ประกาศสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ
เรื่อง ระเบียบการใช้บัตรชื่อ
------------
โดยเหตุที่ในปัจจุบันนี้การใช้บัตรชื่อเป็นมารยาทในการสมาคมอย่าง
หนึ่ง ซึ่งได้ปฏิบัติกันโดยแพร่หลายในนานาอารยประเทศ แม้ในวงราชการ
ของเราก็ได้ปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติแล้ว สภาวัฒนธรรมแห่งชาติให้พิจารณา
เห็นเป็นการสมควรที่จะได้ประมวลระเบียบการใช้บัตรชื่อไว้ เพื่อประชาชน
ชาวไทยจะได้ถือเป็นระเบียบปฏิบัติวัฒนธรรมส่วนนี้โดยถูกต้องและแพร่หลาย
สืบไป จึงประกาศระเบียบการใช้บัตรชื่อไว้ ดังต่อไปนี้
1. ลักษณะของบัตรชื่อ
(1) บัตรชื่อเป็นกระดาษหรือสิ่งใช้แทนกระดาษ มีสีขาวหรือสีนวล
เป็นแผ่นแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมแหลมริมเกลี้ยง ยาวระหว่าง 6
ถึง 8 ซ.ม. กว้างระหว่าง 4 ถึง 4.5 ซ.ม. สำหรับหญิงอาจใช้ขนาดเล็ก
กว่าที่กำหนดนี้ได้
(2) ตัวอักษรที่ใช้พิมพ์บนบัตรชื่อนั้น ควรเป็นแบบเรียบ ๆ คือ
ตัวพิมพ์หรือตัวเขียนบรรจงก็ได้ ไม่ควรใช้แบบตลกหรือมีลวดลาย ยิ่งเรียบ
เท่าไรยิ่งเป็นการถูกต้องและจะใช้พิมพ์ตัวนูนตามที่นิยมกันก็ยิ่งดี
การพิมพ์บัตรชื่อเป็นอักษรต่างประเทศด้วยนั้นย่อมทำได้ แต่ไม่ควรเกิน 1
ภาษาและพิมพ์ใต้อักษรไทยหรือพิมพ์ด้านหลัง
(3) หมึกที่ใช้พิมพ์ตัวอักษรในบัตรชื่อ ให้ใช้แต่สีเดียวบนบัตร
ชื่อแผ่นเดียวกัน และควรเป็นสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มเท่านั้น
(4) ชื่อผู้เป็นเจ้าของบัตรให้พิมพ์ด้วยเส้นที่เห็นได้ชัด และ
ตัวอักษรมีขนาดโตพอสมควร พิมพ์ไว้กึ่งกลางของบัตร ถ้าจะแสดงวิทยะฐานะ
ก็ให้พิมพ์ด้วยอักษรย่อของวิทยะฐานะนั้นไว้ท้ายชื่อ หรือถ้าแสดงตำแหน่ง
หน้าที่ไว้ด้วยก็ควรพิมพ์ไว้ใต้ชื่อด้วยตัวอักษรขนาดเล็กลง และจะมีตำบล
ที่อยู่หรือที่ทำงานไว้ตอนมุมล่างข้างขวามือด้วยตัวอักษรขนาดเล็กก็ได้
(5) วิธีพิมพ์ชื่อมีดังนี้
ก. บัตรชื่อของชายให้ลงคำนำหน้าชื่อหรือยศไว้ด้วย เช่น นาย,
หม่อมราชวงศ์, หม่อมเจ้า, พันโท, นาวาอากาศตรี แล้วถึงชื่อตัว ชื่อรอง
(ถ้ามี) และชื่อสกุล และ ควรพิมพ์ชื่อให้เต็ม แต่ถ้าจะใช้อักษรย่อก็ให้
ย่อได้แต่ยศและชื่อรองเท่านั้น
ข. บัตรชื่อของหญิงสาว (อายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)
สำหรับหญิงรุ่นสาวไม่จำเป็นต้องมีบัตรชื่อตนเองแต่อาจใช้บัตรชื่อร่วมกับ
แม่ของตน คือ พิมพ์ชื่อลงใต้ชื่อของแม่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นผู้เข้าสมาคมแล้ว
