พระราชบัญญัติ
พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
พ.ศ. ๒๕๐๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔
เป็นปีที่ ๑๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔”
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“พลังงานปรมาณู” หมายความว่า พลังงานไม่ว่าในลักษณะใดซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยออกมาในเมื่อมีการแยกรวมหรือแปลงนิวเคลียสของปรมาณู
“วัสดุต้นกำลัง” หมายความว่า
(๑) ยูเรเนียม ธอเรียม สารประกอบของยูเรเนียมหรือธอเรียม หรือวัสดุอื่นใดที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุต้นกำลังตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
(๒) แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยวัสดุตามที่ระบุไว้ใน (๑) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามอัตราความเข้มข้นซึ่งกำหนดโดยกฎกระทรวง
“วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ” หมายความว่า
(๑) พลูโตเนียม ยูเรเนียมซึ่งมีความเข้มข้นของยูเรเนียม ๒๓๓ หรือยูเรเนียม ๒๓๕ สูงกว่าที่มีตามธรรมชาติ สารประกอบของธาตุดังกล่าว หรือวัสดุอื่นใดตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ไม่รวมวัสดุต้นกำลัง
(๒) วัสดุใดๆ ที่มีวัสดุตามที่ระบุไว้ใน (๑) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมเข้าไป ทั้งนี้ไม่รวมวัสดุต้นกำลัง
“วัสดุพลอยได้” หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีทุกชนิดนอกจากวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ ซึ่งเกิดจากการผลิตหรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และหมายความรวมถึงประธานกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติด้วย
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ
(๑) กำหนดให้วัสดุซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ เป็นวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ
(๒) กำหนดให้วัสดุหรือแร่หรือสินแร่ดังต่อไปนี้เป็นวัสดุต้นกำลัง
ก. วัสดุซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุต้นกำลัง
ข. แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยยูเรเนียม ธอเรียม สารประกอบของยูเรเนียมหรือธอเรียม หรือวัสดุตาม ก. อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งมีความเข้มข้นตามอัตรากำหนดและซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุต้นกำลัง
(๓) กำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ความปลอดภัยในการผลิต การมีไว้ในครอบครองหรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษพลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี และกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการตามระยะเวลาที่เห็นสมควรถึงปริมาณของวัสดุที่ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองว่า ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใดในระหว่างระยะเวลานั้น รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มและการลดนั้นด้วย
การกำหนดตามมาตรานี้ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
เรียกโดยย่อว่า
“พ.ป.ส.” มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเกี่ยวแก่พลังงานปรมาณูเพื่อสันติตามพระราชบัญญัตินี้
ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
แพทยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และนิติศาสตร์ ไม่เกินสิบคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
และอธิการบดีมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อธิการบดีจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ อธิบดี กรมโลหกิจ
เลขาธิการการพลังงานแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม เจ้ากรมอุตุนิยมวิทยา
เลขาธิการสภาวิจัยแห่งชาติ
เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติและเลขาธิการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ให้เลขาธิการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติเป็นเลขานุการคณะกรรมการ
มาตรา ๖ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้
มาตรา ๗ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๖ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
เมื่อประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระคณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน
กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการที่ตนแทน
มาตรา ๘ การประชุมทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๙ นอกจากอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้โดยเฉพาะ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่โดยทั่วไปดังต่อไปนี้
(๑) วางนโยบาย ก่อให้เกิด ส่งเสริมและควบคุม
ก. การวิจัย การทดลอง การตรวจ การสำรวจและการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับแหล่งที่จะได้มาซึ่งวัสดุต้นกำลัง
ข. การจัดหาวัสดุต้นกำลัง
ค. การผลิตและใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้และพลังงานปรมาณู
ง. การวิจัยอันเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู
(๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในเรื่องการกำหนดวัสดุนิวเคลียร์พิเศษและวัสดุต้นกำลัง
(๓) วางระเบียบควบคุมและดำเนินกิจการให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้
(๔) กำหนดมาตรฐานต่างๆ อันพึงใช้โดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู
(๕) ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพลังงานปรมาณู
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการอาจตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑ ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการมีอำนาจมีหนังสือเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำและให้ส่งเอกสารหรือวัสดุใดๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้
มาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใด
(๑) ผลิต มีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี
(๒) กระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี
ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ
ใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลัง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ
ในการอนุญาต คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ความปลอดภัยไว้ในใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรานี้ นำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุตามใบอนุญาตโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขในใบอนุญาต ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนั้นแล้วแต่กรณี โดยมิได้รับอนุญาตตามความในมาตรานี้
มาตรา ๑๔ เพื่อประโยชน์แก่การระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล คณะกรรมการมีอำนาจมีคำสั่งเป็นหนังสือ ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งออกให้ตามมาตรา ๑๒ ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเกี่ยวแก่กิจการที่ได้รับอนุญาตดังต่อไปนี้
(๑) เปลี่ยนแปลงซ่อมแซมหรือบูรณะอาคาร เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้
(๒) จัดหาหรือสร้างสิ่งใดๆ ขึ้นใหม่
(๓) งดการใช้หรือการผลิตไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติการตามคำสั่งใน (๑) และหรือ (๒)
คำสั่งของคณะกรรมการที่สั่งตาม (๑) หรือ (๒) ให้คณะกรรมการกำหนดระยะเวลาให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติตามคำสั่งนั้นด้วย และเมื่อมีเหตุอันสมควร ให้คณะกรรมการมีอำนาจขยายกำหนดเวลานั้นได้
มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการซึ่งได้สั่งตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือ (๒) ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดหรือที่คณะกรรมการขยายให้ หรือในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงซึ่งกำหนดตามมาตรา ๔ (๔) คณะกรรมการมีอำนาจมีคำสั่งเป็นหนังสือให้เพิกถอนใบอนุญาตเสียได้
ในกรณีที่ได้มีคำสั่งของคณะกรรมการให้เพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคก่อนให้ผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งผู้รับใบอนุญาตครอบครองหรือใช้ตามใบอนุญาตนั้นภายในกำหนดเก้าสิบวันถ้ามิได้จำหน่ายภายในกำหนดนี้ ให้วัสดุดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
มาตรา ๑๖ ในกรณีที่มีคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือ (๒) และเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดหรือที่คณะกรรมการขยายให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติแล้ว ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วนหรือถูกต้องตามคำสั่ง ไม่ว่าคณะกรรมการจะได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๕ หรือไม่ก็ตามให้คณะกรรมการมีอำนาจจัดให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้โดยครบถ้วน ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นในการนี้ให้ผู้รับใบอนุญาตรับผิดชอบชดใช้ให้คณะกรรมการเท่าที่คณะกรรมการได้ใช้จ่ายไป
มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของทางราชการหรือเอกชนเพื่อสอบถามหรือตรวจสอบในเรื่องการผลิต การมีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณูวัสดุพลอยได้ วัสดุต้นกำลัง หรือในเรื่องเกี่ยวกับการระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน หรือการคุ้มครองอนามัยของบุคคล หรือเพื่อปฏิบัติการอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
การเข้าไปในสถานที่ตามความในวรรคก่อน ถ้ามิใช่เป็นการเร่งด่วนหรือไม่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติการโดยฉับพลันเพื่อระงับหรือป้องกันอันตราย ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครองสถานที่ทราบล่วงหน้าตามเวลาอันสมควร และพนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปได้ก็เฉพาะในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
มาตรา ๑๘ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และในการปฏิบัติตามอำนาจในมาตรา ๑๗ ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอ
มาตรา ๑๙ ให้มีสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ โดยจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ และปฏิบัติงานธุรการอื่นๆ
มาตรา ๒๐ ให้มีเลขาธิการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติคนหนึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
มาตรา ๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๒ ผู้ใดนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลังโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๓ ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จัดให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองวัสดุเช่นว่านั้นภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคก่อน ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลัง มิได้ยื่นคำขอใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองก็ดี หรือคณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครองก็ดีให้ผู้มีไว้ในครอบครองจำหน่ายวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งตนมีไว้ในครอบครองภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาตามความในวรรคก่อน หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการสั่งไม่อนุญาตแล้วแต่กรณี ถ้ามิได้จำหน่ายภายในกำหนดนี้ ให้วัสดุดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
ห้ามมิให้นำมาตรา ๑๒ เฉพาะที่เกี่ยวแก่การมีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุต้นกำลัง วัสดุพลอยได้มาใช้แก่บุคคลที่ครอบครองวัสดุเช่นว่านั้นอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๒๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การใช้พลังงานปรมาณูเพื่อประโยชน์ในทางสันติเป็นความจำเป็น และสมควรส่งเสริมเพื่อการพัฒนาของประเทศ และโดยที่การใช้พลังงานปรมาณูเพื่อประโยชน์ในทางสันติจำเป็นต้องมีการควบคุมให้การใช้เป็นไปตามหลักวิชาและปลอดภัย จึงต้องมีกฎหมายว่าด้วยการนี้
สัญชัย/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๒