หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
กฎกระทรวง:

พระราชบัญญัติ

ยาสูบ

พ.ศ. ๒๕๐๙

--------

                                            ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

                        ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๙

                                    เป็นปีที่ ๒๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

                        โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยยาสูบ

                         จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

                        มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙"

 

                        มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

                        *[รก.๒๕๐๙/๑๑๗/๙๖๓/๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๙]

 

                        มาตรา ๓  ให้ยกเลิก

                        (๑) พระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖

                        (๒) พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๐

                        (๓) พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๒

                        บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน

พระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

 

                        มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

                        "ต้นยาสูบ" หมายความว่า  พืชนิโคเชียนาทาแบกกุ้ม (NICOTIANATABACUM)

                        "พันธุ์ยาสูบพื้นเมือง" หมายความว่า  ต้นยาสูบที่ปลูกในประเทศไทย

มาแต่ดั้งเดิม และเมื่อบ่มด้วยแดดแล้วใบเป็นสีน้ำตาล

                        "ใบยา" หมายความว่า  ใบยาสดหรือใบยาแห้งของต้นยาสูบ

                        *"ยาอัด" หมายความว่า  ส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นยาสูบซึ่งได้ป่นหรือย่อยและ

ทำเป็นแผ่นโดยมีวัตถุอื่นเจือปนด้วยหรือไม่ก็ตาม

                        "ยาเส้น" หมายความว่า  ใบยาหรือยาอัดซึ่งได้หั่นเป็นเส้นและแห้งแล้ว

                        "ยาสูบ" หมายความว่า  บุหรี่ซิกาแรต บุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น ยาเส้นปรุง และให้รวม

ตลอดถึงยาเคี้ยวด้วย

                        *"บุหรี่ซิกาแรต" หมายความว่า  ยาเส้นหรือยาเส้นปรุง ไม่ว่าจะมีใบยาแห้ง

หรือยาอัดเจือปนหรือไม่  ซึ่งมวนด้วยกระดาษหรือวัตถุที่ทำขึ้นใช้แทนกระดาษ หรือใบยาแห้ง

หรือยาอัด

                        *"บุหรี่ซิการ์" หมายความว่า  ใบยาแห้งหรือยาอัด ซึ่งมวนด้วยใบยาแห้ง

หรือยาอัด

                        *"บุหรี่อื่น" หมายความว่า  ยาเส้นหรือยาเส้นปรุง ซึ่งมวนด้วยใบตอง กลีบบัว

กาบหมาก ใบมะกา ใบจาก หรือวัตถุอื่นที่มิใช่กระดาษหรือวัตถุที่ทำขึ้นใช้แทนกระดาษ และที่มิใช่

ใบยาแห้งหรือยาอัด

                        *"ยาเส้นปรุง" หมายความว่า  ใบยาซึ่งมิใช่ใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมืองหรือยาอัด

ซึ่งได้หั่นเป็นเส้นและปรุงหรือปนด้วยวัตถุอื่นนอกจากน้ำ

                        *"ยาเคี้ยว" หมายความว่า  ส่วนใดส่วนหนึ่งของใบยาแห้ง นอกจากใบยาแห้ง

พันธุ์ยาสูบพื้นเมือง ซึ่งได้ปรุงหรือปนด้วยวัตถุอื่นนอกจากน้ำเพื่ออมหรือเคี้ยว

                        "ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ" หมายความว่า  ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการเพาะปลูก

ต้นยาสูบ

                        "ผู้บ่มใบยา" หมายความว่า  ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการบ่มใบยาสดเป็นใบยาแห้ง

                        "โรงบ่มใบยา" หมายความว่า  สิ่งปลูกสร้างซึ่งใช้บ่มใบยา

                        "สถานีบ่มใบยา" หมายความว่า  สถานที่ตั้งโรงบ่มใบยา และให้รวมตลอดถึง

สถานที่ซึ่งใช้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือเก็บใบยาซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันด้วย

                        "ผู้อบใบยา" หมายความว่า  ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการอบใบยาแห้งด้วย

