ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่องการปฏิบัติของผัวเมีย
----------
ตามที่รัฐบาลได้ยึดถือความสำคัญและความเป็นปึกแผ่นของครอบครัวเป็นนโยบายและได้กระทำทุก ๆ
ทางที่จะให้ครองครัวเป็นรากถานสำคัญของชาติ มีความวัฒนาถาวรมั่นคง อันจะเป็นทางเพิ่มพูนวัฒนธรรม
และส่งเสริมความเจริญแก่ประเทศชาติยิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้น บัดนี้ยังปรากฏว่ามีผัวบางคนถือเหตุแห่งความอ่อน
โยนประจำใจของเมีย ประพฤติการทารุณ เช่นการทุบตีด่าว่าเมียของตนต่าง ๆ เสมือนว่าเมียของตน
นั้นเป็นทาสหรือผู้บำเรอรับใช้ที่ต่ำศักดิ์ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าละอายไร้ศีลธรรม และเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติ
ของประชาชาติยิ่งนัก ฉะนั้นจึงขอประกาศให้ได้ระลึกไว้ว่า ชายก็ดี หญิงก็ดี มีสิทธิและความเสมอภาค
เท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ เมื่อสมรสกันแล้ว ชายหญิงผู้เป็นผัวเมียย่อมมีหน้าที่ปฏิบัติต่อกันด้วยความไมตรี
และอารี ต้องทนุถนอมความสัมพันธ์แห่งครอบครัวให้มีความผาสุกกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และ
ให้เป็นที่เคารพนับถือของบุคคลโดยทั่วไป หน้าที่ของผัวเมียนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติไว้
โดยละเอียดแล้ว กฎหมายหาได้ให้อำนาจผัวที่จะทำการทารุณต่อเมียของตนอย่างใดไม่ ผัวไม่มีสิทธิที่
จะลงโทษเมียตนด้วยตนเอง จะตั้งศาลเตี้ยชำระความเอาเองหาได้ไม่ เมื่อคิดเห็นไม่ตรงกันและหา
ทางปรองดองกันด้วยดีไม่ได้ ก็มีอยู่ทางเดียวคือ หย่าขาดจากการเป็นผัวเมียต่อกันเสีย การทารุณเช่น
ทุบตีต่าง ๆ นี้ ไม่ว่าจะกระทำแก่บุคคลใด ย่อมเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมาย ดังนี้ ถ้าผัวทุบตีเมียของ
ตน ผัวก็เป็นผู้กระทำผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ฐานประทุษร้ายแก่ร้างกาย อาจได้รับโทษจำคุก
ถึง 10 ปี เช่นมาตรา 257 เป็นต้น หามีข้อยกเว้นแต่ประการใดไม่ และศาลก็ได้พิจารณาลงโทษตาม
ควรแก่กรณีไปหลายรอบแล้ว ฉะนั้นจึงขอให้ผัวเมียจงปฏิบัติต่อกันด้วยความไมตรีและอารี ในฐานะที่มี
สิทธิและความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญเท่าเทียมกัน และจงละเว้นการกระทำอันไร้ศีลธรรมและเป็นสิ่งที่น่าอดสู
เสื่อมทรามนั้นเสียลงสิ้น อย่าได้วิวาททุบตีด่าว่า อันเป็นการทำให้สายสัมพันธ์ในครองครัวมัวหมองอีก
ต่อไปเลย และขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยเอกใจใส่ในการปฏิบัติของผัวเมียตามที่
ประกาศนี้ด้วยดียิ่ง หวังว่าจะได้รับการปฏิบัติร่วมมือเป็นการช่วยสร้างวัฒนธรรมของชาติให้วัฒนาถาวร
ตลอดไป
ประกาศ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2486
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี