หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:
กฎ:

พระราชบัญญัติ

วัฒนธรรมแห่งชาติ

พุทธศักราช ๒๔๘๕

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐

และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)

อาทิตย์  ทิพอาภา

ปรีดี  พนมยงค์

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๕

เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยวัฒนธรรมแห่งชาติ วางรากฐานให้มั่นคง บำรุงเทิดทูนและกระทำให้แพร่หลายยิ่งขึ้น

 

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕”

 

มาตรา ๒[๑]  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติบำรุงวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๓ และพระราชบัญญัติบำรุงวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕

 

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

“วัฒนธรรม” หมายความว่า ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ และศีลธรรมอันดีของประชาชน

 

มาตรา ๕  บุคคลทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตามวัฒนธรรมแห่งชาติ และต้องผดุงส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของชาติ โดยรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมตามประเพณีอันดีงาม และช่วยกันปรับปรุงทนุบำรุงให้ดียิ่งขึ้นตามกาลสมัย

 

มาตรา ๖  วัฒนธรรมซึ่งบุคคลจักต้องปฏิบัติตาม นอกจากจะได้กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติแล้ว ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาได้ในกรณีดังต่อไปนี้

๑ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย จรรยาและมารยาทในที่สาธารณสถานหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน

๒ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติตนและการปฏิบัติต่อบ้านเรือน

๓ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการประพฤติตนอันเป็นทางนำมาซึ่งเกียรติของชาติไทย และพระพุทธศาสนา

๔ ความมีสมรรถภาพและมารยาทเกี่ยวกับวิธีดำเนินงานอาชีพ

๕ ความเจริญงอกงามแห่งจิตใจและศีลธรรมของประชาชน

๖ ความเจริญก้าวหน้าในทางวรรณกรรมและศิลปกรรม

๗ ความนิยมไทย

 

มาตรา ๗  ในการกำหนดวัฒนธรรมโดยพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตราก่อน ให้คำนึงถึงสภาพแห่งท้องที่ ความเป็นอยู่ และประเภทของบุคคลในท้องที่ เป็นแห่ง ๆ ไป

 

มาตรา ๘  ให้จัดตั้งสภาวัฒนธรรมขึ้นสภาหนึ่งเรียกว่า “สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ” และให้สภานี้เป็นนิติบุคคล

 

มาตรา ๙  ให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติมีหน้าที่

(๑) ค้นคว้า ดัดแปลง รักษา และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติที่มีอยู่

(๒) ค้นคว้า ดัดแปลง และกำหนดวัฒนธรรมที่ควรรับไว้หรือปรับปรุงต่อไป

(๓) เผยแพร่วัฒนธรรมแห่งชาติให้เหมาะสมกับกาลสมัย

(๔) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งชาติในจิตใจของประชาชนจนเป็นนิสัย

(๕) ให้ความเห็น รับปรึกษา และปฏิบัติการตามความมุ่งหมายของรัฐบาลในกิจการอันเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ

 

มาตรา ๑๐  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการโดยทั่วไปของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ กรรมการและเลขาธิการของสภานี้ คณะรัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๑๑  ให้แบ่งงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็น ๔ สำนัก คือ

(๑) สำนักวัฒนธรรมทางจิตใจ

(๒) สำนักวัฒนธรรมทางระเบียบประเพณี

(๓) สำนักวัฒนธรรมทางศิลปกรรม

(๔) สำนักวัฒนธรรมทางวรรณกรรม

 

มาตรา ๑๒  กิจการซึ่งจะพึงปฏิบัติในสำนักต่าง ๆ ให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติกำหนดเป็นระเบียบการขึ้นไว้

 

มาตรา ๑๓  สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ อาจได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือจะรับเงินบำรุงจากบุคคลหรือองค์การใดก็ได้

 

มาตรา ๑๔  สมาคมหรือองค์การใดซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ไม่ว่าจะได้ตั้งอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ก็ตาม ต้องได้รับอนุญาตจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติก่อนจึงจะดำเนินการจัดตั้งตามกฎหมายหรือดำรงอยู่ต่อไปได้ และเมื่อได้ตั้งขึ้นหรือดำรงอยู่แล้ว ให้อยู่ในความควบคุมของสภานี้

 

มาตรา ๑๕  ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา ๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสิบสองบาท

เงินที่ได้จากค่าปรับเช่นว่านี้ ให้ถือเป็นเงินช่วยการประถมศึกษาตามความหมายของประมวลรัษฎากร

 

มาตรา ๑๖  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ป.  พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สัญชัย/ผู้จัดทำ

๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๗๔๔/๒๙ กันยายน ๒๔๘๕