ให้มีบัตรชื่อของตนเองได้ การพิมพ์ชื่อในบัตรลงว่า `นางสาว' ข้างหน้า
ชื่อตัว ชื่อรอง (ถ้ามี) และชื่อสกุล ถ้ามีฐานันดรศักดิ์ก็ลงว่า
หม่อมราชวงศ์หญิง หม่อมเจ้าหญิง ฯลฯ
ค. บัตรชื่อของหญิงที่มีผัว ให้พิมพ์ว่า `นาง' และมีชื่อ
เดิมของหญิงนั้นแล้วจึงลงชื่อสกุลของผัว เช่น นางกัลยาเมียนายกล้า
หานสึก ให้ลงชื่อในบัตรว่า `นางกัลยา หานสึก' ดังนี้
ง. บัตรชื่อชนิดคู่ คือบัตรชื่อของผัวเมีย ให้พิมพ์ชื่อตัว
ของหญิงด้วย เช่น `นายกล้า และนางกัลยา หานสึก' ถ้าหญิงมียศของตนเอง
ก็ควรพิมพ์ยศด้วย เช่น `ร้อยโทหญิง กัลยา หานสึก'
จ. บัตรชื่อของหญิงหม้าย ผัวตาย คงใช้อย่างหญิงมีผัวจนกว่า
จะทำการสมรสใหม่ ส่วนหญิงหม้ายโดยหย่ากับผัวนั้นจะกลับไปใช้ชื่อตัว
ชื่อรอง (ถ้ามี) และชื่อสกุลเดิมของตนก็ได้
2. โอกาสที่ใช้บัตรชื่อ
(1) การวางบัตรเยี่ยมเป็นทางการ
(2) การวางบัตรเยี่ยมฉันท์กันเอง
(3) การวางบัตรภายหลังที่ได้ไปในการเลี้ยงอาหาร
(4) การวางบัตรเยี่ยมเพื่อแสดงความยินดี
(5) การวางบัตรเยี่ยมในยามที่อีกฝ่ายหนึ่งป่วยไข้ได้ทุกข์
(6) การวางบัตรเยี่ยมแสดงความเสียใจ
(7) การวางบัตรเพื่ออวยพร
(8) การวางบัตรเยี่ยมเพื่อลา
(9) การใช้บัตรชื่อแนะนำบุคคลให้รู้จักกัน
(10) การแจ้งการเปลี่ยนตำบลที่อยู่หรือเปลี่ยนวันรับแขก
(1) การวางบัตรเยี่ยมเป็นทางการ โดยปรกติผู้เป็นแขกหรือผู้มารับ
ตำแหน่งใหม่ ควรไปเยี่ยมเจ้าของสถานที่ หรือผู้ที่มาประจำอยู่ก่อนด้วยตน
เอง แต่ถ้าไม่สามารถไปเยี่ยมด้วยตนเองโดยทั่วถึงก็อาจส่งบัตรชื่อไปได้
โดยให้เลขานุการหรือผู้หนึ่งผู้ใดนำไปวาง
(2) การวางบัตรเยี่ยมฉันท์กันเอง การไปเยี่ยมอย่างฉันท์กันเอง
ถ้าไม่พบตัวก็เพียงแต่เอาบัตรชื่อวางไว้ให้ทราบว่าได้มาเยี่ยมแล้ว
(3) การวางบัตรภายหลังที่ได้ไปในการเลี้ยงอาหาร เมื่อได้ไปกินอาหาร
ในบ้านที่เพิ่งรู้จักกันเป็นครั้งแรก ควรวางบัตรชื่อให้เจ้าบ้านภายในหนึ่ง
สัปดาห์ แม้ผู้ที่ได้รับเชิญจะได้ตอบขัดข้องไป ก็อาจวางบัตรชื่อได้เช่น
เดียวกัน
(4) การวางบัตรเยี่ยมเพื่อแสดงความยินดี
(ก) การวางบัตรเยี่ยมเพื่อแสดงความยินดีในวันปีใหม่ วันเกิด
วันที่ระลึกต่าง ๆ
ในโอกาสเช่นนี้ควรเขียนทางมุมล่างซ้ายมือว่า `P.F.'(POUR FELICITER)
สำหรับใช้กับคนไทยด้วยกันควรเขียนทางมุมล่างซ้ายมือว่า `เพื่อยินดี'
(ข) ในกรณีที่ได้รับบัตรที่เขียน `P.F.'นี้ ผู้รับต้องส่งบัตร
ตอบแสดงความขอบใจผู้ส่งบัตร โดยเขียนที่มุมล่างซ้ายมือว่า `P.R.'