เครื่องจักรเพื่อปรับระดับความชื้น

                        "โรงอบใบยา" หมายความว่า  โรงเรือนซึ่งติดตั้งเครื่องอบใบยาและให้รวมตลอด

ถึงโรงเรือนที่เก็บใบยาแห้งในบริเวณเดียวกันด้วย

                        "ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ" หมายความว่า  ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำยาอัด

ยาเส้น หรือยาสูบเพื่อการค้า

                        "โรงอุตสาหกรรมยาสูบ" หมายความว่า  สถานที่ซึ่งใช้ในการทำยาอัดยาเส้น

หรือยาสูบเพื่อการค้า และให้รวมตลอดถึงบริเวณแห่งสถานที่นั้นด้วย

                        "ซอง" หมายความรวมตลอดถึง ห่อ กะทอ กระป๋อง กล่อง ขวดหรือสิ่งอื่นซึ่งใช้

บรรจุหรือผูกมัดยาเส้นหรือยาสูบ

                        "แสตมป์ยาสูบ" หมายความรวมตลอดถึงเครื่องหมายอย่างอื่นที่ใช้แทนแสตมป์

ยาสูบ

                        "อธิบดี" หมายความว่า  อธิบดีกรมสรรพสามิต

                        "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

                        *[นิยามคำว่า "ยาอัด" "บุหรี่ซิกาแรต" "บุหรี่ซิก้า" "บุหรี่อื่น" "ยาเส้นปรุง"

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ และ "ยาเคี้ยว" แก้ไขโดยพระราช

บัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๕  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมและค่าแสตมป์ยาสูบไม่เกินอัตราท้าย

พระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                        กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

                        มาตรา ๕ ทวิ* ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เสียค่าแสตมป์ยาสูบ

ในอัตราทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ ให้เสียค่าแสตมป์ยาสูบในอัตราที่คิดเป็นเงินสูงกว่า

                        *[มาตรา ๕ ทวิ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔]

 

                        มาตรา ๕ ตรี* การเสียค่าแสตมป์ยาสูบตามมูลค่านั้น ให้ถือมูลค่าตาม (๑)

และ (๒) โดยให้รวมค่าแสตมป์ยาสูบที่พึงต้องชำระด้วย ดังนี้

                        (๑) ในกรณียาเส้นที่ทำในราชอาณาจักร ให้ถือตามราคาขาย ณ

โรงอุตสาหกรรมยาสูบ

                        ในกรณีไม่มีราคาขายยาเส้น ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ หรือราคาขายยาเส้น

ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบมีหลายราคา ให้ถือตามราคาที่อธิบดีประกาศตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่กำหนดในกฎกระทรวง

                        เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบ อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรี

มีอำนาจประกาศมูลค่าของยาเส้นที่ผลิตในราชอาณาจักร เพื่อถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

ค่าแสตมป์ยาสูบ โดยกำหนดจากราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบในตลาดปกติกได้

                        ในกรณียาสูบที่ทำในราชอาณาจักร ให้ถือตามราคายาสูบตามที่อธิบดี

ประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๓ เป็นราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบ

                        (๒) ในกรณียาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ถือราคา

ซี.ไอ.เอฟ. ของยาเส้นหรือยาสูบ บวกด้วยอากรขาเข้า ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วย

การส่งเสริมการลงทุน และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

แต่ไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนดในหมวด ๔ ลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร

                        ในกรณีที่ผู้นำเข้าได้รับยกเว้นหรือลดอัตราอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วย

การส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นำอากรขาเข้าที่ได้รับยกเว้นหรือลดอัตราดังกล่าวมา

รวมในการคำนวณมูลค่าตาม (๒) ด้วย

                        ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ตาม (๒) ได้แก่ ราคายาเส้นหรือยาสูบที่บวกด้วยค่าประกันภัย

และค่าขนส่งถึงด่านศุลกากรในราชอาณาจักร  ทั้งนี้ เว้นแต่

                        (ก) ในกรณีที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศให้ราคาในท้องตลาดสำหรับยาเส้น

หรือยาสูบประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องเสียอากรตามราคาเป็นรายเฉลี่ยตามกฎหมายว่าด้วยพิกัด

อัตราศุลกากร ก็ให้ถือราคานั้นเป็นราคายาเส้นหรือยาสูบในการคำนวณราคา ซี.ไอ.เอฟ.

