กฎกระทรวง
กำหนดเงื่อนไข วิธีการขอรับใบอนุญาต และการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ
วัสดุต้นกำลัง วัสดุพลอยได้ หรือพลังงานปรมาณู
พ.ศ. ๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และวรรคสอง และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๓ ระเบียบและประกาศที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ข้อ ๔ ในกฎกระทรวงนี้
“รังสี” หมายความว่า พลังงานปรมาณูในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคใดๆ ที่มีความเร็ว ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการแตกตัวเป็นไอออนได้ทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมในตัวกลางที่ผ่านไป เช่น รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ รังสีบีตา รังสีแอลฟา อนุภาคนิวตรอน อนุภาคโปรตอน และอนุภาคอิเล็กตรอน
“วัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี
“กากกัมมันตรังสี” หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสีที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
“เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู” หมายความว่า ระบบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับก่อให้เกิดพลังงานปรมาณูอันเกิดจากปฏิกิริยาการแยกหรือการรวมนิวเคลียสของปรมาณูอย่างต่อเนื่องและสามารถควบคุมได้
“เครื่องกำเนิดรังสี” หมายความว่า เครื่องหรือระบบอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมาเมื่อมีการให้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานรูปแบบอื่นเข้าไป
“บริเวณรังสี” หมายความว่า บริเวณใดๆ ที่มีรังสีในปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดไม่ว่ารังสีนั้นจะมาจากวัสดุกัมมันตรังสีหรือเครื่องกำเนิดรังสี
“พื้นที่ควบคุม” หมายความว่า บริเวณรังสีซึ่งต้องควบคุมการเข้าออกตามมาตรการป้องกันรังสีและมาตรการความปลอดภัยทางรังสี เพื่อควบคุมการได้รับรังสีจากการแผ่รังสีตามสภาพปกติ หรือป้องกันการแพร่กระจายของการเปรอะเปื้อนทางรังสีในระหว่างการทำงานตามสภาพปกติ และป้องกันหรือจำกัดขอบเขตการแผ่รังสีที่มีอยู่
“ปริมาณรังสียังผล” หมายความว่า ผลรวมของปริมาณรังสีสมมูลหลังจากปรับเทียบสภาพไวต่อรังสีของแต่ละเนื้อเยื่อหรืออวัยวะทั่วร่างกาย มีหน่วยเป็นซีเวิร์ต
“ปริมาณรังสีสมมูล” หมายความว่า ผลรวมของปริมาณรังสีดูดกลืนในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใดๆ ของมนุษย์ หลังจากปรับเทียบการก่ออันตรายของรังสีทุกชนิดที่อวัยวะนั้นได้รับ โดยเทียบกับการก่ออันตรายของรังสีแกมมา มีหน่วยเป็นซีเวิร์ต
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
เงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาต
ส่วนที่ ๑
เงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้
หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสี
ข้อ ๕ ผู้ใดจะผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งวัสดุพลอยได้ หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสี ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๖ ผู้ใดจะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งวัสดุพลอยได้ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๗ แบบคำขออนุญาตตามข้อ ๕ และข้อ ๖ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๘ ผู้ยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๕ หรือข้อ ๖ ต้องระบุผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี สถานที่จัดเก็บและสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับรังสี เครื่องมือตรวจวัดรังสีและเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อระงับหรือป้องกันอันตรายจากรังสีซึ่งอาจมีแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล พร้อมทั้งต้องเสนอวิธีการดังต่อไปนี้ เท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องในการขออนุญาตแต่ละกรณีมาพร้อมคำขออนุญาตนั้นๆ ด้วย
(๑) วิธีการจัดเก็บวัสดุพลอยได้ที่ขออนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้
(๒) วิธีการในการติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสี
(๓) วิธีการป้องกันอันตรายจากรังสี ระบบประกันคุณภาพการใช้รังสี เครื่องกำเนิดรังสี และแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายรังสีในภาวะไม่ปกติหรือกรณีฉุกเฉินอื่น
(๔) วิธีการจัดการและวิธีการในการส่งคืนกากกัมมันตรังสี
(๕) วิธีการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีและกากกัมมันตรังสี
(๖) วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุพลอยได้
(๗) วิธีการเมื่อเลิกดำเนินการตามที่ขอรับใบอนุญาต หรือเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุ
(๘) วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
วิธีการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ส่วนที่ ๒
เงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุต้นกำลัง
ข้อ ๙ ผู้ใดจะผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๑๐ ผู้ใดจะกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๑๑ ผู้ใดจะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษหรือวัสดุต้นกำลัง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๑๒ แบบคำขออนุญาตตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๑๓ ผู้ยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ต้องระบุผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ สถานที่จัดเก็บและสถานที่ประกอบกิจการ พร้อมทั้งต้องเสนอวิธีการดังต่อไปนี้ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายที่อาจเกิดแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคลมาพร้อมคำขออนุญาตนั้นๆ ด้วย
(๑) วิธีการพิทักษ์ไม่ให้มีการแพร่ขยายวัสดุนิวเคลียร์
(๒) วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ในสถานที่จัดเก็บ ในระหว่างการใช้งาน ในระหว่างการขนส่ง หรือในกระบวนการแปรสภาพของวัสดุนิวเคลียร์
