กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๔๙๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๙๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
การแต่งตั้งนายทหารประทวน
ข้อ ๑ บุคคลที่จะเป็นนายทหารประทวนได้นั้น นอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปแล้ว จักต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงาม สมควรเป็นนายทหารประทวนได้
ข้อ ๒ นักเรียนทหารและทหาร ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อ
(๑) สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ
(๒) นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ต้องออกจากความเป็นนักเรียนก่อนสำเร็จการศึกษา แต่มีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
(๓) ได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว สมัครรับราชการต่อไปอีก และมีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ
ข้อ ๓ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๒ ได้และเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญาหรืออนุปริญญา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อเข้ารับราชการทหารในกองประจำการ
ข้อ ๔ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๑ ได้ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อ
(๑) ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
(๒) ถ้าเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญา ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข้อ ๕ ยุวชนนายสิบซึ่งสอบชั้น ๒ ได้ หรือยุวชนทหารซึ่งสอบชั้น ๓ ได้ ทั้งสอบได้ตามหลักสูตรของโรงเรียนฝึกครูยุวชนทหารด้วย ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน
ข้อ ๖ ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ตามระเบียบของกองทัพบก
ข้อ ๗ ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยหรือของต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นอุดมศึกษา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามเดือน
ข้อ ๘ ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศืกษาปีที่ ๒ หรือผู้สำเร็จวิชาชีพจากโรงเรียนอาชีพซึ่งรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๖ หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ เข้าศึกษา และมีหลักสูตรเวลาเรียนตั้งแต่สามปีขึ้นไปโดยกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะโรงเรียนอาชีพนั้นๆ แล้ว หากบุคคลเหล่านี้ร้องขอเข้ากองประจำการ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้อ ๙ ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พนักงานเทศบาล ซึ่งรับเงินเดือนประจำ และเป็นข้าราชการหรือพนักงานตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้อ ๑๐[๑]. ผู้มีวิทยฐานะสำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไปหรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร
ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๓ ถึงชั้นมัธยมปีที่ ๕ หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีได้ผลดี และได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตราเงินเดือนของนายทหารประทวนแล้ว[๒]
ข้อ ๑๑[๓] ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไป หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นประถมปีที่ ๔ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการพิเศษตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร
การแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร
ข้อ ๑๒[๔] บุคคลที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้นนอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดั่งจะกล่าวต่อไปนี้แล้ว จักต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงามสมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ และต้องมีสัญชาติไทยแต่มิใช่โดยการแปลงสัญชาติตามกฎหมาย
ข้อ ๑๓[๕] นักเรียนทหารและทหารซึ่งจะแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ ต้องมีคุณลักษณะและวิทยฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศืกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร สอบได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๓ ขึ้นไปตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ และทางราชการประสงค์จะบรรจุเข้ารับราชการ
(๒) นายทหารประทวนซึ่งรับราชการในหน้าที่สัสดีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี สอบวิชาการสัสดีได้ มียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีและได้รับราชการในตำแหน่งสัสดีอำเภอชั้นสัญญาบัตรหรือผู้ช่วยสัสดีจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
(๓) นายทหารประทวนซึ่งสำเร็จการศืกษาตามหลักสูตรวิชาพยาบาลและวิชาทันตานามัยของทางราชการทหารหรือสำเร็จการศืกษาจากโรงเรียนทันตแพทย์ชั้น ๒ ของกรมการแพทย์ หรือโรงเรียนทันตานามัยของกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข หรือสำเร็จการศืกษาวิชาพยาบาลและผดุงครรภ์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์หรือจากสถานศืกษาอื่น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเทียบให้ไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๔) นายทหารประทวนซึ่งได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่มีหลักสูตรการศืกษาไม่น้อยกว่าสองปี สอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น
(๕) นายทหารประทวนซึ่งได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่มีหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป สอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น และ
(ก) สำหรับผู้มียศชั้นจ่านายสิบ พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
(ข) สำหรับผู้มียศสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี ให้แต่งตั้งเป็นจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก เมื่อได้รับแต่งตั้งแล้ว ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรอีกหนึ่งปี ได้ผลดี
(๖) นายทหารประทวนซึ่งมียศชั้นจ่านายสิบ พันจ่า หรือพันจ่าอากาศรับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบปี สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
(๗) นายทหารประทวนซึ่งรับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบห้าปี โดยมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี และส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมเห็นสมควรแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้
(๘) ข้าราชการกลาโหมพลเรือนซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวน มีเวลารับราชการรวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี โดยมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือได้รับเงินเดือนในอัตราสูงสุดของข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร และอัตราจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก รวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี และส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมเห็นสมควรแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้
ข้อ ๑๔ นักเรียนที่ศึกษาวิชาอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งทางราชการทหารได้รับสมัครให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อเรียนสำเร็จวิชาตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดแล้ว
ข้อ ๑๕ ยุวชนนายทหารซึ่งมียศนายทหารประทวนตามข้อ ๓ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว
ข้อ ๑๕ ทวิ[๖] ผู้ซึ่งสำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ ขึ้นไป ตามหลักสูตรของกระทรวงศืกษาธิการหรือที่กระทรวงศืกษาธิการเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่๘ หรือเตรียมอุดมศืกษาปีที่ ๒ เป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร หรือข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือได้เป็นผู้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรยศไม่เกินพันเอก นาวาเอก หรือนาวาอากาศเอกได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร
ข้อ ๑๖[๗]. ผู้สำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษาได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไปจากสำนักอุดมศึกษาของรัฐบาล มหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือสำนักศืกษาในต่างประเทศ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร
ข้อ ๑๖ ทวิ [๘] สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยการศาสนา หรือผู้สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค และได้รับการอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามสมควรแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์อัตราทหาร
ข้อ ๑๗ ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและสำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษา ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ตามระเบียบของกองทัพบก
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๘ ข้าราชการกลาโหมพลเรือน ซึ่งรับราชการอยู่ก่อนวันใช้บังคับกฎกระทรวงนี้ และได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารโดยอนุโลมตามชั้นเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในขณะนั้นได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๖
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
กฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
๑. เนื่องจากกฎกระทรวงเดิมกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นนายทหารประทวนได้เฉพาะผู้ที่เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ทำให้ขัดข้องแก่การบรรจุเสมียนและโครงการแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นทหาร และ
๒. มิได้กำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับแต่งตั้งยศเป็นนายทหารประทวนแล้ว
จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า ซึ่งได้รับการฝึกวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้วเป็นนายทหารประทวนได้ด้วย และกำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนแล้ว เพื่อแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกับการแต่งตั้งนายทหารประทวนยศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก เป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยทั่วไป
กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๑๐]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
๑. เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนให้แก่ผู้มีวิทยฐานะต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ แต่ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ โดยบรรจุบุคคลผู้มีวิทยฐานะชั้นนี้เข้ารับราชการทำหน้าที่ในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนตามที่ทางราชการต้องการอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี เมื่อได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตรานายทหารประทวนแล้วก็แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ กฎกระทรวงฉบับเดิมกำหนดวิทยฐานะไว้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป
๒. เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาพิเศษที่แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ มีพื้นความรู้ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า เพราะเป็นวิทยฐานะต่ำที่สุดที่อยู่ในเกณฑ์บังคับเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว และให้บุคคลดังกล่าวในข้อนี้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารเสียก่อนจะแต่งตั้งยศทหารให้ เพื่อให้มีความรู้ในวิชาทหารตามสมควร
๓. เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรับราชการทหารที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับผู้มีสัญชาติไทยเช้ารับราชการทหาร
๔. กำหนดเวลารับราชการในหน้าที่สัสดี ๕ ปี เดิมกำหนดอยู่ในระเบียบการสอบวิชาการสัสดีอยู่แล้ว แต่เป็นการภายในวงการสัสดี จึงควรกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเพื่อให้บุคคลภายนอกได้ทราบส่วนที่กำหนดเวลารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดไม่น้อยกว่า ๑ ปีนั้น ทางราชการพิจารณาเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแก่การฝึกอบรมงานในหน้าที่แล้ว
๕. เพื่อแต่งตั้งยศนายทหารสัญญาบัตรให้แก่ผู้ที่รับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ได้ โดยกำหนดวิทยฐานะไว้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการแต่งตั้งผู้มีวิทยฐานะอื่นๆ ทั่วไปเป็นนายทหารสัญญาบัตร
กฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๑๑]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
๑. เพื่อแต่งตั้งยศให้แก่ นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายเรืออากาศ ซึ่งสอบได้ตั้งแต่ชั้นปีที่ ๓ ขึ้นไป ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ โดยเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิเหมาะสมตามที่ทางราชการต้องการแล้ว ให้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้ เมื่อทางราชการประสงค์จะบรรจุเข้ารับราชการ
๒. สัสดีอำเภอต้องปฏิบัติงานร่วมอยู่กับฝ่ายปกครอง ซึ่งในปัจจุบันหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอได้ยกฐานะขึ้นเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญชั้นตรีเป็นส่วนมากแล้ว จึงเป็นการสมควรที่จะให้นายทหารประทวนที่รับราชการในตำแหน่งสัสดีอำเภอขั้นสัญญาบัตรได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้
๓. นายทหารประทวนซึ่งสำเร็จการศึกษาวิชาพยาบาลและผดุงครรภ์มีฐานะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนซึ่งสำเร็จวิชาทันตแพทย์ชั้น ๒ หรือวิชาทันตานามัย จึงเป็นการสมควรที่จะให้แต่งตั้งยศเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกัน
๔. ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิเท่าเทียมกับข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป จึงเป็นการสมควรที่จะให้ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปตามหลักการเดิมด้วย
รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ
๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๑
๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๐/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๘๑๕/๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๖
[๑] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)
[๒] ข้อ ๑๐ วรรคสอง เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๓] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๔] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๕] ข้อ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๖] ข้อ ๑๕ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๗] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)
[๘] ข้อ ๑๖ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๓๘๘/๕ ตุลาคม ๒๔๙๗
[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๒๐/หน้า ๒๒๑/๖ มีนาคม ๒๔๙๙
[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๕/ตอนที่ ๖๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ กันยายน ๒๕๐๑