กฎกระทรวงกลาโหม
ออกตามความในมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ รถยนต์ทหารแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ รถยนต์สงครามและรถยนต์ปกติ
รถยนต์สงครามแบ่งออกเป็นสองประเภท คือ รถรบและรถยนต์ช่วยรบ
๑. “รถยนต์สงคราม” หมายความว่า รถยนต์ซึ่งทางราชการทหารได้จัดขึ้น เพื่อใช้ในยามสงครามโดยตรง
๒. “รถรบ” หมายความว่า รถยนต์ทั้งสิ้นซึ่งมีอาวุธติดหรือตั้งอยู่บนรถนั้น และทำการยิงได้
๓. “รถยนต์ช่วยรบ” หมายความว่า รถยนต์ธรรมดาสำหรับใช้ในการลาก บรรทุก หรือลำเลียงอาวุธยุทธสัมภารหรือทหาร
๔. “รถยนต์ปกติ” หมายความว่า รถยนต์ซึ่งใช้ราชการธรรมดา และไม่มีความประสงค์โดยตรงที่จะใช้เพื่อสงคราม
ข้อ ๒ เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตพิเศษ รับจดทะเบียนรถยนต์ทหาร และพิจารณาถึงเครื่องประกอบของรถนั้น ได้แก่หัวหน้าแผนกที่ ๔ กรมยุทธการทหารบก
ข้อ ๓ รถยนต์ทหารให้มีเครื่องหมายพิเศษตามกำหนดและลักษณะดังนี้
๑. รถรบชนิดสามล้อขึ้นไป
ก) มีเลขหมายทะเบียนเขียนบนแผ่นโลหะขนาดกว้าง ๑๔ เซนติเมตร ยาว ๔๐ เซนติเมตร หรือเขียนบนตัวรถโดยขนาดเดียวกัน
ข) ตัวเลขใช้เลขไทย มีขนาดสูง ๑๐ เซนติเมตร กว้าง ๑๐ เซนติเมตร เส้นโต ๑.๕ เซนติเมตร
ค) พื้นป้ายหรือพื้นที่ที่จะเขียนเลขหมายทะเบียนทาสีขาว ตัวเลขทาสีแดง
๒. รถยนต์ช่วยรบชนิดสามล้อขึ้นไป
ก) มีเลขหมายทะเบียนเลขไทยเขียนบนแผ่นโลหะแผ่นป้ายและตัวเลขมีขนาด สี และลักษณะอย่างเดียวกับรถรบชนิดสามล้อขึ้นไป
ข) มีรูปวงจักรขนาดวัดผ่าศูนย์กลางยาว ๓๐ เซนติเมตร เขียนด้วยสีขาวบนตัวรถ หรือทำด้วยโลหะทาสีขาว
ค) มีเครื่องหมายบอกสังกัด โดยใช้อักษรย่อหรือเขียนเต็มตัวอักษรสูง ๑๕ เซนติเมตร ขนาดกว้างและเส้นโตพองาม เขียนด้วยสีแดง
๓. รถยนต์ปกติชนิดสามล้อขึ้นไป
มีเครื่องหมายอย่างเดียวกับรถยนต์ช่วยรบชนิดสามล้อขึ้นไป เว้นแต่พื้นแผ่นป้ายทาสีดำ ตัวเลขและตัวอักษรทาสีขาว
๔. รถยนต์ช่วยรบชนิดสองล้อ
ก) มีเลขหมายทะเบียนเลขไทยเขียนบนแผ่นโลหะซึ่งมีขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๒๕ เซนติเมตร ตัวเลขมีขนาดสูง ๕ เซนติเมตร กว้าง ๕ เซนติเมตร เส้นโต ๘ มิลลิเมตร
ข) มีรูปวงจักรขนาดวัดผ่าศูนย์กลางยาว ๕ เซนติเมตร เขียนบนแผ่นป้ายข้างหน้าเลขหมายทะเบียน มีระยะห่างกันพองาม
ค) มีเครื่องหมายบอกสังกัดโดยใช้อักษรย่อ เขียนบนแผ่นโลหะซึ่งมีขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เซนติเมตร ตัวอักษรมีขนาดสูง ๕ เซนติเมตร กว้างพองาม เส้นโต ๘ มิลลิเมตร
