กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์
และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
ตามที่ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ออกใช้บังคับแล้ว นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๖๔ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ ศ ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ แห่งกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๕ ในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนแต่ละครั้ง ถ้าผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนเห็นสมควรให้ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้เลื่อนเงินเดือน แต่ปรากฏว่าผู้นั้นถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ หรือความผิดที่คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองการพิจารณาสั่งลงโทษทางวินัยพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยคดีดังกล่าวศาลได้ประทับรับฟ้องคดีนั้นแล้วก่อนวันมีคำสั่งเลื่อนเงินเดือน ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนรอการเลื่อนเงินเดือนไว้ก่อน และให้กันเงินสำหรับเลื่อนเงินเดือนไว้ด้วย เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้วให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนพิจารณา ดังนี้
(๑) ถ้าศาลพิพากษาว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้ถ้าได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้เกินหนึ่งครั้ง ให้สั่งเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละครั้งที่ได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้ แม้ว่าผู้นั้นจะได้ออกจากราชการไปแล้วก็ตาม
(๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษเบากว่าโทษจำคุก ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ ถ้าได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้เกินหนึ่งครั้ง ให้งดเลื่อนเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ในครั้งที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษ ถ้าผู้นั้นได้ออกจากราชการไปแล้วด้วยเหตุอื่นที่มิใช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งดเลื่อนเงินเดือนในครั้งที่จะได้เลื่อนเงินเดือนครั้งสุดท้าย แต่ถ้าเป็นผู้พ้นจากราชการไปเพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการให้งดเลื่อนเงินเดือนที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายนของครึ่งปีสุดท้ายก่อนที่ผู้นั้นจะพ้นจากราชการ ส่วนในครั้งอื่นให้สั่งเลื่อนเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละครั้งที่ได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้
(๓) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือโทษหนักกว่าจำคุก ให้งดเลื่อนเงินเดือนทุกครั้งที่ได้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้
การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนตาม (๑) (๒) และ (๓) สำหรับผู้ที่ถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดีให้แยกพิจารณาเป็นคดีๆ ไป”
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ
๓ กันยายน ๒๕๕๑