หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2487 พุทธศักราช 2487

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: พระราชบัญญัติไม่อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2487 พุทธศักราช 2487 (กลับไปยังฉบับหลัก)

พระราชกำหนด

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

พุทธศักราช ๒๔๘๗

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)

อาทิตย์ ทิพอาภา

ปรีดี พนมยงค์

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗

เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                   โดยที่เห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

 

                   และโดยที่มีเหตุฉุกเฉินซึ่งจะเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ทันท่วงทีมิได้

 

                   จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้โดยอาศัยอำนาจตาม

ความในมาตรา ๕๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้ให้เรียกว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวล

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช ๒๔๘๗

 

                   มาตรา ๒* พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                   *[รก. ๒๔๘๗/๒๓/๓๙๔/๑๑ เมษายน ๒๔๘๗]

 

                   มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา

ความอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

                   มาตรา ๑๔๕ ในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอธิบดี

กรมอัยการ ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนอข้าหลวงประจำจังหวัด แต่ทั้งนี้

มิได้ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะจัดการอย่างใดแก่ผู้ต้องหาดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๓

                   ในกรณีที่ข้าหลวงประจำจังหวัดมีความเห็นพ้องด้วยคำสั่งไม่ฟ้อง ถ้า

อธิบดีกรมตำรวจเห็นสมควร ก็ให้มีอำนาจเรียกสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไม่ฟ้อง และ

ความเห็นของข้าหลวงประจำจังหวัดไปพิจารณา และอาจทำความเห็นแย้งได้

                   ในกรณีที่ข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีกรมตำรวจมีความเห็นแย้งคำสั่ง

ไม่ฟ้อง ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีกรมตำรวจ แล้วแต่กรณี รีบส่งสำนวนการสอบสวน

พร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อชี้ขาดแต่ถ้าคดีจะขาดอายุความหรือ

มีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง ก็ให้ฟ้องคดีนั้นตามความเห็นของข้าหลวงประจำจังหวัด

หรืออธิบดีกรมตำรวจไปก่อน

                   บทบัญญัติในมาตรานี้ให้นำมาบังคับในการที่พนักงานอัยการจะอุทธรณ์

ฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์และถอนฎีกาโดยอนุโลม

 

                   มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๑๔๗ แห่งประมวล

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                   เมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีนั้น

เว้นแต่จะได้มีการสอบสวนตามบทบัญญัติในวรรคก่อน หรือได้มีคำสั่งให้ฟ้องของอธิบดีกรม

อัยการ

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    จอมพล ป. พิบูลสงคราม

           นายกรัฐมนตรี

 

                                                                                     ปรียนันท์/แก้ไข

                                                                                        /   ๓ / ๔๕

                                                                                        A+B (C)