หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2474

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
กฎกระทรวง:
กฎ:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2474 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม

(ฉบับที่ ๓)

พุทธศักราช ๒๔๗๔

_______

 

                   มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปก

เกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า

 

                   โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙

                   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตรา

ดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม

(ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๔

 

                   มาตรา ๒*  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                   *[รก.๒๔๗๔/-/๕๖๐/ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๔]

 

                   มาตรา ๓  ให้เติมมาตราใหม่ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ขึ้นอีก

มาตราหนึ่ง ดังต่อไปนี้

                   มาตรา ๗ (ก)  เจ้าของหรือผู้ปกครองโรงพักสินค้า จะต้องเสียค่าธรรมเนียม

ใบอนุญาตสำหรับโรงพักสินค้าประจำปี ทุกโรงพักสินค้า ซึ่งได้รับอนุมัติตามมาตรา ๖ หรือมาตรา

๗ ดังแจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ฉ)

 

                   มาตรา ๔  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๘  อธิบดีจะให้อนุมัติและกำหนดคลังสินค้า หรือที่มั่นคงอันมิใช่เป็น

คลังสินค้า หรือที่มั่นคงชนิดที่อยู่ในความหมายแห่งมาตรา ๖ และ ๗ นั้นก็ได้ และอาจสั่งว่าส่วนใด

หรือภาคใดแห่งคลังสินค้าหรือที่เช่นนั้น จะพึงใช้เป็นที่เก็บของได้และโดยวิธีใด อธิบดีอาจดำริสั่งว่า

ของอย่างใดหรือมีปริมาณเท่าใดที่จะพึงเก็บในที่นั้น ๆ ได้ และอาจออกข้อบังคับเพื่อดำเนินการและ

กำกับตรวจตราที่นั้น ๆ ให้เป็นไปโดยชอบ อธิบดีอาจเรียกประกันจากเจ้าของ หรือผู้ปกครองคลัง

สินค้าหรือที่มั่นคงโดยให้ทำทัณฑ์บน หรือทำประการอื่นจนเป็นที่พอใจ เพื่อจัดการคลังสินค้า หรือที่

มั่นคงเช่นนั้นให้เป็นไปโดยชอบ และเพื่อเป็นประกันให้ใช้ค่าภาษีจนเต็มจำนวนอันจะพึงเรียกเก็บ

ในเวลาใด ๆ สำหรับของที่เก็บไว้นั้น อนึ่งคลังสินค้า หรือที่มั่นคงซึ่งได้อนุมัติตามมาตรานี้ต้องบังคับ

ตามบทบัญญัติที่กล่าวไว้โดยพิสดารในมาตรา ๘๗ ถึงมาตรา ๙๗

                   เจ้าของหรือผู้ปกครองคลังสินค้า จะต้องเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับ

คลังสินค้าประจำปีทุกคลังสินค้าซึ่งได้รับอนุมัติตามมาตรานี้ ดังแจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ฉ)

 

                   มาตรา ๕  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๔๙  ก่อนจะปล่อยเรือลำใดที่บรรทุกสินค้า หรือมีแต่อับเฉาออกไปนอก

พระราชอาณาจักร ให้นายเรือ หรือถ้านายเรือไม่อยู่ โดยเหตุจำเป็นอันจะหลีกเลี่ยงมิได้ ก็ให้บุคคล

ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากนายเรือไปรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่

ศุลกสถาน และต้องตอบคำถามใด ๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่อันเกี่ยวแก่เรือ สินค้า และการเดินทาง

และต้องยื่นหนังสือรายการสินค้าในเรือต่อพนักงานนั้น ๆ ตามแบบที่กำหนดไว้ในใบแนบ ๖ หรือ

แบบอย่างอื่นแล้วแต่อธิบดีจะได้กำหนด ให้นายเรือแสดงใบทะเบียนเรือ ใบปล่อยเรือขาเข้าต่อ

