หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
กฎ:
ข้อบัญญัติ:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช 2477 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

พุทธศักราช ๒๔๗๗

                  

 

นริศรานุวัติวงศ์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามพระราชกฤษฎีกาลงวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๖)

 

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรม

ราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า

 

                        โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมความแห่ง

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๖

 

                        จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗

 

                        มาตรา ๒*  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                        *[รก.๒๔๗๗/-/๔๔๑/๒ กันยายน ๒๔๗๗]

 

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ

พาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๖

 

                        มาตรา ๔  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เข้าเป็นวรรค ๒ และวรรค ๓ ของมาตรา ๑๒๘๐

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                        แต่ถ้าปรากฏว่าวัตถุที่ประสงค์ หรือกิจการของสมาคมใดน่าจะเป็นภัยอันตราย

ต่อสันติภาพของประชาชนก็ดี หรืออาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองก็ดี นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนสมาคมนั้นได้

                        เมื่อนายทะเบียนปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนนั้น ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งไปยัง

ผู้ขอตั้งสมาคม ถ้าผู้ขอตั้งสมาคมไม่พอใจในคำวินิจฉัยของนายทะเบียนให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยัง

รัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ในการนี้ได้ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งความ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีนั้น ท่านว่าเป็นที่สุด

 

                        มาตรา ๕  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เข้าเป็นมาตรา ๑๒๙๑ ทวิแห่งประมวลกฎหมาย

แพ่งและพาณิชย์

                        มาตรา ๑๒๙๑ ทวิ  เมื่อมีเหตุสงสัยว่าสมาคมใดจะดำเนินการไม่ชอบด้วย

กฎหมาย หรือเป็นภัยอันตรายต่อสันติภาพของประชาชน นายทะเบียนอาจสั่งให้สมาคมนั้นแจ้งวันเวลาประชุมทุกคราวมาให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง สมาคมใดมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียน ท่านว่านายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ปิดประชุมสมาคมนั้นได้แต่ครึ่งหนึ่งไม่ให้เกินสามเดือน

                        ในกรณีหลังนี้ ผู้จัดการสมาคมอาจอุทธรณ์คำสั่งปิดประชุมนั้นไปยังคณะ

กรรมาธิการ ซึ่งรัฐมนตรีเจ้าหน้าที่จะได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อการนี้

                        คณะกรรมาธิการนั้นประกอบด้วยผู้พิพากษาหนึ่งนาย อัยการหนึ่งนาย และผู้ที่

ไม่ใช่ข้าราชการประจำการหนึ่งนาย ให้ผู้พิพากษาเป็นประธาน

 

                        มาตรา ๖  ความในมาตรา ๑๒๙๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้

เป็นดังนี้

                        มาตรา ๑๒๙๓  ในกรณีอันใดอันหนึ่งซึ่งจะกล่าวต่อไปนี้เมื่อพนักงานอัยการ

หรือบุคคลใด ๆ ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลจะสั่งให้เลิกสมาคมและตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นคนหนึ่งหรือ

หลายคนก็ได้ คือว่า

                        (๑) ถ้าวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมผิดต่อกฎหมายหรือกลายเป็นผิดต่อกฎหมาย

                        (๒) ถ้าจะจัดการสมาคมนั้นต่อไปอีกไม่ได้ ไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

                        (๓) ถ้าปรากฏว่าผู้ซึ่งจัดการสมาคมนั้น เป็นบุคคลอื่นมิใช่ผู้จัดการที่ได้

จดทะเบียนไว้

                        (๔)  ถ้าปรากฏว่าสมาคมนั้นเป็นภัยอันตรายต่อสันติภาพของประชาชน หรือ

อาจจะกลายเป็นภัยอันตรายเช่นนั้น

 

                        ประกาศมา ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาล

ปัจจุบัน

 

      ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

   นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา

                 นายกรัฐมนตรี

 

                                                                                                ภคินี/แก้ไข

                                                                                                ๒๗/๒/๒๕๔๕

                                                                                                  A+B(C)