต้องลง

ในที่ใดนอกจากสนามบินศุลกากรเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ให้ผู้ควบคุมรายงานต่อพนักงานศุลกากรหรือ

พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยพลัน และเมื่อได้รับคำเรียกร้องก็ให้แสดงสมุดปูมซึ่งเป็นของ

อากาศยานนั้นต่อพนักงานที่กล่าวแล้ว และห้ามมิให้ผู้ควบคุมอนุญาตให้ขนของใด ๆ ขึ้นจาก

อากาศยานนั้นโดยมิได้รับความยินยอมของพนักงานศุลกากร และห้ามมิให้ผู้โดยสารหรือผู้ประจำ

หน้าที่ในอากาศยานนั้นออกห่างไปจากที่นั้น โดยมิได้รับความยินยอมของพนักงานศุลกากรหรือ

พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ถ้าที่ที่ลงนั้นเป็นสนามบินก็ให้ผู้ควบคุมรายงานต่อเจ้าของหรือ

พนักงานประจำสนามบินโดยพลัน ว่าอากาศยานนั้นได้มาลงแล้วและมาจากที่ใด และให้เจ้าของ

หรือพนักงานประจำสนามบินรายงานต่อพนักงานศุลกากรโดยพลันว่า อากาศยานนั้นได้มาลง

และต้องไม่ยอมให้ขนของใด ๆ ขึ้นจากอากาศยานนั้น หรือให้ผู้โดยสารหรือผู้ประจำหน้าที่ใน

อากาศยานนั้นไปจากสนามบินโดยมิได้รับความเห็นชอบของพนักงานศุลกากร

 

                   มาตรา ๗  ห้ามมิให้ผู้ใดในอากาศยานที่เดินทางเข้าในราชอาณาจักรทำลาย

หรือเปลี่ยนแปลงตราเครื่องหมายใด ๆ ซึ่งพนักงานศุลกากร ณ สนามบินซึ่งตนได้จากมาก่อนเข้าใน

ราชอาณาจักร ได้ประทับไว้กับส่วนใดของอากาศยานหรือกับของใดในอากาศยานนั้น

 

                   มาตรา ๘  เมื่อได้ออกใบปล่อยสำหรับอากาศยานแล้วตามมาตรา ๑๖ แห่ง

พระราชบัญญัตินี้ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้รับความยินยอมของพนักงานศุลกากรขนของใด ๆ ที่บรรทุก

ไว้ในอากาศยานนั้น เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรขึ้นจากอากาศยาน

 

                   มาตรา ๙  ในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

ความว่า อาจตรวจดูสมุดหนังสือหรือบันทึกเรื่องราว หรือเอกสาร ไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่เกี่ยวกับสินค้า

ให้หมายความรวมถึงว่าอาจตรวจและสลักหลังเอกสารใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับอากาศยาน หรือกับ

ของที่บรรทุกไว้หรือจะบรรทุกลงในอากาศยาน

 

                   มาตรา ๑๐  ในมาตรา ๒๑ แห่งราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

บทบัญญัติให้วางพนักงานศุลกากรลงประจำเรือนั้น มิให้ใช้บังคับแก่อากาศยาน

 

                   มาตรา ๑๑  บทบัญญัติในมาตรา ๒๒, ๒๘, ๓๘, ๔๔, ๔๙, ๕๐, ๕๓, ๕๔, ๕๗,

และ ๖๔ ถึง ๘๖ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม

มาตราเหล่านี้มิให้ใช้บังคับแก่การเดินอากาศ

 

                   มาตรา ๑๒  ในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

ความว่า ในทะเลหรือในแม่น้ำลำคลอง ให้หมายความรวมตลอดถึงที่ใด ๆ ในราชอาณาจักรซึ่ง

อากาศยานได้ลง

 

                   มาตรา ๑๓  ในการใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ บังคับ ห้ามมิให้ริบอากาศยานไม่ว่าประเภทใด ๆ

 