พนักงานเพื่อตรวจสอบ กับทั้งหลักฐานอื่นตามแต่จะต้องการ เพื่อแสดงว่าได้ใช้ค่าภาระติดพัน

สำหรับเรือ หรือสินค้านั้นเสร็จแล้ว

                   เมื่อเป็นที่พอใจว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ออก

ใบปล่อยเรือ ตามแบบที่กำหนดไว้ในใบแนบ ๗ ให้ไป ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยเรือตามอัตรา

ที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)

                   ถ้าเรือลำใดออกจากท่าในพระราชอาณาจักรไปภาคต่างประเทศโดยมิได้มี

ใบปล่อยเรือ หรือมิได้ปฏิบัติตามบทมาตราต่อไปนี้ ท่านว่านายเรือหรือตัวแทนในเมื่อนายเรือไม่อยู่

มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินพันบาท แต่ส่วนตัวแทนนั้นต้องพิสูจน์ได้ว่าได้ทำการสมคบกัน

กับนายเรือด้วย จึงมีความผิด

 

                   มาตรา ๖  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๕๐  ถ้าเรือลำใดได้รับใบปล่อยเรือแล้วออกจากท่าหนึ่งไปยังท่าอื่นใด

ในพระราชอาณาจักรเพื่อรับของส่งออกไป เมื่อได้ขนของลงบรรทุกเรือ ณ ท่าอื่นนั้นแล้ว ให้นายเรือ

ส่งมอบหนังสือรายการสินค้าที่ได้บรรทุกเพิ่มลงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่นั้น กับทั้งให้แสดง

ใบปล่อยเรือที่เจ้าพนักงานได้ออกให้ ณ ท่าแรกที่มาออกเรือมานั้นด้วย และจะต้องทำเช่นนี้ต่อไป

ทุก ๆ ท่า จนกว่าจะได้รับใบปล่อยเรือชั้นที่สุดออกนอกพระราชอาณาจักร และทุกคราว ๆ ที่ทำเช่น

นี้ ให้เอาใบปล่อยเรือเพิ่มเติมติดแนบเข้ากับใบปล่อยเรือที่ได้ออกให้ ณ ท่าแรกที่ออกเรือนั้นด้วย ให้

เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับใบปล่อยเรือเพิ่มเติมทุกฉบับตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)

 

                   มาตรา ๗  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๖๘  ก่อนเรือค้าชายฝั่งลำใดจะออกจากท่า หรือที่ขนสินค้าลง หรือถ่าย

สินค้าออก ให้ทำบัญชีเป็นสองฉบับ มีข้อความต้องกันตามแบบที่กำหนดไว้ในใบแนบ ๑๑ ลงชื่อ

นายเรือแสดงรายละเอียดของเรือ และสินค้าในเรือตามที่กำหนดไว้ และส่งมอบแก่พนักงานเจ้าหน้า

ที่ผู้ซึ่งจะได้ยึดใบคู่ฉบับไว้และลงวันเดือนปี และลงชื่อในต้นฉบับคืนให้ไป บัญชีนี้ให้ถือว่าเป็น

ใบอนุญาตปล่อยสินค้า และปล่อยเรือให้เดินทางได้ด้วย ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยเรือตาม

อัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช) ทุก ๆ ท่าที่ระบุชื่อไว้ในใบแนบนั้น ถ้าเรือค้าชายฝั่งลำใดออกจากที่

แห่งใดโดยมิได้มีใบอนุญาตเช่นนี้ก็ดี หรือถ้าไม่แสดงใบอนุญาตนี้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เมื่อเรือ

ถึงท่า และก่อนเริ่มขนสินค้าขึ้นก็ดี ท่านว่านายเรือมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

 

                   มาตรา ๘  ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร

พุทธศักราช ๒๔๖๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๖๙  เมื่ออธิบดีเห็นสมควรจะออกใบอนุญาตปล่อยสินค้าอย่างคุ้มได้

ทั่วไปให้แก่เรือลำใด ๆ ที่ไปมาค้าอยู่เสมอเป็นปกติระหว่างท่าต่าง ๆ ในพระราชอาณาเขตก็ได้ โดย