(POUR REMERCIER)
สำหรับใช้กับคนไทยด้วยกันควรเขียนทางมุมล่างซ้ายมือว่า
`เพื่อขอบคุณ'
(5) การวางบัตรเยี่ยมในยามที่อีกฝ่ายหนึ่งป่วยไข้ได้ทุกข์
ในกรณีเช่นนี้อาจส่งบัตรชื่อไปเยี่ยมผู้ป่วยได้ และจะเขียนข้อความย่อ ๆ
เช่นบอกการส่งดอกไม้ไปเยี่ยมด้วยก็ได้บัตรเช่นนี้ไม่ต้องเซ็นชื่อ เพราะ
ชื่อปรากฏอยู่ในบัตรนั้นแล้ว
(6) การวางบัตรเยี่ยมแสดงความเสียใจ การวางบัตรชื่อเพื่อแสดงความ
เสียใจนั้น ใช้สำหรับผู้ที่ไม่ใคร่สนิทสนมกัน สำหรับผู้ที่สนิทสนมกันควร
เขียนจดหมายแสดงความเสียใจไป ไม่ควรวางบัตรชื่อ
การวางบัตรแสดงความเสียใจ ให้เขียนที่มุมล่างซ้ายมือ ว่า `P.C.'
(POUR CONDOLEANCE) ในกรณีนี้ผู้ที่ได้รับบัตรต้องส่งบัตรตอบแสดงความ
ขอบใจไป โดยเขียนที่มุมล่างซ้ายมือว่า `P.R.' (POUR REMERCIER)
สำหรับใช้กับคนไทยด้วยกัน ให้เขียนมุมล่างด้านซ้ายมือว่า
`เพื่อเสียใจ' และผู้ที่ได้รับบัตรส่งบัตรตอบโดยเขียนมุมล่างซ้ายมือ
ว่า `เพื่อขอบคุณ'
(7) การวางบัตรเพื่ออวยพร การส่งบัตรชื่อเพื่ออวยพรนั้น อาจเขียน
ข้อความที่ประสงค์จะอวยพรลงในบัตรโดยไม่ต้องเซ็นชื่อ และสอดซอง ส่งไปได้
ผู้ได้รับบัตรควรส่งบัตรชื่อตอบขอบใจไป โดยเขียน `P.R.' ไว้ที่มุม
ล่างซ้ายมือ
สำหรับใช้กับคนไทยด้วยกันให้เขียน `เพื่อขอบคุณ' ไว้ที่มุมล่าง
ซ้ายมือ
(8) การวางบัตรเยี่ยมเพื่อลา การลาจากไปอยู่ต่างเมืองหรือจากไปเป็น
เวลานาน ควรเขียนทางมุมล่างซ้ายมือว่า `P.P.C.' (POUR PRENDRE CONGE)
บัตรลานี้ผู้รับไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ควรหาโอกาสไปส่งผู้ที่มาลาเท่าที่
จะทำได้ แต่ประเพณีนิยมในปัจจุบันนี้ ผู้วางบัตรลามักจะวางบัตรชื่อในวัน
เดียวกับที่จะออกเดินทาง หรือฝากไว้ให้คนอื่นวางแทนเมื่อออกเดินทางไปแล้ว
สำหรับคนไทยด้วยกันให้เขียนทางมุมล่างซ้ายมือว่า `เพื่อลา'
(9) การใช้บัตรเชื่อแนะนำบุคคลให้รู้จักกัน การแนะนำบุคคลให้รู้จัก
กันอาจใช้บัตรชื่อแทนจดหมาย แต่โดยมากใช้กันในวงการค้า โดยให้เขียนข้อ
ความแนะนำไว้ ในด้านหน้าของบัตร เช่น `ขอแนะนำให้รู้จัก นายกล้า หานสึก'
(10) การแจ้งการเปลี่ยนตำบลที่อยู่หรือเปลี่ยนวันรับแขก เมื่อมีการ
เปลี่ยนตำบลที่อยู่ อาจส่งบัตรชื่อพร้อมด้วยตำบลที่อยู่ใหม่ไปให้ผู้ที่