                        (ข) ในกรณีที่เจ้าพนักงานศุลกากรประเมินราคาเพื่อเสียอากรขาเข้าใหม่ตาม

กฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ถือราคานั้นเป็นราคายาเส้นหรือยาสูบในการคำนวณราคา ซี.ไอ.เอฟ.

                        *[มาตรา ๕ ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔]

 

                        มาตรา ๕ จัตวา* เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมูลค่าของยาเส้นหรือยาสูบ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาขายยาเส้นหรือยาสูบต่ออธิบดีหรือผู้

ที่อธิบดีมอบหมายตามแบบและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกำหนด

                        *[มาตรา ๕ จัตวา เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔]

 

                        มาตรา ๕ เบญจ* ในกรณียาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร

รัฐมนตรีจะประกาศกำหนดให้กรมศุลกากรเรียกเก็บค่าแสตมป์ยาสูบเพื่อกรมสรรพสามิตก็ได้

                        *[มาตรา ๕ เบญจ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔]

 

                        มาตรา ๖  ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบในท้องที่ใด

ท้องที่หนึ่งใช้พันธุ์ยาสูบใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควรโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่สถานีทดลองปลูกพันธุ์ยาสูบ

 

                        มาตรา ๗  ผู้ใดทำการเพาะปลูกต้นยาสูบ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการเพาะปลูกต้นยาสูบ

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันออก

ใบอนุญาต

                        *บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ปลูกต้นยาสูบพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

                        *[มาตรา ๗  วรรคสี่ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๘  ห้ามมิให้ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบจำหน่ายใบยาสดแก่ผู้อื่นนอกจาก

ผู้บ่มใบยาตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี

                        บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่การจำหน่ายใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

หรือใบยาที่ผู้บ่มใบยาไม่รับซื้อ

 

                        มาตรา ๙  ผู้ใดตั้งสถานีบ่มใบยาหรือสร้างโรงบ่มใบยาเพิ่มจำนวนขึ้น

ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการสร้างสถานีบ่มใบยา

หรือโรงบ่มใบยา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจา

นุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้มีอายุตลอดไป

                        บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ตั้งสถานีบ่มใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

 

                        มาตรา ๑๐  ผู้ใดทำการบ่มใบยา ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการรับซื้อใบยา

สด การบ่มใบยา การเก็บรักษาใบยาแห้ง ตลอดทั้งการทำบัญชี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ

วิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อครบกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันออก

ใบอนุญาต

                        *บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้บ่มใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง หรือ

ใบยาพันธุ์ยาสูบอื่น ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        *[มาตรา ๑๐ วรรคสี่ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๑๑  ห้ามมิให้ผู้บ่มใบยาจำหน่ายใบยาแห้งแก่ผู้อื่น นอกจาก

ผู้ซื้อใบยาตามมาตรา ๒๕ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี

                        บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่การจำหน่ายใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

 

                        มาตรา ๑๒  ผู้ใดตั้งโรงอบใบยาหรือเพิ่มจำนวนเครื่องอบใบยาต้องได้รับ

อนุญาตจากอธิบดี

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการสร้างโรงอบใบยา

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้มีอายุตลอดไป

 

                        มาตรา ๑๓  ผู้ใดทำการอบใบยา ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการอบใบยา

การเก็บรักษาใบยา ตลอดทั้งการทำบัญชี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อครบกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันออก

ใบอนุญาต

 

                        มาตรา ๑๔  ผู้ใดทำการหั่นใบยา ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือ

ต้องได้รับอนุญาตตามประกาศที่อธิบดีกำหนด

                        *บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ปลูกต้นยาสูบพันธุ์ยาสูบพื้นเมืองที่หั่น

ใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

                        *[มาตรา ๑๔ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) 

พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๑๕  ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดราคาใบยา

                        การซื้อขายใบยา ให้เป็นไปตามราคาที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

                        มาตรา ๑๖  การประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรตเป็นการผูกขาดของรัฐ

 

                        มาตรา ๑๗  ผู้ใดประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการประกอบ

อุตสาหกรรมยาสูบ การนำยาอัด ยาเส้น หรือยาสูบออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบ ตลอดทั้งการทำ

บัญชี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อสิ้นปีปฏิทิน

                        *บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ปลูกต้นยาสูบพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

