หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/03/2499) (ฉบับที่ 3)

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/03/2499) (ฉบับที่ 3) (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๔๙๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

 

หมวด ๑

การแต่งตั้งนายทหารประทวน

                  

 

ข้อ ๑  บุคคลที่จะเป็นนายทหารประทวนได้นั้น นอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปแล้ว จักต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงาม สมควรเป็นนายทหารประทวนได้

 

ข้อ ๒  นักเรียนทหารและทหาร ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อ

(๑) สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ

(๒) นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ต้องออกจากความเป็นนักเรียนก่อนสำเร็จการศึกษา แต่มีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ

(๓) ได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว สมัครรับราชการต่อไปอีก และมีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ

 

ข้อ ๓  ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๒ ได้และเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญาหรืออนุปริญญา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อเข้ารับราชการทหารในกองประจำการ

 

ข้อ ๔  ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๑ ได้ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อ

(๑) ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน

(๒) ถ้าเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญา ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

 

ข้อ ๕  ยุวชนนายสิบซึ่งสอบชั้น ๒ ได้ หรือยุวชนทหารซึ่งสอบชั้น ๓ ได้ ทั้งสอบได้ตามหลักสูตรของโรงเรียนฝึกครูยุวชนทหารด้วย ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน

 

ข้อ ๖  ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ตามระเบียบของกองทัพบก

 

ข้อ ๗  ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยหรือของต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นอุดมศึกษา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสามเดือน

 

ข้อ ๘  ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศืกษาปีที่ ๒ หรือผู้สำเร็จวิชาชีพจากโรงเรียนอาชีพซึ่งรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๖ หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ เข้าศึกษา และมีหลักสูตรเวลาเรียนตั้งแต่สามปีขึ้นไปโดยกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะโรงเรียนอาชีพนั้นๆ แล้ว หากบุคคลเหล่านี้ร้องขอเข้ากองประจำการ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

 

ข้อ ๙  ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พนักงานเทศบาล ซึ่งรับเงินเดือนประจำ และเป็นข้าราชการหรือพนักงานตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

 

ข้อ ๑๐[๑]. ผู้มีวิทยฐานะสำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไปหรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๓ ถึงชั้นมัธยมปีที่ ๕ หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีได้ผลดี และได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตราเงินเดือนของนายทหารประทวนแล้ว[๒]

 

ข้อ ๑๑[๓]  ผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไป หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นประถมปีที่ ๔ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการพิเศษตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

 

หมวด ๒

การแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร

                  

 

ข้อ ๑๒[๔]  บุคคลที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้นนอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดั่งจะกล่าวต่อไปนี้แล้ว จักต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงามสมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ และต้องมีสัญชาติไทยแต่มิใช่โดยการแปลงสัญชาติตามกฎหมาย

 

ข้อ ๑๓  นักเรียนทหารและทหารที่จะแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้น จักต้องมีคุณลักษณะและวิทยฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ

(๑) นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ หรือสอบชั้นปีที่ ๔ ตามหลักสูตรห้าปีได้ แต่สอบตกชั้นสูงสุด

(๒)[๕] นายทหารประทวน ซึ่งรับราชการในหน้าที่สัสดีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และสอบวิชาสัสดีได้ มียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีได้ผลดี

(๓) นายทหารประทวนซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรวิชาทันตนามัยของทางราชการทหาร หรือสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทันตแพทย์ชั้น ๒ หรือโรงเรียนทันตนามัยของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๔) นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตร ซึ่งมีหลักสูตรการศืกษาไม่น้อยกว่าสองปีและสอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น

(๕) นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตรซึ่งมีหลักสูตรการศืกษาน้อยกว่าสองปี แต่ไม่น้อยกว่าหกเดือน สอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น และ

(ก) สำหรับผู้มียศนายดาบ หรือมียศชั้นจ่านายสิบ พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

(ข) สำหรับผู้มียศสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี ให้แต่งตั้งเป็นจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก แล้วต่อมาให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรอีกหนึ่งปี ได้ผลดี

(๖) นายทหารประทวนประจำการซึ่งมียศชั้นจ่านายสิบ พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบปีสอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี

(๗) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ประจำการ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบห้าปี โดยมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี ทั้งส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

(๘) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ประจำการ เดิมเป็นนักเรียนทหาร ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบชั้นปีที่ ๓ ได้ แต่สอบชั้นปีที่ ๔ ตก และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอกมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๙)[๖] ข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนมีเวลารับราชการรวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือได้รับเงินเดือนในอัตราสูงสุดของข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรและอัตราจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก รวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี ทั้งได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีได้ผลดี และส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้

 

ข้อ ๑๔  นักเรียนที่ศึกษาวิชาอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งทางราชการทหารได้รับสมัครให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อเรียนสำเร็จวิชาตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดแล้ว

