ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ฉบับที่ ๑๘
เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระบบการบริหารงานตำรวจเพื่อให้มีความอิสระ เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้นและมิให้อิทธิพลทางการเมืองก้าวก่ายการดำเนินกระบวนยุติธรรมขั้นต้น อันจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยส่วนรวมยิ่งขึ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงมีประกาศ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับให้ ก.ตร. ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ
(๒) จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด จำนวน ๒ คน
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๖ คน ซึ่งได้รับการสรรหาจากประธานและกรรมการตาม (๒)
ให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นกรรมการและเลขานุการ ก.ตร. และรองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ตร.
ข้อ ๒ ในการดำเนินการของ ก.ตร. ตามข้อ ๑ มิให้นำความในมาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๕๗ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการทำความตกลง และการให้ความเห็นชอบมาใช้บังคับ
ข้อ ๓ การใดที่ ก.ตร. ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ดำเนินการไปแล้วก่อนวันที่ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับนี้ใช้บังคับ แต่การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ และมีผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคลและอยู่ในอำนาจของ ก.ตร. ให้ ก.ตร. ตามข้อ ๑ พิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณี
ข้อ ๔ ให้ ก.ตร. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๕ ให้ดำเนินการพิจารณาแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้แล้วเสร็จในหนึ่งปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๖ เมื่อได้มีการแก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือเมื่อครบกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ประกาศฉบับนี้เป็นอันยกเลิก
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พัชรินทร์/ผู้จัดทำ
๒๖ กันยายน ๒๕๔๙