ซึ่งทำยาเส้นจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมืองที่ตนปลูกได้เอง

                        *[มาตรา ๑๗ วรรคสี่ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๑๘* ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ บรรจุยาเส้นหรือยาสูบ

ในซองและปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราชบัญญัตินี้ ก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบ

นอกจากยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

                        ยาเส้นหรือยาสูบที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปขายนอกราชอาณาจักร

ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบ แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

                        *[มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๒๓]

 

                        มาตรา ๑๘ ทวิ *

                        *[มาตรา ๑๘ ทวิ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๓]

 

                        มาตรา ๑๙  ห้ามมิให้ผู้ใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราช

บัญญัตินี้ไว้ในครอบครองเกินกว่าห้าร้อยกรัม นอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ

                        ให้ผู้มียาสูบที่ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบหรือผู้มียาสูบที่ปิดแสตมป์ยาสูบ

ตามพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖ เกินกว่าห้าร้อยกรัม ปิดแสตมป์ยาสูบให้ถูกต้อง

ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        มาตรา ๒๐* ห้ามมิให้ผู้ใดมียาเส้นที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราช

บัญญัตินี้ไว้ในครอบครองเกินกว่าหนึ่งกิโลกรัมนอกจากยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ

                        ให้ผู้มียาเส้นที่ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบหรือผู้มียาเส้นที่ปิดแสตมป์ยาสูบ

ตามพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖ เกินหนึ่งกิโลกรัม ปิดแสตมป์ยาสูบให้ถูกต้องตาม

พระราชบัญญัตินี้ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        *[มาตรา ๒๐ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๒๑  ผู้ใดขายยาเส้นหรือยาสูบ หรือนำยาเส้นหรือยาสูบออกแสดงเพื่อ

ขายต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการรับยาเส้น

หรือยาสูบมาขาย การขาย หรือการนำออกแสดงเพื่อขาย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ที่กำหนดในกฎกระทรวง

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อสิ้นปีปฏิทิน

                        *บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่เจ้าพนักงานซึ่งเป็นผู้ขาย และผู้ขายหรือ

ผู้นำออกแสดงเพื่อขาย ซึ่งยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง"

                        *[มาตรา ๒๑ วรรคสี่ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๒๒* การขายยาเส้นต้องขายทั้งซอง ห้ามแบ่งขาย นอกจากยาเส้นที่ทำ

จากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

                        *[มาตรา ๒๒ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๒๓  ให้อธิบดีมีอำนาจประกาศกำหนดราคายาสูบ

                        การขายยาสูบ ห้ามมิให้ขายเกินราคาที่อธิบดีประกาศกำหนด

 

                        มาตรา ๒๔* ห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาเส้นหรือยาสูบที่มิได้ปิด

แสตมป์ยาสูบตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

                        ให้ผู้มียาเส้นไว้เพื่อขายที่ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบหรือผู้ขายยาเส้นหรือยาสูบที่

ปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๖ ปิดแสตมป์ยาสูบให้ถูกต้องตาม

พระราชบัญญัตินี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        *[มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๒๓]

 

                        มาตรา ๒๕  ผู้ใดซื้อใบยาแห้งจากผู้บ่มใบยา ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการซื้อใบยาแห้ง

ตลอดทั้งการทำบัญชี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษา

                        ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้สิ้นอายุเมื่อสิ้นปีปฏิทิน

                        บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่การซื้อใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

 

                        มาตรา ๒๖*

                        *[มาตรา ๒๖ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๒๗  ห้ามมิให้ผู้ใดนำเมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด

ยาเส้นหรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี

หรือเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี

                        การขออนุญาต การออกใบอนุญาตและเงื่อนไขว่าด้วยการนำสิ่งของ

ตามมาตรานี้เข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        การขออนุญาตนำสิ่งของตามมาตรานี้เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็น

ตัวอย่างสินค้า หรือมิใช่เพื่อการค้าตามจำนวนอันสมควร จะขอเมื่อสิ่งของนั้น

มาถึงด่านศุลกากรแล้วก็ได้

                        เฉพาะยาเส้นหรือยาสูบให้ปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราชบัญญัตินี้ก่อน

