หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบ พุทธศักราช 2485

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:

พระราชบัญญัติ

สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องในการรบ

พุทธศักราช ๒๔๘๕

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)

อาทิตย์ทิพอาภา

ปรีดี พนมยงค์

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๕

เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                   โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรสงเคราะห์ราษฎรผู้สละชีพและอุทิศ

ร่างกายเพื่อประโยชน์แก่ชาติในการรบ

 

                   จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

                   มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัย

เนื่องในการรบ พุทธศักราช ๒๔๘๕

 

                   มาตรา ๒ *ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

                   *[รก.๒๔๘๕/๒๙/๘๙๒/๒๘ เมษายน ๒๔๘๕]

 

                   มาตรา ๓  พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่บุคคลได้รับบำเหน็จบำนาญ

อยู่แล้วตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการฝ่ายพลเรือนหรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ

บำนาญทหาร

 

                   มาตรา ๔  บุคคลใดได้รับบาดเจ็บเนื่องในการรบจนถึงทุพพลภาพ ไม่สามารถใช้

กำลังกายหรือความคิดประกอบอาชีพได้ตามปกติ ถ้าได้รับบาดเจ็บนั้นในขณะหรือเนื่องจากการ

ปฏิบัติการตามหน้าที่ซึ่งทางราชการหรือองค์การ ซึ่งทางราชการรับรองให้มีหน้าที่ปฏิบัติการในยามสงครามมอบหมายให้กระทำ หรือในขณะหรือเนื่องจากการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหน้าที่ของคนไทยในเวลารบ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพตามความในพระราชบัญญัตินี้

 

                   มาตรา ๕  เงินเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

มหาดไทยเป็นผู้กำหนดตามสมควรแก่พฤติการณ์และความทุพพลภาพได้ตั้งแต่สิบบาทถึงห้าสิบ

บาท

                   การขอเงินเลี้ยงชีพตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องแสดงรายงานแพทย์ผู้ตรวจ

อาการทุพพลภาพซึ่งทางราชการเห็นชอบด้วย กับรายงานเหตุการณ์ที่ได้ประสบอันตราย

 

                   มาตรา ๖  เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา ๕ ให้จ่ายเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่

ผู้มีสิทธิได้รับยังทุพพลภาพอยู่

 

                   มาตรา ๗  ถ้าผู้ได้รับบาดเจ็บตามความในมาตรา ๔ ต้องถึงตายเพราะเหตุนั้น

ก็ให้บุตรภริยาและบิดามารดาของผู้ตายได้รับเงินเลี้ยงชีพ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เป็นผู้กำหนดตามสมควรแก่พฤติการณ์ และตามอัตราที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕

 

                   มาตรา ๘  เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา ๗ ให้แบ่งจ่ายให้บุตรสองส่วน ภริยา

หนึ่งส่วน และบิดามารดาหนึ่งส่วน แต่ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่สามคนขึ้นไปให้แบ่งจ่ายให้บุตรสาม

ส่วน ภริยาหนึ่งส่วน และบิดามารดาหนึ่งส่วน

                   ถ้าไม่มีบุคคลทั้งสามจำพวกที่กล่าวแล้ว ให้จ่ายให้แก่ผู้ที่อยู่ในอุปการะของ

ผู้ตายหรือผู้มีอุปการะแก่ผู้ตาย ถ้าผู้ตายได้แสดงความจำนงเช่นนั้นไว้โดยชัดแจ้งเป็นหนังสือ และ

ถ้าผู้ตายได้กำหนดส่วนแบ่งไว้อย่างไร ก็ให้จ่ายตามนั้น

                   ถ้าในขณะที่สิทธิได้เงินเลี้ยงชีพเกิดขึ้นนั้น บุคคลที่กล่าวในวรรคก่อนจำพวกใด

ไม่มีตัวที่มีสิทธิจะได้รับ หรือได้ถึงแก่ความตายไปเสียหมดทั้งจำพวกแล้ว เงินเลี้ยงชีพทั้งหมดนั้นให้แบ่งเฉพาะระหว่างบรรดาจำพวกที่ยังมีสิทธิและมีชีวิตอยู่ตามส่วนที่กล่าวข้างต้น

                   ถ้าบุคคลที่รับเงินเลี้ยงชีพอยู่ตามความที่กล่าวมานี้คนใดตายหรือหมดสิทธิลง ก็

ให้ส่วนที่ผู้นั้นได้รับอยู่เป็นอันยุติลงเพียงนั้น

 

                   มาตรา ๙  เงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา ๘ นั้น ให้จ่ายเป็นรายเดือน โดยมี

กำหนดเวลาและเงื่อนไขดังต่อไปนี้

                   บุตรชายบุตรหญิงได้รับจนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เว้นแต่เมื่ออายุครบยี่สิบปี

บริบูรณ์นั้นกำลังศึกษาอยู่ในชั้นเตรียมอุดมศึกษาหรือในชั้นอุดมศึกษา ก็ให้ได้รับต่อไปจนสำเร็จ

การศึกษา แต่ไม่เกินอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

                   ภริยาได้รับตลอดอายุหรือจนมีสามีใหม่

                   บิดาและมารดาได้รับตลอดอายุ

                   ส่วนบุคคลที่ผู้ตายได้แสดงความจำนงไว้ให้เป็นผู้รับนั้นถ้าอายุยังอยู่ในเกณฑ์

ศึกษา ให้อนุโลมอย่างบุตรแล้วแต่กรณี ถ้าไม่เข้าลักษณะดังกล่าวแล้ว ให้รับเพียงสิบปี

                   ถ้าผู้มีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพตามความในมาตรา ๗ ได้พิการทุพพลภาพอยู่ก่อน

ผู้ตายก็ดี หรือพิการทุพพลภาพในระยะมีสิทธิได้รับเงินเลี้ยงชีพของผู้ตายก็ดี ให้ผู้นั้นได้รับเงินเลี้ยงชีพตลอดเวลาที่ยังพิการทุพพลภาพอยู่

                   อนึ่ง ผู้มีสิทธิรับเงินเลี้ยงชีพของผู้ตายถ้ายังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นผู้กำลัง

ศึกษาและอายุอยู่ในเกณฑ์ศึกษาตามมาตรานี้ หรือยังเป็นผู้พิการทุพพลภาพอยู่ หากทางราชการ

เห็นสมควรเข้าควบคุมและจัดการเกี่ยวกับเงินเลี้ยงชีพ เพื่อประโยชน์ของผู้มีสิทธินั้น ๆ ก็ได้

 

                   มาตรา ๑๐  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับแก่กรณีที่บุคคลได้รับบาดเจ็บถึง

ทุพพลภาพ หรือถึงตายเนื่องในการรบก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ได้ด้วย ถ้าการที่ได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพหรือถึงตายนั้นมิได้เกิดขึ้นก่อนเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔

 

                   มาตรา ๑๑  การร้องขอเงินเลี้ยงชีพตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องร้องขอ

ภายในกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันผู้มีสิทธิร้องขอได้ทราบถึงสิทธิของตน

 

                   มาตรา ๑๒  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตาม

พระราชบัญญัตินี้

                   กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    จอมพล ป. พิบูลสงคราม

            นายกรัฐมนตรี

 

                                                                         ชไมพร/แก้ไข

                                                                     ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

                                                                             A+B (C)