กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) และวรรคสอง กับมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“กากกัมมันตรังสี” หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมสูงว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไปและให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
“การจัดการกากกัมมันตรังสี” หมายความว่า กระบวนการดำเนินการทุกขั้นตอนซึ่งเกี่ยวข้องในการรวบรวม การคัดแยก การจำแนก การจัดเก็บ การบำบัด การแปรสภาพ การทิ้งและการขจัดกากกัมมันตรังสี และให้หมายความรวมถึงการขนส่งกากกัมมันตรังสีด้วย
“เกณฑ์ปลอดภัย” หมายความว่า ค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมที่สามารถปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
“การแปรสภาพ” หมายความว่า กระบวนการแปลงสภาพกากกัมมันตรังสีภายในภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีให้อยู่ในรูปหรือสถานะที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง การเก็บพัก หรือการทิ้งกากกัมมันตรังสีโดยถาวร
“ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก” หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรในปลอกหุ้มหรือห่อหุ้มอย่างมิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง โดยปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มต้องสามารถป้องกันการรั่วของวัสดุกัมมันตรังสีภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ และสภาวะที่อาจเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นได้
“ครึ่งชีวิต” หมายความว่า ระยะเวลาที่วัสดุกัมมันตรังสีลดกัมมันตภาพลงครึ่งหนึ่ง โดยกระบวนการสลายตัว
“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔
ข้อ ๒ กากกัมมันตรังสีสามารถจำแนกประเภทตามค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิต ดังนี้
(๑) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำมาก ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมเท่ากับหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย
(๒) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีค่าครึ่งชีวิตน้อยกว่าหนึ่งร้อยวัน การสลายตัวและลดระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัยภายในเวลาสามปี
(๓) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีบีตาหรือแกมมา มีค่าครึ่งชีวิตตั้งแต่หนึ่งร้อยวัน แต่น้อยกว่าสามสิบปี และเมื่อเก็บไว้สามปียังคงมีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย หรือกากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีแอลฟามีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณต่ำกว่า ๔๐๐ เบ็กเคอเรลต่อกรัม และมีระดับกัมมันตภาพรวมในแต่ละหีบห่อต่ำกว่า ๔,๐๐๐ เบ็กเคอเรล
(๔) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตยาว ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับบกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (๓) และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนไม่เกิน ๒ กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
(๕) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูง ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (๔) และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนมากกว่า ๒ กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อ ๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีตามความในวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ข้อ ๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี ค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสี และสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสี พร้อมทั้งแจ้งวิธีการจัดเก็บ บำบัด ขจัด และขนส่งตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และต้องแจ้งรายละเอียดดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อไปอีกตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องคัดแยก รวบรวม บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะและปิดฉลากตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่สำหรับจัดเก็บกากกัมมันตรังสีก่อนการบำบัดพร้อมทั้งอุปกรณ์อื่นที่จำเป็นที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี โดยคำนึงถึงชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี และค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสีที่จัดเก็บในสถานที่นั้น
ลักษณะ ขนาด และที่ตั้งของสถานที่ รวมทั้งอุปกรณ์ตามความในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องบำบัดกากกัมมันตรังสีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน ดังนี้
(๑) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๑) ให้ระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำทิ้ง หรือขจัดรวมกับมูลฝอยทั่วไป ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๒) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๒) ให้เก็บในภาชนะและสถานที่ตามที่คณะกรรมการกำหนดในข้อ ๕ และข้อ ๖ เพื่อให้สลายตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสิบเท่าของค่าครึ่งชีวิตก่อนปฏิบัติตาม (๑)
(๓) เมื่อดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้รายงานตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (๑) และต้องเก็บรายงานดังกล่าวไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ ๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเตรียมกากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๓) (๔) และ (๕) เพื่อการนำส่งกากกัมมันตรังสีดังกล่าวไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อดำเนินการบำบัด และขจัดตามวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) กรอกแบบขอรับบริการตามแบบที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกำหนด
(๒) บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะตามชนิดและขนาดที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) ปิดฉลากตามข้อ ๕
ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องขนส่งกากกัมมันตรังสีที่ได้จัดเตรียมไว้ตามข้อ ๘ ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเพื่อการบำบัดหรือขจัด โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่เป็นกากกัมมันตรังสีที่เกิดจากการใช้หรือหมดเปลืองไปของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่ถอด ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะการผนึกของภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ให้แตกต่างไปจากสภาพที่เป็นอยู่เมื่อเริ่มมีการครอบครองต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(๒) ห้ามโอนหรือส่งมอบการครอบครองให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่บุคคลผู้รับมอบการโอนหรือการส่งมอบการครอบครองจะเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
(๓) ทำสัญญากับผู้ขายต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้นในขณะสั่งซื้อ เพื่อส่งคืนกากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๔) และ (๕) ที่เกิดจากต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก และต้องนำส่งสำเนาเอกสารสัญญาดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาประกอบการออกใบอนุญาตให้นำเข้าต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(๔) แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการหมดสภาพการใช้งานของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้นหมดสภาพการใช้งาน
(๕) จัดเก็บกากกัมมันตรังสีในสถานที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี และให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ไม่มีการดำเนินการตาม (๒) ต้องส่งกากกัมมันตรังสีนั้นคืนไปยังผู้ผลิตโดยเร็วแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการหมดสภาพการใช้งาน และต้องนำส่งสำเนาหลักฐานการส่งคืนดังกล่าวต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติภายในสิบห้าวันนับแต่วันส่งคืนกากกัมมันตรังสีนั้น
ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม (๓) ได้ ให้นำส่งกากกัมมันตรังสีไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติดำเนินการบำบัดและขจัด โดยต้องปฏิบัติตามข้อ ๘ และข้อ ๙ โดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ในกรณีที่กากกัมมันตรังสีสูญหายหรือถูกลักขโมย หรือมีเหตุฉุกเฉินทางรังสีเกิดขึ้นกับกากกัมมันตรังสี ให้รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน แล้วจัดทำรายงานเกี่ยวกับการสูญหายหรือถูกลักขโมย หรือการเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสีดังกล่าวเป็นหนังสือเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าบริการบำบัดและขจัดกากกัมมันตรังสีตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๓ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
พินิจ จารุสมบัติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีการผลิตและใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษพลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง และกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมีมากขึ้น อันเป็นเหตุให้เกิดกากกัมมันตรังสีจำนวนมาก สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสีเพื่อเป็นมาตรการควบคุมการจัดการกากกัมมันตรังสีให้มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สุภาพร/พิมพ์
๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๖
เนติมา/พัชรินทร์ ผู้จัดทำ
๓ มิถุนายน ๒๕๔๖