พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑)
พุทธศักราช ๒๔๗๑
___________
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรม
ราชโองการ ดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า
โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ของซึ่งส่งมอบไปจากโรงพักสินค้า หรือคลังสินค้าที่ได้
อนุมัติแล้วตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้น สมควรต้องเสียค่าภาษีตามพิกัด
อัตราที่ใช้อยู่ในเวลาที่ส่งมอบของนั้นไป
และโดยที่ทรงพระราชดำริว่า ราคาที่ประเมินเก็บค่าภาษีของซึ่งส่งมอบไปจาก
คลังสินค้ามีทัณฑ์บนนั้น ควรจะต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนขึ้นอีก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๔๗๑”
มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
*[รก.๒๔๗๑/-/๒๒/๑๕ เมษายน ๒๔๗๑]
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช
๒๔๖๙ และให้ใช้มาตราใหม่ต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๐ บรรดาค่าภาษีนั้น ท่านให้เก็บตามบทพระราชบัญญัตินี้และตาม
พิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลานั้น การเสียค่าภาษีนี้ท่านบังคับให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเงินที่ชอบ
ด้วยกฎหมายในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้ แต่
ก. ค่าภาษีที่จะต้องเสียสำหรับของที่ศุลกากรนำมารักษาไว้ตามมาตรา ๔๓ แห่ง
พระราชบัญญัตินี้ ท่านให้คำนวณตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในวันซึ่งศุลกากรได้ตรวจมอบของเช่นว่า
นั้นไปถูกต้องแล้ว
ข. ค่าภาษีที่จะต้องเสียสำหรับของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติแล้วตาม
มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ท่านให้คำนวณตามพิกัดอัตราซึ่งใช้อยู่ในวันซึ่งได้ย้ายของเช่นว่า
นั้นออกจากคลังสินค้าไปจริง
และถ้ามีเงินที่ได้เสียไว้แล้วเป็นค่าภาษีก่อนวันซึ่งได้ตรวจมอบของไปถูกต้อง
หรือก่อนวันซึ่งได้ย้ายของไปจริง ตามที่ว่ามาใน (ก) และ (ข) นั้นเป็นจำนวนใด ๆ อันต่างกับจำนวน
ค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียจริงแล้วไซร้ ก็ให้เสียเงินเพิ่มเติมหรือได้รับเงินคืน แล้วแต่กรณี”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช
๒๔๖๙ และให้ใช้มาตราใหม่ต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๘๘ รายการของซึ่งได้จดไว้ดังกล่าวมาก่อนนั้นจะได้เป็นรายการ
สำหรับคิดค่าภาษีอันจะต้องเสียสำหรับของนั้นในเวลาที่จะได้ส่งมอบของไปในชั้นที่สุด เมื่อได้ยื่นใบขน
สินค้าอันถูกต้อง และของนั้นจะได้ลงบัญชีและเรียกค่าภาษีเต็มตามปริมาณและราคาที่จดไว้ใน
รายการนั้น โดยไม่มีการลดหย่อนให้ เพราะเหตุที่ขาดจำนวนแต่อย่างหนึ่งอย่างใด เว้นแต่ในกรณี
ดังจะกล่าวสืบไปข้างหน้า”
ประกาศมา ณ วันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๑ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
ชไมพร/แก้ไข
๓๑ มกราคม ๒๕๔๕
_A+B (C)