 

ข้อ ๑๕  ยุวชนนายทหารซึ่งมียศนายทหารประทวนตามข้อ ๓ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว

 

ข้อ ๑๕ ทวิ[๗]  ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ ขึ้นไป หรือซึ่งกระทรวงศืกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือเตรียมอุดมศืกษาปีที่ ๒ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือได้เป็นผู้ฝึกอบรมวิชาทหาร มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรยศไม่เกินพันเอก นาวาเอก หรือนาวาอากาศเอกได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร

 

ข้อ ๑๖[๘]. ผู้สำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษาได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไปจากสำนักอุดมศึกษาของรัฐบาล มหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือสำนักศืกษาในต่างประเทศ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร

 

ข้อ ๑๖ ทวิ [๙] สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยการศาสนา หรือผู้สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค และได้รับการอบรมวิชาทหารมีความรู้ตามสมควรแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์อัตราทหาร

 

ข้อ ๑๗  ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและสำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษา ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ตามระเบียบของกองทัพบก

 

หมวด ๓

บทเฉพาะกาล

                  

 

ข้อ ๑๘  ข้าราชการกลาโหมพลเรือน ซึ่งรับราชการอยู่ก่อนวันใช้บังคับกฎกระทรวงนี้ และได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารโดยอนุโลมตามชั้นเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในขณะนั้นได้ เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๖

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙


กฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)[๑๐]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

๑.  เนื่องจากกฎกระทรวงเดิมกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นนายทหารประทวนได้เฉพาะผู้ที่เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ทำให้ขัดข้องแก่การบรรจุเสมียนและโครงการแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นทหาร และ

๒.  มิได้กำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับแต่งตั้งยศเป็นนายทหารประทวนแล้ว

จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า ซึ่งได้รับการฝึกวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้วเป็นนายทหารประทวนได้ด้วย และกำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนแล้ว เพื่อแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกับการแต่งตั้งนายทหารประทวนยศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก เป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยทั่วไป

 

กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๑๑]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

๑.  เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนให้แก่ผู้มีวิทยฐานะต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖ แต่ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ โดยบรรจุบุคคลผู้มีวิทยฐานะชั้นนี้เข้ารับราชการทำหน้าที่ในตำแหน่งอัตรานายทหารประทวนตามที่ทางราชการต้องการอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี เมื่อได้รับเงินเดือนเข้าขั้นอัตรานายทหารประทวนแล้วก็แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ กฎกระทรวงฉบับเดิมกำหนดวิทยฐานะไว้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖ ขึ้นไป

๒.  เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาพิเศษที่แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ มีพื้นความรู้ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๔ ขึ้นไปหรือเทียบเท่า เพราะเป็นวิทยฐานะต่ำที่สุดที่อยู่ในเกณฑ์บังคับเป็นการทั่วไปอยู่แล้ว และให้บุคคลดังกล่าวในข้อนี้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหารเสียก่อนจะแต่งตั้งยศทหารให้ เพื่อให้มีความรู้ในวิชาทหารตามสมควร

๓.  เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติรับราชการทหารที่แก้ไขใหม่เกี่ยวกับผู้มีสัญชาติไทยเช้ารับราชการทหาร

๔.  กำหนดเวลารับราชการในหน้าที่สัสดี ๕ ปี เดิมกำหนดอยู่ในระเบียบการสอบวิชาการสัสดีอยู่แล้ว แต่เป็นการภายในวงการสัสดี จึงควรกำหนดไว้ในกฎกระทรวงเพื่อให้บุคคลภายนอกได้ทราบส่วนที่กำหนดเวลารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดไม่น้อยกว่า ๑ ปีนั้น ทางราชการพิจารณาเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแก่การฝึกอบรมงานในหน้าที่แล้ว

๕.  เพื่อแต่งตั้งยศนายทหารสัญญาบัตรให้แก่ผู้ที่รับราชการในตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ได้ โดยกำหนดวิทยฐานะไว้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการแต่งตั้งผู้มีวิทยฐานะอื่นๆ ทั่วไปเป็นนายทหารสัญญาบัตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๑

 

 



ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๐/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๘๑๕/๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๖

[๑] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)

[๒] ข้อ ๑๐ วรรคสอง เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๓] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๔] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๕] ข้อ ๑๓ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๖] ข้อ ๑๓ (๙) เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)

[๗] ข้อ ๑๕ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๘] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ (ว่าด้วยการกำหนดสิทธิเป็นนายทหารประทวนและการนับเวลาราชการ)

[๙] ข้อ ๑๖ ทวิ เพิ่มโดยกฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๓๘๘/๕ ตุลาคม ๒๔๙๗

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๒๐/หน้า ๒๒๑/๖ มีนาคม ๒๔๙๙