ที่จะรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร เว้นแต่อธิบดีจะอนุญาตให้ปิดภายหลังตามเงื่อนไขที่

อธิบดีกำหนด

 

                        มาตรา ๒๘  ให้อธิบดีมีอำนาจผ่อนผันผู้เดินทางในบางกรณีนำยาเส้น

หรือยาสูบติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร และจะผ่อนผัน

ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบด้วยก็ได้ ก่อนผ่อนผันให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

                        มาตรา ๒๙  ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ แสดงใบอนุญาต

ไว้ในที่เปิดเผย ดังที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

                        ในกรณีที่ใบอนุญาตหายหรือชำรุดเสียหายมาก ให้ผู้ได้รับใบอนุญาต

ขอใบแทนใบอนุญาตจากผู้มีอำนาจออกใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตหาย

หรือชำรุดเสียหายมาก

 

                        มาตรา ๓๐  ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต

                        การขอและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        มาตรา ๓๑  การโอนใบอนุญาตจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ

จากผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต

                        การขอและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

                        มาตรา ๓๒  ใบอนุญาตที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้คงใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุใบอนุญาตนั้น

                        ผู้ใดทำยาเส้นเพื่อการค้าหรือขายยาเส้นอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ถ้าประสงค์จะดำเนินการต่อไป ให้ขออนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้

บังคับ

 

                        มาตรา ๓๓  ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกินหกเดือน

หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาต

                        (๑) ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงที่ออกตามความ

ในพระราชบัญญัตินี้

                        (๒) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ

                        (๓) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้

                        คำสั่งเช่นว่านั้นให้ทำเป็นหนังสือและแจ้งให้ผู้ที่ถูกสั่งพัก หรือเพิกถอน

ใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้ถูกสั่งดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานปิดคำสั่งไว้ ณ สถานที่

ที่ปรากฏในใบอนุญาต และให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง

 

                        มาตรา ๓๔  ผู้ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งพัก

ใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตต่อรัฐมนตรีได้ โดยยื่นอุทธรณ์ต่ออธิบดีหรือ

เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งคำวินิจฉัยชี้ขาดของรัฐ

มนตรีให้เป็นที่สุด

 

                        มาตรา ๓๕  ยาเส้นหรือยาสูบที่ยังมีเหลืออยู่ในวันที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอน

ใบอนุญาต ให้ผู้ที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต แล้วแต่กรณี ขายหรือนำออกแสดงเพื่อขายได้

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง

 

                        มาตรา ๓๖  ผู้ใดถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วจะขออนุญาตใหม่อีกไม่ได้

จนกว่าจะพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง

 

                        มาตรา ๓๗  เมื่อเจ้าพนักงานต้องการทราบชนิดและปริมาณของเมล็ดพันธุ์

ยาสูบ ใบยา ยาเส้น ยาสูบ หรือต้องการทราบรายละเอียดในการดำเนินงานเกี่ยวกับการเพาะปลูก

ต้นยาสูบ การบ่มใบยา การอบใบยาการประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ให้ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ผู้บ่ม

ใบยา ผู้อบใบยาหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ แล้วแต่กรณี แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ

 

                        มาตรา ๓๘* ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเข้าตรวจสถานีบ่มใบยา โรงอบใบยา หรือ

โรงอุตสาหกรรมยาสูบ รวมตลอดทั้งเอกสารและบัญชีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างเวลาทำงานและ

มีอำนาจที่จะเข้าควบคุมสถานีบ่มใบยา โรงอบใบยา หรือโรงอุตสาหกรรมยาสูบ แล้วแต่กรณี เพื่อ

ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

                        ผู้บ่มใบยา ผู้อบใบยา หรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบต้องให้ความ

สะดวกตามสมควรแก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                        *[มาตรา ๓๘ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๓๙  ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเข้าตรวจที่เพาะปลูกต้นยาสูบสถานที่ขาย

ยาเส้นหรือยาสูบ ระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกและมีอำนาจตรวจบัญชี

เอกสารเกี่ยวกับการเพาะปลูกต้นยาสูบ การขายยาเส้นหรือยาสูบ รวมตลอดทั้งยาเส้นหรือยาสูบที่