พื้นป้ายทาสีขาว ตัวเลขและตัวอักษรทาสีแดง
๕. รถยนต์ปกติชนิดสองล้อ
มีเครื่องหมายอย่างเดียวกับรถยนต์ช่วยรบชนิดสองล้อ เว้นแต่พื้นแผ่นป้ายทาสีดำ ตัวเลขและตัวอักษรทาสีขาว
ข้อ ๔ รถยนต์ทหารที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนแล้วให้แสดงเครื่องหมายที่กล่าวมาแล้วในข้อ ๓ ไว้ที่รถยนต์ตามที่กำหนดไว้ดังนี้
๑. ป้ายเลขทะเบียนรถยนต์ชนิดสามล้อขึ้นไปที่มีเลขหมายตรงกับสมุดทะเบียนและประวัติรถยนต์ติดตรึงแน่นไว้ในที่ ๆ เห็นได้ง่ายแต่ไกล ที่ข้างหน้ารถและข้างหลังรถข้างละหนึ่งแผ่นรวมสองแผ่น
๒. รถรบชนิดสามล้อขึ้นไปที่ไม่ต้องใช้แผ่นป้าย ให้เขียนเลขทะเบียนรถยนต์ที่มีเลขหมายตรงกับสมุดทะเบียนและประวัติรถยนต์ไว้ในที่ ๆ เห็นได้ง่ายแต่ไกลที่ข้างหน้ารถและข้างหลังรถข้างละหนึ่งแห่ง รวมสองแห่ง
๓. สำหรับรถยนต์ช่วยรบและรถยนต์ปกติชนิดสามล้อขึ้นไป
ก) ให้ติดวงจักรหรือเขียนวงจักรไว้ข้างหน้ารถหรือหน้าหม้อระบายความร้อนให้เห็นได้ชัดเจนหนึ่งจักร
ข) ให้เขียนเครื่องหมายบอกสังกัดไว้ในที่ ๆ เห็นได้ง่ายที่ข้างรถข้างละหนึ่งแห่ง
๔. ป้ายเลขทะเบียนรถยนต์ชนิดสองล้อ ที่มีเลขหมายตรงกับสมุดทะเบียนและประวัติรถยนต์ติดตามยาวบนบังโคลนล้อหน้าหนึ่งแผ่น (เฉพาะป้ายแผ่นนี้เขียนเลขทะเบียนทั้งสองข้าง) ติดตามขวางข้างหลังที่ที่นั่งหนึ่งแผ่นรวมสองแผ่น
๕. ป้ายอักษรบอกสังกัดสำหรับรถยนต์ชนิดสองล้อซึ่งมีตัวอักษรทั้งสองข้าง ติดตามยาวบนบังโคลนล้อหน้าเหนือป้ายเลขหมายทะเบียนหนึ่งแผ่น
ข้อ ๕ รถยนต์เดินระหว่างพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น ต้องมีโคมไฟตามกำหนดดังนี้
๑. รถยนต์ชนิดสองล้อ ให้มีโคมไฟแสงขาวข้างหน้ารถดวงหนึ่ง มีแสงสว่างส่องไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดในระยะทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร ถ้ามีรถพ่วงข้างให้มีโคมไฟแสงขาวเพิ่มขึ้นที่ข้างหน้ารถพ่วงดวงหนึ่งตรงมุมข้างนอก เพื่อให้เห็นส่วนกว้างของรถนั้น
๒. รถยนต์ชนิดสามล้อขึ้นไป ให้มีโคมไฟแสงขาวข้างหน้ารถอย่างน้อยข้างละดวงให้เห็นส่วนกว้างของรถ และสำหรับคู่หนึ่งให้เปิดไว้ในระดับเท่ากัน มีแรงไฟเท่ากันทั้งคู่แสงสว่างต้องส่องไปข้างหน้าให้เห็นพื้นทางได้ชัดในระยะไกลไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร
๓. รถยนต์ทุกชนิดต้องมีโคมไฟแสงแดงอยู่ข้างท้ายรถส่องตรงไปข้างหลัง และมีแสงขาวส่องตรงไปที่เลขหมายทะเบียนรถให้เห็นตัวเลขได้ชัดในระยะ ๒๐ เมตร
๔. โคมไฟข้างหน้ารถยนต์ต้องมีเครื่องป้องกันไม่ให้แสงไฟบาดตาผู้เดินทาง หรือผู้ขับรถด้วยกันตามแต่เจ้าพนักงานจะกำหนด หรืออนุมัติให้ใช้
