พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พุทธศักราช ๒๔๗๖
ประชาธิปก ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรม
ราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจะแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ในเรื่องการตั้งและเลิกสมาคม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ
ยินยอมของคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พุทธศักราช ๒๔๗๖”
มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
*[รก.๒๔๗๖/-/๑๓/๒ เมษายน ๒๔๗๖]
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นอนุมาตรา ๗ ของมาตรา ๑๒๙๒ แห่ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“(๗) โดยนายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน”
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นวรรค ๒ ของมาตรา ๑๒๘๐ แห่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“แต่ถ้าปรากฏว่าวัตถุที่ประสงค์หรือกิจการของสมาคมใดน่าจะเป็นภัยอันตราย
ต่อสันติภาพของประชาชนก็ดี หรืออาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบสุขในบ้านเมืองก็ดี นายทะเบียน
อาจจะไม่รับจดทะเบียนสมาคมนั้นได้”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความข้อ ๔ ของมาตรา ๑๒๙๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์เสีย
มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นมาตรา
๑๒๙๓ ทวิ
“ถ้าปรากฏว่าวัตถุที่ประสงค์หรือกิจการของสมาคมใดกลายเป็นภัยอันตรายต่อ
สันติภาพของประชาชนก็ดี หรือน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองก็ดี นายทะเบียนอาจสั่งให้ขีดชื่อสมาคมนั้นออกเสียจากทะเบียน”
มาตรา ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นมาตรา
๑๒๙๓ ตรี
“ในเมื่อนายทะเบียนปฏิเสธไม่รับจดทะเบียน หรือนายทะเบียนให้ขีดชื่อสมาคม
ใดออกจากทะเบียน ตามบทบัญญัติในมาตรา ๑๒๘๐ วรรค ๒ และมาตรา ๑๒๙๓ ทวิ ให้นาย
ทะเบียนมีหนังสือแจ้งไปให้ผู้ขอตั้งสมาคม หรือผู้จัดการสมาคมทราบแล้วแต่กรณี ถ้าผู้ขอตั้ง
สมาคม หรือผู้จัดการสมาคมไม่พอใจในคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยัง
รัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ในการนี้ได้ภายใน ๑๕ วันจากวันที่ได้รับแจ้งความ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้นับว่าเป็นที่สุด”
ประกาศมา ณ วันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๖ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาล
ปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พระยามโนปกรณนิติธาดา
นายกรัฐมนตรี
อัมพิกา/แก้ไข
๒๘/๒/๔๕
A+B (C)