มีไว้ด้วย

                        ผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ผู้ขายยาเส้นหรือยาสูบ ต้องให้ความสะดวกตามสมควร

แก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามมาตรานี้

 

                        มาตรา ๔๐  ให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่จับกุมและปราบปรามตาม

พระราชบัญญัตินี้มีอำนาจยึดยาเส้นหรือยาสูบของผู้กระทำผิดหรือของผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า

กระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งหีบห่อยาเส้นหรือยาสูบนั้น

                        ยาเส้นหรือยาสูบรวมทั้งหีบห่อที่ได้ยึดไว้ตามความในวรรคแรกถ้าไม่ทราบ

ตัวเจ้าของ หรือพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือศาลไม่พิพากษาให้ริบและผู้เป็นเจ้าของ

หรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันยึด หรือวันทราบคำสั่งเด็ดขาด

ไม่ฟ้องคดี หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้ตกเป็นของกรมสรรพสามิต

                        ถ้ายาเส้นหรือยาสูบที่ยึดไว้นั้นจะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใน

การเก็บรักษาจะเกินค่าของยาเส้นหรือยาสูบ อธิบดีหรือเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี

จะจัดการขายทอดตลาดยาเส้นหรือยาสูบรวมทั้งหีบห่อก่อนถึงกำหนดตามความในวรรคสองก็ได้

ได้เงินเป็นจำนวนสุทธิเท่าใดให้ยึดไว้แทนยาเส้นหรือยาสูบนั้น

 

                        มาตรา ๔๑  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดให้มีขึ้น เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก

ซึ่งแสตมป์ยาสูบ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

                        มาตรา ๔๒  การปิดและขีดฆ่าแสตมป์ยาสูบ ให้เป็นไปตามวิธีการที่

อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                        มาตรา ๔๓  ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมหรือ

ใช้แล้วเพื่อขายหรือเพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้ว

 

                        มาตรา ๔๔  เมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้น ยาสูบ

หรือเครื่องอุปกรณ์ในคดีกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้รวมทั้งหีบห่อ ให้ศาลมีอำนาจสั่งริบเป็นของ

กรมสรรพสามิต

                        บุหรี่ซิกาแรตและเครื่องอุปกรณ์ในการผลิตบุหรี่ซิกาแรตในคดีกระทำผิด

บทบัญญัติมาตรา ๑๗ หรือบุหรี่ซิกาแรตในคดีกระทำผิดบทบัญญัติมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙

มาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๗ รวมทั้งหีบห่อ ให้ศาลสั่งริบเป็นของกรมสรรพสามิต

 

                        มาตรา ๔๕  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท

 

                        มาตรา ๔๕ ทวิ* ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบใดไม่แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ

ราคาขายยาเส้นหรือยาสูบตามมาตรา ๕ จัตวา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

                        ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบใดแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาขายยาเส้น

หรือยาสูบตามมาตรา ๕ จัตวา อันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน

ห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

                        *[มาตรา ๔๕ ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖)

พ.ศ. ๒๕๓๔]

 

                        มาตรา ๔๖* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕

วรรคสอง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ วรรคสอง มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘

วรรคสอง มาตรา ๓๙ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

                        *[มาตรา ๔๖ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๓]

 

                        มาตรา ๔๗  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๓

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

 

                        มาตรา ๔๘* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ หรือ มาตรา ๒๕

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

                        *[มาตรา ๔๘ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๔๙* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๐ ต้องระวางโทษปรับสิบเท่า

ของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด หรือที่ยังขาดอยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท ถ้าเป็นบุหรี่ซิกา

แรตที่ผลิตในประเทศและมิได้มีประกาศกำหนดราคาขายปลีกไว้ต้องระวางโทษปรับกรัมละสอง

บาท แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท

                        *[มาตรา ๔๙ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๕๐* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับสิบห้าเท่าของค่า

แสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด หรือที่ยังขาดอยู่แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาทถ้าเป็นบุหรี่ซิกาแรตที่

ผลิตในประเทศและมิได้มีประกาศกำหนดราคาขายปลีกไว้ต้องระวางโทษปรับกรัมละสามบาท

แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท

                        *[มาตรา ๕๐ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๕๑*

                        *[มาตรา ๕๑ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒]

 

