หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2533

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2533 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชกฤษฎีกา

จัดตั้งคณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

พ.ศ. ๒๕๓๓

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

เป็นปีที่ ๔๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

 

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งคณะพัฒนาสังคมขึ้นในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๐๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๓๓

 

มาตรา ๒[๑]  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้จัดตั้งคณะพัฒนาสังคมขึ้นในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 

มาตรา ๔  ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ

นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันโครงการบัณฑิตศึกษาพัฒนาสังคม ในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ได้ขยายงานด้านการเรียนการสอนทางพัฒนาสังคม มากขึ้น สมควรยกฐานะโครงการบัณฑิตศึกษาพัฒนาสังคม จัดตั้งขึ้นเป็นคณะพัฒนาสังคม ในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในด้านการบริหารการเรียนการสอน การอบรม และการวิจัยค้นคว้า ทางด้านพัฒนาสังคม และโดยที่มาตรา ๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ.๒๕๐๙ ได้บัญญัติให้การจัดตั้งคณะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๑๕๙/หน้า ๓๒๒/๓๐ สิงหาคม ๒๕๓๓