ข้อ ๖ รถยนต์ที่ใช้อยู่ ชนิดใดต้องมีแตรและชนิดใดไม่ต้องมี ให้เจ้าพนักงานเป็นผู้กำหนด แต่ถ้าต้องใช้แตรแล้ว แตรนั้นต้องมีเสียงดังแต่พอสมควร
ข้อ ๗ รถยนต์ที่ใช้อยู่ ชนิดใดต้องมีเครื่องมองข้างหลังและชนิดใดไม่ควรมี ให้เจ้าพนักงานเป็นผู้กำหนด แต่ถ้ารถใดต้องมีเครื่องมองข้างหลังแล้ว ให้ติดเครื่องมองข้างหลังไว้ในที่ ๆ ผู้ขับสามารถจะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังรถยนต์ที่ขับได้ง่าย
ข้อ ๘ ลักษณะใบอนุญาตพิเศษสำหรับขับรถยนต์ทหาร เป็นกระดานผนึกผ้าสีน้ำตาลมีขนาด ๑๕ เซนติเมตร x ๒๐ เซนติเมตรพับสอง ด้านในซีกข้างซ้ายผนึกรูปขนาด ๑๐ เซนติเมตร x ๖ เซนติเมตรครึ่งตัวไม่สวมหมวกของผู้ถือใบอนุญาต ด้านในซีกข้างขวาสำหรับให้เจ้าพนักงานกรอกรายการตามแบบข้างท้ายกฎนี้
ข้อ ๙ (๑) ผู้ใดที่จะสมัครเป็นผู้ขับรถยนต์ทหาร หรือถูกคัดเลือกจะให้เป็นผู้ขับรถยนต์ทหาร เมื่อได้แสดงให้เป็นที่พอใจเจ้าพนักงานว่าตนเป็นผู้มีคุณวุฒิและลักษณะดังต่อไปนี้ ชอบที่จะได้รับใบอนุญาตพิเศษสำหรับขับรถยนต์ทหาร
ก. รู้หลักทางเทคนิคของรถยนต์ทั่วไป
ข. รู้การปรนนิบัติตัวรถ เครื่องยนต์ และส่วนประกอบ
ค. รู้สมุดคู่มือประจำรถ
ง. รู้ระเบียบ กฎ ข้อบังคับ และพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับรถยนต์
จ. รู้การขับรถ
ฉ. รู้การแก้และซ่อม
ช. เป็นผู้ไม่ใจร้อน ไม่ตกใจง่าย หูตาและปฏิภาณดี มีประสาทไวต่อความรู้สึก
ซ. มีร่างกายสมบูรณ์
ฌ. มีความประพฤติดี
(๒) ใบอนุญาตพิเศษต้องลงนามและประทับตราของเจ้าพนักงาน
ข้อ ๑๐ การขับรถยนต์ทหารต้องอยู่ภายในข้อบังคับดังต่อไปนี้
๑. ผู้ที่ได้รับอนุญาตพิเศษขับรถยนต์ทหารต้องมีใบอนุญาตอยู่กับตัวในเวลาขับเอง หรือควบคุมผู้อื่นฝึกหัด เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้เสมอ
๒. ห้ามมิให้ผู้ขับยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตพิเศษหรือมีใบอนุญาตประเภทอื่นขับรถยนต์ทหารซึ่งตนเป็นผู้ขับ
๓. ผู้ใดฝึกหัดขับรถยนต์ทหารในเวลาที่ทำการฝึกหัดขับอยู่ ต้องมีผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตพิเศษขับรถยนต์ทหารควบคุมอยู่ด้วย
๔. ผู้ขับรถยนต์ทหารจะต้องปฏิบัติตามกฎขัอบังคับว่าด้วยการจราจรที่ใช้อยู่เพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎนี้
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
นายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ประภาศรี/พิมพ์
๑๙ กันยายน ๒๕๕๑