                        มาตรา ๕๒  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน

หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                        มาตรา ๕๓  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี

หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                        มาตรา ๕๔  บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว

ให้อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบได้

 

                        มาตรา ๕๕  ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการกรมสรรพสามิตเป็น

เจ้าพนักงานปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่จับกุมและ

ปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

     จอมพล ถนอม กิตติขจร

          นายกรัฐมนตรี

 

                        บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าแสตมป์ยาสูบ

                        *[บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าแสตมป์ยาสูบ ในช่องรายการและช่อง

อัตราของหมายเลข ๕ เฉพาะ (๑) บุหรี่ซิกาแรต หมายเลข ๖ เฉพาะยาสูบประเภท ๑ ประเภท ๒

และประเภท ๓ หลายเลข ๘ หมายเลข ๙ หมายเลข ๑๐ หมายเลข ๑๑ หมายเลข ๑๒ แก้ไขโดย

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑ และหมายเลข ๑๓ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติยาสูบ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๔]

---------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยยาสูบที่

ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ได้ใช้มาเป็นเวลานานถึง ๒๐ ปี และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมถึง ๒ ครั้ง ถึงกระนั้นก็

ยังไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าแสตมป์ยาสูบ ได้กำหนดไว้ตามค่า

น้ำเงินในสมัยนั้นและบทกำหนดโทษยังต่ำกว่าที่ควรอยู่มาก นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติที่ไม่เหมาะ

สมอีกหลายประการ  จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยยาสูบให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑

                        มาตรา ๖  บุหรี่ซิการ์ที่ทำขึ้นหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามพระราช

บัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ และเป็นบุหรี่ซิกาแรตตามพระราชบัญญัตินี้ที่ยังมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ

และยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบหรือรับมอบไปจากเจ้าพนักงานศุลกากร แล้วแต่กรณี

ถ้าผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ หรือผู้นำเข้าปิดแสตมป์ยาสูบในอัตราบุหรี่ซิการ์ ภายในสิบห้าวัน

นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าได้ปิดแสตมป์ยาสูบถูกต้องแล้ว

 

                        มาตรา ๗  ให้ผู้มีไว้ในครอบครองเกินห้าร้อยกรัม หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งยาเส้นตาม

พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ และเป็นยาเส้นปรุงตามพระราชบัญญัตินี้ ปิดแสตมป์ยาสูบ ให้

ถูกต้องในอัตรายาเส้นปรุงภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

                        มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมยาสูบทำบุหรี่ซิการ์โดยใช้ยาเส้นหรือยาเส้นปรุงมวนด้วยยาอัด ซึ่งมีลักษณะและ

คุณสมบัติคล้ายกับกระดาษมวนบุหรี่ซิกาแรต  และทำยาเส้นด้วยใบยาซึ่งมิใช่ใบยาพันธุ์ยาสูบ

พื้นเมืองจำหน่ายให้ผู้ซื้อมวนด้วยกระดาษมากขึ้น เป็นเหตุให้กระทบกระเทือนการจำหน่าย

บุหรี่ซิกาแรตซึ่งเป็นอุตสาหกรรมผูกขาดของรัฐ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ

พ.ศ. ๒๕๐๙

                        [รก.๒๕๑๑/๙๘/๗๖๙/๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๑]

 

--------------------

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๒

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะ

ยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบในการขายยาเส้นหรือ

ยาสูบ และเพื่อให้ผู้ปลูกต้นยาสูบพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง ผู้บ่มใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง และผู้ทำยา

เส้นจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมืองที่ตนปลูกได้เองหรือใบยาพันธุ์ยาสูบอื่นตามที่กำหนด ไม่ต้องขอ

รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

                        [รก.๒๕๑๒/๑๑๖/๑พ/๒๙ ธันวาคม ๒๕๑๒]

 

--------------------

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๑

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราค่าธรรมเนียมตาม

กฎหมายว่าด้วยยาสูบ ได้ใช้มาเป็นเวลากว่าสิบปีแล้วเป็นอัตราที่ไม่เหมาะสมกับภาวะทาง

เศรษฐกิจและค่าของเงินในปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมบาง

ประเภทให้สูงขึ้น  จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

                        [รก.๒๕๒๑/๑๑๘/๗พ/๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๑]