                   มาตรา ๑๔  ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธ

ศักราช ๒๔๖๙ บังคับแก่อากาศยานทุกประเภท

                   มาตรา ๑๕  ผู้ควบคุมอากาศยานทุกลำที่บรรทุกของมาแต่ภายนอกราชอาณา

จักร ต้องทำรายงานอันถูกต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในยี่สิบสี่

ชั่วโมง นับแต่เมื่ออากาศยานมาถึงสนามบินศุลกากร เมื่อยื่นรายงานนี้ให้ผู้ควบคุมยื่นสมุดปูมและ

บัญชีของทั้งปวงที่บรรทุกมา บัญชีนั้นต้องได้ลงลายมือชื่อพนักงานศุลกากรประจำสนามบินที่

บรรทุกของก่อนเข้ามาในราชอาณาจักรและรายงานนี้ต้องทำยื่นก่อนเปิดระวางอากาศยาน เว้นแต่

จะได้รับอนุญาตพิเศษ และถ้าอากาศยานลำใดมาถึงสนามบินศุลกากรมีของต่างประเทศที่ประสงค์

จะส่งออกก็ดี หรือจะขนขึ้น ณ ที่อื่นภายในราชอาณาจักรก็ดี ผู้ควบคุมจะต้องแถลงข้อความว่าด้วย

ของนั้น ๆ ลงไว้ในรายงานด้วย ถ้ามีการทำผิดต่อบทมาตรานี้ด้วยประการใด ๆ ผู้ควบคุมมีความผิด.

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และบรรดาของที่มิได้ทำรายงานยื่นไว้โดยถูกต้องนั้นให้กักไว้

จนกว่าจะได้รายงานให้ถูกต้อง หรือจนกว่าจะได้อธิบายเหตุที่ทำการขาดตกบกพร่องนั้นให้เป็นที่

พอใจของอธิบดี

                   เมื่ออากาศยานใดมิได้บรรทุกของ ก็ไม่ต้องทำรายงานตามมาตรานี้ แต่ต้องยื่น

สมุดปูมเพื่อพนักงานศุลกากรตรวจและสลักหลัง

 

                   มาตรา ๑๖  ก่อนจะปล่อยอากาศยานลำใดที่บรรทุกของหรือมิได้บรรทุกของ

ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ควบคุมหรือถ้าผู้ควบคุมไม่อยู่โดยเหตุจำเป็นอันจะหลีกเลี่ยงมิได้ก็

ให้ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมไปรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่

ศุลกสถานและต้องตอบคำถามใด ๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในข้อใด ๆ อันเกี่ยวแก่อากาศยานของที่

บรรทุกและการเดินทาง ต้องยื่นสมุดปูมเพื่อพนักงานตรวจและต้องยื่นใบแจ้งความว่าจะออกไปต่าง

ประเทศ ต่อพนักงานนั้นตามแบบที่อธิบดีกำหนดเมื่อพนักงานได้ลงลายมือชื่อในใบแจ้งความแล้วก็

ให้ถือว่าใบแจ้งความนั้นเป็นใบปล่อยให้อากาศยานออกเดินทางไปต่างประเทศได้

                   ถ้าอากาศยานนั้นบรรทุกของใด ๆ ก็ให้ผู้ควบคุมยื่นบัญชีของและทำคำสำแดง

รายการของทั้งปวงที่บรรทุกตามแบบที่อธิบดีกำหนด ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยอากาศยาน

ตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)

                   ถ้าอากาศยานลำใดออกจากสนามบินศุลกากรในราชอาณาจักรไปภาคต่าง

ประเทศโดยมิได้มีใบปล่อยอากาศยานหรือมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๑๗ แห่งพระราช

บัญญัตินี้ ผู้ควบคุมหรือตัวแทนในเมื่อผู้ควบคุมไม่อยู่ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง

พันบาท

                   อธิบดีมีอำนาจงดเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยอากาศยานที่ตั้งเก็บตามมาตรานี้

 

                   มาตรา ๑๗  ถ้าอากาศยานลำใดได้รับใบปล่อยอากาศยาน แล้วออกจากสนาม

บินศุลกากรหนึ่งไปยังสนามบินศุลกากรอื่นใดในราชอาณาจักร ให้ผู้ควบคุมยื่นสมุดปูมต่อพนักงาน