(๓) วิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีที่เกิดจากการผลิต การมีไว้ในครอบครอง หรือการใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ และแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายรังสีจากการผลิตการมีไว้ในครอบครอง หรือการใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์
(๔) วิธีการเมื่อเลิกดำเนินการตามที่ขอรับใบอนุญาต หรือเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุ
(๕) วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
วิธีการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ส่วนที่ ๓
เงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
ข้อ ๑๔ ผู้ใดจะผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่เลขาธิการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน
ข้อ ๑๕ ผู้ยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑๔ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สถาบันวิจัยที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย หรือนิติบุคคลอื่นซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และมีทุนจดทะเบียนตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ข้อ ๑๖ การยื่นคำขออนุญาตตามข้อ ๑๔ ผู้ยื่นคำขออนุญาตต้องยื่นเอกสารรายงานการวิเคราะห์ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูมาพร้อมคำขอรับใบอนุญาตด้วย
รายงานการวิเคราะห์ความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้
(๑) การออกแบบตามข้อกำหนดหรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยและทางวิศวกรรม
(๒) คุณลักษณะและความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง
(๓) ระบบเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู อุปกรณ์ และระบบควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
(๔) วิธีการด้านความปลอดภัยทางรังสี
(๕) วิธีการด้านบริหารจัดการบุคลากรและการดำเนินการความปลอดภัย การเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู การซ่อมแซมและการบำรุงรักษา
(๖) วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
(๗) วิธีการพิทักษ์ไม่ให้มีการแพร่ขยายวัสดุนิวเคลียร์
(๘) วิธีการประเมินและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(๙) การวิเคราะห์ความปลอดภัยของระบบเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู และการประกันคุณภาพ
(๑๐) แผนการเริ่มดำเนินการและปลดระวางเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู
(๑๑) แผนการดำเนินการและการเตรียมความพร้อมในการระงับเหตุฉุกเฉินทางรังสี
(๑๒) วิธีการเมื่อเลิกดำเนินการตามที่ขอรับใบอนุญาต หรือเมื่อใบอนุญาตสิ้นอายุ
(๑๓) วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
การออกใบอนุญาต
ข้อ ๑๗ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอตามกฎกระทรวงนี้แล้ว ให้ตรวจสอบคำขอเอกสารหลักฐานประกอบคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าข้อมูลประกอบการพิจารณาไม่เพียงพอหรือเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขออนุญาตดำเนินการแจ้งข้อมูลหรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ดำเนินการตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งตามวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับคำขออนุญาต และแจ้งคำสั่งดังกล่าวพร้อมส่งเอกสารหลักฐานคำขอคืนให้แก่ผู้ขออนุญาต
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าข้อมูลประกอบการพิจารณาและเอกสารหลักฐานที่ยื่นหรือที่ยื่นเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอคำขออนุญาตพร้อมด้วยความเห็นต่อคณะกรรมการต่อไป
ข้อ ๑๘ ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าควรอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่ควรอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ทั้งนี้ ให้ระบุเหตุผลของการไม่อนุญาตรวมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์หรือโต้แย้งผลการพิจารณา และระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้งดังกล่าวให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย
ข้อ ๑๙ ในการออกใบอนุญาตคณะกรรมการจะกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณูให้ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
ข้อ ๒๐ ระยะเวลาการดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๒๑ ใบอนุญาตที่ออกตามกฎกระทรวงนี้ให้มีอายุใบอนุญาตตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
การต่ออายุใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต
ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้ หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสีวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ หรือวัสดุต้นกำลัง ที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ
ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ
ข้อ ๒๔ ในการพิจารณาคำขอต่ออายุใบอนุญาต ให้นำความในหมวด ๑ และหมวด ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตชำรุดในสาระสำคัญ หรือสูญหาย หรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบถึงการชำรุดในสาระสำคัญ หรือสูญหาย หรือถูกทำลาย
ใบแทนใบอนุญาตให้ใช้แบบใบอนุญาต โดยระบุคำว่า “ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของใบอนุญาต
เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ต้องปฏิบัติ
ส่วนที่ ๑
เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้
หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสีต้องปฏิบัติ
ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการตามที่ได้ยื่นไว้ในคำขออนุญาตรวมทั้งระเบียบของคณะกรรมการและเงื่อนไขในใบอนุญาต