 

--------------------

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๒๓

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราค่าแสตมป์ยาสูบได้

กำหนดไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ทั้งนี้ ยังไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงสมควรปรับปรุง

อัตราค่าแสตมป์ยาสูบตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมและค่าแสตมป์ยาสูบท้ายพระราชบัญญัติ

ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ให้สูงขึ้นและโดยที่เป็นกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งจะต้องได้รับการ

พิจารณาเป็นการด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน  จึงจำเป็นต้องตราพระราช

กำหนดนี้

                        [รก.๒๕๒๓/๗๘/๑๑พ/๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓]

 

--------------------

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๓

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่

จะผ่อนคลายภาระให้แก่ราษฎรผู้เพาะปลูกและใช้สอยยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง

สมควรยกเลิกค่าแสตมป์ยาสูบที่เก็บจากยาเส้นที่ทำจากใบยาพันธุ์ยาสูบพื้นเมือง  จึงจำเป็นต้อง

ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

                         [รก.๒๕๒๓/๑๑๖/๑พ/๑ สิงหาคม ๒๕๒๓]

 

--------------------

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔

                        มาตรา ๖  บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ก่อนการ

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้ยังคงใช้บังคับต่อไป สำหรับกรณีดังต่อไปนี้

                        (๑) ยาเส้นหรือยาสูบที่การปฏิบัติจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบยังค้างอยู่หรือ

ที่ถึงกำหนดชำระก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        (๒) ยาเส้นหรือยาสูบที่ทำในราชอาณาจักรโดยบรรจุซองและปิดแสตมป์

ยาสูบครบถ้วนแล้ว แต่ยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรมยาสูบก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้

บังคับ

                        (๓) ยาเส้นหรือยาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้

ใช้บังคับที่ได้ปิดแสตมป์ยาสูบแล้ว แต่ยังมิได้นำออกจากอารักขาของศุลกากรก่อนวันที่พระราช

บัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบหรือ

ผู้นำยาเส้นหรือยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร ยื่นบัญชีรายละเอียดยาเส้นหรือยาสูบตาม (๒) และ

(๓) โดยแสดงรายการ ประเภท ชนิด และปริมาณ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ พร้อมทั้งระบุ

สถานที่เก็บยาเส้นหรือยาสูบนั้น และให้ยื่นบัญชีดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรง

อุตสาหกรรมยาสูบตั้งอยู่ หรือต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่มีการนำเข้ายาเส้นหรือยาสูบ

แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

                        ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบหรือผู้นำเข้ายาเส้นหรือยาสูบผู้ใดไม่ปฏิบัติ

ตามวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

 

                        มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงระบบ

ภาษีอากรของประเทศให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยพระราชบัญญัติ

แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ.๒๕๓๔ ได้ยกเลิกภาษีการค้าและนำภาษีมูลค่า

เพิ่มมาใช้แทน สมควรปรับปรุงค่าแสตมป์ยาสูบเพื่อให้มีความสอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่า

เพิ่มตามประมวลรัษฎากรดังกล่าว อีกทั้งเพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดเก็บ  จึงจำเป็นต้อง

ตราพระราชบัญญัตินี้

                        [รก.๒๕๓๔/๒๐๑/๑๘๙พ/๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๔]

 

---------------------------

พระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๔

 มายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้  คือ โดยที่พระราชบัญญัติยาสูบ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบใหม่เพื่อให้สอดคล้อง

กับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากอัตราค่าแสตมป์ยาสูบตามบัญชี

อัตราค่าธรรมเนียมและค่าแสตมป์ยาสูบท้ายพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ พ.ศ. ๒๕๒๓ ยังไม่สอดคล้อง

กับหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บค่าแสตมป์ยาสูบดังกล่าว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าแสตมป์ยาสูบ

เสียใหม่สำหรับยาเส้นและยาสูบที่ผลิตในประเทศและที่ผลิตในต่างประเทศให้เป็นอัตราเดียวกัน 

จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

                        [รก.๒๕๓๔/๒๒๘/๔พ/๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๔]

 

                                                                                                ภคินี/แก้ไข

                                                                                                ๗/๒/๒๕๔๕

                                                                                                        B