ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ฉบับที่ ๔๙
เรื่อง การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
โดยที่ได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๗ จัดตั้ง
สำนักงานอัยการสูงสุดขึ้นเป็นส่วนราชการภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยให้โอน
บรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยไปเป็นของสำนักงาน
อัยการสูงสุด ในการนี้จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
ให้สอดคล้องกัน หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“ข้าราชการฝ่ายอัยการ” หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการในสำนักงาน
อัยการสูงสุดโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานอัยการสูงสุด
“ก.อ.” หมายความว่า คณะกรรมการอัยการ”
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๐ ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการการเมืองข้าราชการวิสามัญ หรือ
ข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงาน
เทศบาลวิสามัญ ซึ่งสอบคัดเลือก หรือทดสอบความรู้เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการอัยการใน
ตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ตามพระราชบัญญัตินี้ หากประสงค์จะโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ
ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วยเพื่อนับเวลาราชการหรือเวลาทำงานของตนในขณะที่เป็นข้าราชการ หรือ
พนักงานเทศบาลเป็นเวลาราชการของข้าราชการอัยการตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ก็ให้กระทำ
ได้โดยสำนักงานอัยการสูงสุดทำความตกลงกับเจ้าสังกัด”
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้
มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และออกกฎกระทรวงเพื่อ
ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า ก.อ. ประกอบ
ด้วย
(๑) ประธานกรรมการ ซึ่งเลือกตั้งจากผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ
บำนาญข้าราชการซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดี
กรมอัยการหรืออัยการสูงสุด หรือผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมาย ซึ่งเป็นผู้รับบำนาญตามกฎหมาย
ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้น
ไป ทั้งนี้ ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาและไม่เป็น
ข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภาหรือทนายความ
(๒) อัยการสูงสุดเป็นรองประธาน
(๓) รองอัยการสูงสุด อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี และอัยการ
พิเศษฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และ
(๔) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิหกคนซึ่งข้าราชการอัยการที่ได้รับเงินเดือน
ตั้งแต่ชั้น ๒ ขึ้นไปเป็นผู้เลือกจาก
(ก) ข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น ๔ ขึ้นไป และมิได้เป็น
กรรมการอัยการโดยตำแหน่งอยู่แล้วสามคน
(ข) ผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเคยรับ
ราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้ว และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการ
พรรคการเมืองเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ สามคน
ให้ ก.อ. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายอัยการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.อ.”
ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๕ ทวิ และมาตรา ๑๕ ตรี แห่งพระราช
บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
“มาตรา ๑๕ ทวิ ในการเลือกประธาน ก.อ. ตามมาตรา ๑๕ (๑) ให้กรรมการ
อัยการตามมาตรา ๑๕ (๒) (๓) และ (๔) ประชุมกันกำหนดรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเป็นประธานไม่น้อยกว่าห้าชื่อส่งให้ข้าราชการอัยการผู้มีสิทธิเลือกตามมาตรา ๑๕ (๔) ทำการเลือกจากรายชื่อดังกล่าว เมื่อผลการเลือกเป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
มาตรา ๑๕ ตรี ประธาน ก.อ. อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีนับแต่วันที่ทรง
พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง และอาจได้รับเลือกเพื่อโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งอีกได้ไม่เกินสองคราว
ติดต่อกัน
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ประธาน ก.อ. พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ตาย ลาออก หรือขาดคุณสมบัติมาตรา ๑๕ (๑)
ในกรณีที่ประธาน ก.อ. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ หรือพ้นจากตำแหน่ง
ด้วยเหตุอื่น ให้ดำเนินการเลือกให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
ในระหว่างที่ประธาน ก.อ. พ้นจากตำแหน่ง ให้รองประธาน ก.อ. ทำหน้าที่
ประธาน ก.อ.”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
ข้อ ๗ ให้แก้ไขคำว่า “รัฐมนตรี หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมาย
จากรัฐมนตรี หรือคำว่า “รัฐมนตรี” ในมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๓๘
และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็น นายก
รัฐมนตรีหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี” และแก้ไขคำว่า “รัฐมนตรี หรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรี” หรือคำว่า “รัฐมนตรี” ในมาตรา ๒๗ มาตรา ๕๔
มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๗ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๕ แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็น “ประธาน ก.อ.”
ข้อ ๘ ให้แก้ไขคำว่า “อธิบดี” และ “รองอธิบดี” ในพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็น “อัยการสูงสุด” และ “รองอัยการสูงสุด” ตามลำดับ
ข้อ ๙ ให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการเลือกประธานกรรมการอัยการภายในเก้าสิบ
วันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ และในระหว่างที่ยังมิได้เลือกประธานกรรมการอัยการ ให้รองประธานกรรมการอัยการทำหน้าที่ประธานกรรมการอัยการ
ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ ให้กรรมการข้าราชการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่
ประกาศนี้ใช้บังคับ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ข้อ ๑๑ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามประกาศคณะรักษาความสงบ
เรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้
ข้อ ๑๒* ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับ
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.๒๕๓๔/๓๗/๕๕พ/๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔]
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔
พลเอก สุนทร คงสมพงษ์
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
ภคินี/แก้ไข
๑/๒/๒๕๔๕
A+B