ข้อ ๒๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องอบรมบุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสี ให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายจากรังสีและวิธีป้องกันอันตรายจากรังสีตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีหลักประกันหรือการประกันภัยที่มีผลคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่นที่อาจได้รับผลกระทบทางรังสีตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๒๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้บุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสีได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ปริมาณรังสียังผล (effective dose) ๒๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วงห้าปีติดต่อกัน ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะรับรังสีได้ไม่เกิน ๕๐ มิลลิซีเวิร์ต และตลอดในช่วงห้าปีติดต่อกันนั้นจะต้องได้รับรังสีไม่เกิน ๑๐๐ มิลลิซีเวิร์ต
(๒) ปริมาณรังสีสมมูล (equivalent dose) ๑๕๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา
(๓) ปริมาณรังสีสมมูล (equivalent dose) ๕๐๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า
ข้อ ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้หญิงมีครรภ์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับรังสีตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์เกิน ๑ มิลลิซีเวิร์ต และต้องเฉลี่ยไม่เกิน ๐.๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อเดือน
ข้อ ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้ประชาชนทั่วไป เว้นแต่ผู้ที่มารับบริการทางการแพทย์ได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) ปริมาณรังสียังผล (effective dose) ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี
(๒) ปริมาณรังสีสมมูล (equivalent dose) ๑๕ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา
(๓) ปริมาณรังสีสมมูล (equivalent dose) ๕๐ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง
ข้อ ๓๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบหกปี เว้นแต่ผู้ที่มารับบริการทางการแพทย์ เข้าไปในบริเวณรังสีหรือปฏิบัติงานใด ๆ ที่เกี่ยวกับรังสี
ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่ให้บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบหกปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี
ข้อ ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องติดตั้งเครื่องหมายสัญลักษณ์ทางรังสีพร้อมข้อความหรือคำเตือนภัยที่เหมาะสมและเห็นได้ชัดเจนที่จุดทางเข้าบริเวณรังสี พื้นที่ควบคุม บริเวณที่มีวัสดุพลอยได้ หรือเครื่องกำเนิดรังสี และตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม และต้องมีระบบเตือนภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีฉุกเฉิน ณ จุดที่เป็นทางเข้า และตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมภายในพื้นที่ควบคุม
เครื่องหมายสัญลักษณ์ทางรังสีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๓๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องทำรายงานแสดงปริมาณของวัสดุพลอยได้ที่มีไว้ในครอบครองโดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้เข้าครอบครองวัสดุพลอยได้นั้น
ผู้รับใบอนุญาตต้องทำรายงานแสดงปริมาณของวัสดุพลอยได้ที่มีไว้ในครอบครองต่อคณะกรรมการว่าได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มขึ้นและการลดลงนั้นด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
แบบรายงานให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๓๖ ในกรณีที่วัสดุพลอยได้ที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับใบอนุญาตเกิดการรั่วไหลออกจากภาชนะที่กักเก็บหรืออุปกรณ์ที่บรรจุอยู่ ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลันและผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉินจากการรั่วไหลที่ได้แจ้งไว้และที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต และให้ผู้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดยื่นต่อสำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เกิดการรั่วไหล
ในกรณีที่วัสดุพลอยได้ที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับใบอนุญาตสูญหาย ให้ผู้รับใบอนุญาตแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลันตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้ต้องเก็บรักษาวัสดุพลอยได้ไว้ ณ สถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
การย้ายวัสดุพลอยได้ไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้ต้องจัดการกับกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสีที่ได้แจ้งไว้ และตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น
ส่วนที่ ๒
เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ต้องปฏิบัติ
ข้อ ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการตามที่ได้ยื่นไว้ในคำขออนุญาตรวมทั้งระเบียบของคณะกรรมการและเงื่อนไขในใบอนุญาต
ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีบุคลากรซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมในจำนวนที่เพียงพอ และฝึกอบรมบุคลากรเหล่านี้ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) ดำเนินการอื่นใดตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องทำรายงานแสดงปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ที่มีไว้ในครอบครองโดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เข้าครอบครองวัสดุนิวเคลียร์นั้น
ผู้รับใบอนุญาตต้องทำรายงานแสดงปริมาณของวัสดุนิวเคลียร์ที่มีไว้ในครอบครองต่อคณะกรรมการว่าได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มขึ้นและการลดลงนั้นด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหน
แบบรายงานให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๔๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ณ สถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตการย้ายวัสดุนิวเคลียร์ตามที่ได้รับอนุญาตไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) ในกรณีที่วัสดุนิวเคลียร์เกิดการสูญหาย หรือเสียหาย หรือถูกข่มขู่ว่าจะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแก่วัสดุนิวเคลียร์ ให้แจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน และให้จัดทำรายงานตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดยื่นต่อสำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เกิดเหตุ
ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์เพื่อป้องกันการสูญหาย หรือเสียหาย และจัดให้มีการทดสอบระบบดังกล่าวให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
ข้อ ๔๔ ให้นำความในข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๖ วรรคหนึ่ง และข้อ ๓๘ มาใช้บังคับกับผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ด้วยโดยอนุโลม
ส่วนที่ ๓
เงื่อนไขที่ผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู
จากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูต้องปฏิบัติ
ข้อ ๔๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการตามที่ได้ยื่นไว้ในคำขออนุญาตรวมทั้งระเบียบของคณะกรรมการและเงื่อนไขในใบอนุญาต
ข้อ ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) การเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูและการควบคุมเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๒) ให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
(๓) ปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๔๗ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบข้อบกพร่องหรือเหตุผิดปกติของการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคลทรัพย์สิน หรืออนามัยของบุคคล ให้ผู้รับใบอนุญาตหยุดการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูพร้อมทั้งแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบทันที และรายงานข้อบกพร่องหรือเหตุผิดปกติดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเป็นหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบข้อบกพร่องหรือเหตุผิดปกตินั้น
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบข้อบกพร่องหรือเหตุผิดปกติของการทำงานของเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคล ทรัพย์สิน หรืออนามัยของบุคคล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับใบอนุญาตหยุดการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูทันที
เมื่อมีเหตุตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ผู้รับใบอนุญาตเสนอแผนการแก้ไขซ่อมแซมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พบข้อบกพร่องหรือเหตุผิดปกติ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาแผนและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวัน
เมื่อคณะกรรมการได้รับแผนการแก้ไขซ่อมแซมและความเห็นตามวรรคสามแล้ว ให้พิจารณาสั่งการตามมาตรา ๑๔ ต่อไป
การพักใช้และการเพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๔๘ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือในกฎกระทรวงนี้ หรือระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการที่กำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติ ให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตนั้นปฏิบัติหรือปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือไม่ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งของคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการสั่งพักใช้ใบอนุญาตจนกว่าจะปฏิบัติหรือปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
ข้อ ๔๙ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วและฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการที่สั่งการตามข้อ ๔๗ อีก ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
ข้อ ๕๐ ในการออกคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต คณะกรรมการอาจกำหนดวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้ วัสดุนิวเคลียร์ วัสดุต้นกำลัง หรือพลังงานปรมาณูจากเครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในความครอบครอง ในระหว่างที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือภายหลังจากที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก็ได้
ข้อ ๕๑ ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่หากปล่อยเนิ่นช้าอาจมีอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งผู้รับใบอนุญาตระงับการดำเนินการตามใบอนุญาตชั่วคราว และรีบรายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕
ข้อ ๕๒ ในกรณีที่ใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้หรือวัสดุนิวเคลียร์ของผู้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูหมดอายุ ถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอน ให้ผู้รับใบอนุญาตระงับการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูชั่วคราวจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับวัสดุพลอยได้หรือวัสดุนิวเคลียร์ แล้วแต่กรณี
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๕๓ บรรดาใบอนุญาตที่ออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ให้คงใช้ได้ต่อไปตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต
ใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้พลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ให้ใช้ได้ต่อไปอีกห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๕๔ คำขอรับใบอนุญาตที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือเป็นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ยงยุทธ ยุทธวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเงื่อนไขวิธีการขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตทำการผลิต มีไว้ในครอบครอง ใช้ นำเข้า หรือส่งออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุต้นกำลัง วัสดุพลอยได้ หรือพลังงานปรมาณู และการกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวต้องปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมาตรการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๐