รู้จักคุ้นเคยทราบ ในกรณีเช่นนี้ควรขีดเส้นใต้ตำบลที่อยู่ใหม่
ถ้ามีการเปลี่ยนวันรับแขก ก็ควรปฏิบัติเช่นเดียวกับการเปลี่ยน
ตำบลที่อยู่
(3) มารยาทในการใช้บัตรชื่อ
(1) มีข้อที่ควรสังเกตว่าการเยี่ยมต่างกับการวางบัตรชื่อ
กล่าวคือการเยี่ยมนั้นประสงค์ที่จะพบกันด้วยตนเอง แต่วางบัตรชื่อเป็น
การแสดงมารยาทอย่างหนึ่ง จึงไม่ควรจะขอพบผู้ที่ไปว่างบัตรชื่อเยี่ยม
และไม่ควรถามถึงว่าผู้ที่รับบัตรชื่อเยี่ยมนั้นอยู่บ้านหรือไม่
(2) การวางบัตรชื่อนั้น โดยปกตินอกจากเยี่ยมผู้ป่วยไม่ควรวาง
บัตรในตอนเช้า ควรวางในตอนบ่ายภายหลัง 15.00 นาฬิกาล่วงแล้วแต่ไม่ควร
เกิน 18.00 นาฬิกา
(3) หญิงมักทำหน้าที่แทนผัวในการไปวางบัตรชื่อเยี่ยม
หรืออาจให้เลขานุการส่วนตัวหรือผู้หนึ่งผู้ใดนำบัตรชื่อไปวางแทน
ก็ได้
(4) การวางบัตรชื่อให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง ณ ที่ทำการเช่นตาม
กระทรวงทบวงกรม สถานทูตหรือที่พัก โรงแรมควรจะเขียนชื่อผู้ที่จะรับบัตร
ชื่อนั้นไว้ที่มุมซ้ายมือส่วนบนของบัตรชื่อ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสับสน
หรือตกหล่น และถ้าจะเขียนข้อความลงบนบัตรชื่อก็ควรบรรจุบัตรไว้ในซอง และ
จ่าหน้าซองมอบฝากไว้
(5) เพื่อที่จะให้ทราบว่าผู้เป็นเจ้าของบัตรไปวางบัตรเยี่ยมด้วยตน
เอง ให้พับมุมบนขวามือหรือพับด้านข้างขวามือโดยตลอด
(6) การเขียนข้อความลงบนบัตรนั้น ควรเขียนด้านหน้าของบัตร และ
จะเขียนด้วยหมึกหรือดินสอก็ได้เพียงให้อ่านได้ชัดเจนเท่านั้น
(4) จำนวนบัตรที่ควรจะวางและวางแก่ผู้ใดบ้าง
(1) ถ้าวางบัตรชื่อแก่คู่ผัวเมีย ควรวางบัตรชื่อ 2 แผ่น
(2) ถ้าฝ่ายผู้วางมีเมียด้วย ก็ควรวางบัตรชื่อของผู้นั้น 2
แผ่น และของเมีย 1 แผ่น หรือถ้ามีบัตรคู่ก็ควรวางเฉพาะของผัว 1 แผ่น
บัตรคู่ 1 แผ่น
(3) หญิงไม่ควรวางบัตรชื่อแก่ชาย เว้นไว้แต่การติดต่อการค้าขาย
(4) ชายไม่ควรวางบัตรชื่อให้แก่หญิงสาวรุ่นที่ยังไม่ออกสมาคม
(5) หญิงที่มีผัว ถ้าจะวางบัตรชื่อก็ควรวางบัตรชื่อของผัวร่วม
ไปด้วยเสมอ
ประกาศ ณ วันที่ 25 มกราคม 2487
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
ประธานกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