มีเงื่อนไขว่า จะต้องยื่นบัญชีอันถูกต้องแห่งสินค้าที่บรรทุกไปนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ตรงต่อ

ระเบียบการทุก ๆ เที่ยว และต้องส่งใบแจ้งความตามแบบที่กำหนดไว้ในใบแนบ ๑๒ ต่อพนักงาน

เจ้าหน้าที่ ณ ท่าที่เรือออกก่อนเวลาที่จะออกเรือ และให้ยื่นคำแจ้งความตามที่กำหนดไว้ในใบแนบ

อันเดียวกันนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ท่าที่เรือไปถึงภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เมื่อเรือไปถึงและ

ก่อนเริ่มขนสินค้าขึ้น ใบอนุญาตปล่อยสินค้าอันคุ้มได้ทั่วไปนี้อาจถอนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ โดยแจ้ง

ความให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าผู้ทรงใบอนุญาตปล่อยสินค้าอันคุ้มได้ทั่วไป ละเลยไม่ยื่น

บัญชีสินค้าและคำแจ้งความดังกล่าวไว้ในมาตรานี้ ท่านว่านายเรือมีความผิด ต้องระวางโทษตามที่

บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘

                   ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยเรือตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช) สำหรับ

เรือที่เดินไปมาโดยมีใบอนุญาตอย่างคุ้มได้ทั่วไปกำกับทุก ๆ ท่าที่ระบุชื่อไว้ในใบแนบนั้น และซึ่งจะ

ต้องยื่นรายการแจ้งกำหนดวันเรือมาถึงและออกไปตามความในมาตรานี้ และในอัตราเดียวกับที่จะ

ได้เรียกเก็บจากเรือทีไม่ได้ออกใบอนุญาตอย่างคุ้มได้ทั่วไป แต่อธิบดีจะยอมรับเงินฝากประจำ

ซึ่งจะได้หักออกเป็นค่าธรรมเนียมอันต้องเสียเป็นยอดรวมทุกระยะกึ่งปี

 

                   ประกาศมา ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นปีที่ ๗

ในรัชกาลปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

                                        (ใบแนบ ๔ (ค) เพิ่มเติม)

 

                   ให้เติมค่าธรรมเนียมทำการในเรือลำละ ในช่องท่านอกจากกรุงเทพ ฯ

                   วันอาทิตย์และวันหยุด                                 ๓ บาท

                   เวลากลางคืนระหว่าง ๑๘ นาฬิกา กับเที่ยงคืน      ๓ บาท

                   เวลากลางคืนระหว่างเที่ยงคืน กับ ๖ นาฬิกา        ๕ บาท

 

 

(ใบแนบ ๔ เพิ่มเติม)

 

                   (ฉ) ค่าธรรมเนียมสำหรับโรงเก็บสินค้าและคลังสินค้ามีทัณฑ์บน (มาตรา ๗ (ก)

และมาตรา ๘)

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

หมายเหตุ :-  ให้เสียค่าธรรมเนียมเป็นระยะครึ่งปีเป็นสองงวดมีจำนวนเท่ากัน คือในวันที่ ๑

เมษายน และในวันที่ ๑ ตุลาคม

 

(ใบแนบ ๔ เพิ่มเติม)

 

                    (ช) อัตราค่าธรรมเนียมปล่อยเรือ (มาตรา ๔๙, ๕๐, ๖๘, และ ๖๙)

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

 

หมายเหตุ :-  เรือที่ได้รับใบปล่อยเรืออกไปยังท่าในประเทศสยาม และทั้งภาคต่างประเทศด้วย

ให้เรียกค่าธรรมเนียมแต่อย่างเดียวคือต้องเสียค่าธรรมเนียมปล่อยเรือสำหรับที่ไปภาคต่างประเทศ

เท่านั้น

 

                                                                             สุรินทร์ / แก้ไข

                                                                             ๑๑/๐๒/๒๕๔๕

                                                                             A+B(C)