ประจำสนามบินนั้นเพื่อตรวจ และให้ยื่นใบแจ้งความว่าจะออกไปต่างประเทศต่อพนักงานนั้นด้วย

อีกฉบับหนึ่ง และถ้าบรรทุกของไว้ในอากาศยานก็ให้ยื่นบัญชีของและแสดงรายการของที่บรรทุก

ด้วยอีกฉบับหนึ่งเช่นกัน กับทั้งให้แสดงใบปล่อยอากาศยานที่พนักงานได้ออกให้ ณ สนามบิน

ศุลกากรแรกที่อากาศยานได้จากมานั้นด้วย และจะต้องทำเช่นนี้ต่อไปทุก ๆ สนามบินศุลกากร

จนกว่าจะได้รับใบปล่อยอากาศยานชั้นที่สุดออกนอกราชอาณาจักรและทุกคราว ๆ ที่ทำเช่นนี้ ให้

เอาใบปล่อยอากาศยานเพิ่มเติมติดแนบเข้ากับใบปล่อยอากาศยานที่ได้ออกให้ ณ สนามบิน

ศุลกากรแรกที่อากาศยานได้จากมานั้นด้วย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับใบปล่อยอากาศยาน

เพิ่มเติมทุกฉบับตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)

                   อธิบดีมีอำนาจงดเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยอากาศยานที่ตั้งเก็บตามมาตรานี้

 

                   มาตรา ๑๘  อธิบดีมีอำนาจสั่งลดหย่อนหรืองดเก็บค่าธรรมเนียมและค่าภาระ

ติดพันที่ตั้งเก็บตามมาตรา ๑๑๐ และ ๑๑๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ แก่

อากาศยานได้

 

                   มาตรา ๑๙  เพื่อสะดวกและให้ทันท่วงทีในการค้าอธิบดีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยน

แปลงรายการแห่งใบแนบ ๑, , ๕ ถึง ๑๓ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช

๒๔๖๙ และใบแนบ ๒ ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช

๒๔๗๒ และกำหนดแบบขึ้นใช้ใหม่ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร

 

                   มาตรา ๒๐  ให้ยกเลิกใบแนบ ๔ เพิ่มเติม (ช) ต่อท้ายพระราชบัญญัติศุลกากร

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๔ และให้ใช้ความในใบแนบ ๔ (ช) แนบท้ายพระราช

บัญญัตินี้แทน

 

                   มาตรา ๒๑  เพื่อสะดวกแก่การคมนาคมระหว่างประเทศในพฤติการณ์พิเศษ

รัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรเฉพาะกรณีให้อากาศยานใด หรือบุคคลใดได้รับยกเว้นจาก

บทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ตลอดทั้งบทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดหรือแต่

บางส่วนก็ได้ และจะกำหนดเงื่อนไขไว้ในคำสั่งนั้นด้วยก็ได้

 

                   มาตรา ๒๒  ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๕, , , หรือ ๘

และความผิดนั้นมิได้บัญญัติโทษไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

ผู้นั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

 

                   มาตรา ๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตาม

พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราช

บัญญัตินี้

 

 

 

 

                   กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    (ตามมติคณะรัฐมนตรี)

        สินธุสงครามชัย

             รัฐมนตรี

 

                                             (ใบแนบ ๔)

 

                   (ช) อัตราค่าธรรมเนียมออกใบปล่อย (พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช

๒๔๖๙ มาตรา ๔๙, ๕๐, ๖๘ และ ๖๙ หรือพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๘) พุทธศักราช

๒๔๘๐ มาตรา ๑๖ และ ๑๗)

                   [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

--------------------------------

หมายเหตุ :-  เรือที่ได้รับใบปล่อยเรือออกไปยังท่าในประเทศสยามและทั้งภาคต่างประเทศ

ด้วยให้เรียกค่าธรรมเนียมแต่อย่างเดียว คือ ค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียสำหรับใบปล่อยเรือไป

ภาคต่างประเทศ

 

                                                                             สุรินทร์/แก้ไข

                                                                             ๑๑/๐๒/ ๒๕๔๕

                                                                             A+B(C)