หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎ ก.ตร. ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2549

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
2547254925492549
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
กฎ:

กำลังแสดง: กฎ ก.ตร. ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2549 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎ ก.ตร.

ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ระดับ สารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) มาตรา ๓๒ มาตรา ๔๕ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑๘ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และฉบับที่ ๒๘ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ประกอบกับมติ ก.ตร. ในการประชุม ครั้งที่ ๑๖/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

 

ลักษณะที่ ๑

หลักเกณฑ์ทั่วไป

                       

 

ข้อ ๑  กฎ ก.ตร. นี้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ข้อ ๒  กฎ ก.ตร. นี้ ให้ใช้บังคับในการคัดเลือก การทำความตกลง การให้ความเห็นชอบและการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ถึงพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

 

ข้อ ๓  ใน กฎ ก.ตร. นี้

หน่วย หมายความว่า สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการหรือเทียบเท่าที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หน่วยงาน หมายความว่า กองบังคับการหรือเทียบเท่า และส่วนราชการหรือกลุ่มงานหรือกลุ่มตำแหน่งที่อยู่ในสังกัดของหน่วยลงมา

การแต่งตั้งเลื่อนระดับชั้นของตำแหน่ง หมายความว่า การแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ดำรงตำแหน่งเท่าเดิม แต่มีหน้าที่ความรับผิดชอบสูงขึ้น เช่น การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานไปดำรงตำแหน่งหัวหน้างาน เป็นต้น

ผู้มีอำนาจ หมายความว่า ผู้มีอำนาจคัดเลือกหรือแต่งตั้งตามมาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

คณะกรรมการคัดเลือก หมายความว่า คณะกรรมการที่ ก.ตร.แต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ถึงพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

ตำแหน่งรองสารวัตร ถึง จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หมายความรวมถึงตำแหน่งพนักงานสอบสวน ถึง พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎ ก.ตร.

การทำความตกลง หมายความว่า การประสานงานทำความตกลงเกี่ยวกับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระหว่างสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกับกองบัญชาการหรือเทียบเท่าที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือระหว่างกองบัญชาการหรือเทียบเท่าที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ลำดับอาวุโส ให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทน

ผู้ดำรงตำแหน่งตามลักษณะที่ บทที่ และบทที่ ให้หมายความรวมถึงผู้รักษาราชการแทนด้วย

 

ข้อ ๔  ให้มีการคัดเลือกหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจปีละหนึ่งครั้ง เรียกว่า วาระประจำปี โดยการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับการ ถึง จเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ สิงหาคม ของทุกปี สำหรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดห้วงระยะเวลาดำเนินการแต่ละระดับ โดยให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ พฤศจิกายน ของทุกปี

การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งนอกวาระประจำปีตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องคัดเลือกหรือแต่งตั้งอย่างแท้จริงและไม่อาจรอวาระประจำปีได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน

การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งที่ได้เริ่มดำเนินการแต่ไม่แล้วเสร็จภายในเวลาตามวรรคหนึ่งให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอ ก.ตร. เพื่อขอรับความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการและไม่ให้ถือว่าการดำเนินการที่ทำมาแล้วต้องเสียไป

 

ข้อ ๕  การนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ให้นับดังนี้

(๑) ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี ให้นับวาระการแต่งตั้งในปีถัดไปเป็นหนึ่งปี ไม่ว่าการแต่งตั้งจะมีผลเมื่อใด สำหรับข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปีตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งอื่น หากจะต้องมีการนับระยะเวลาเพื่อการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามกฎนี้ ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปีตามกฎนี้ด้วย

(๒) ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งนอกวาระประจำปี ให้นับแบบวันชนวัน

(๓) ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งหรือแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นชั้นสัญญาบัตรครั้งแรก หากนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่เริ่มเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน มีระยะเวลารวมแล้วไม่น้อยกว่าแปดเดือน ให้นับเป็นหนึ่งปี

(๔) ข้าราชการตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับโอนมา ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตั้งแต่วันที่ผู้นั้นเป็นข้าราชการชั้นตรี หรือระดับสาม หรือข้าราชการทหารชั้นสัญญาบัตร หรือตามที่ ก.ตร. เห็นสมควร

(๕) ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเนื่องจากตำแหน่งเดิมถูกยกเลิก หรือถูกตัดโอนไปให้หน่วยหรือหน่วยงานอื่น การนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งในหน่วยสำหรับการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามข้อ ๑๒ และการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งสำหรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม ตามข้อ ๑๔ ให้นับตั้งแต่ผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมที่ถูกยกเลิกหรือถูกตัดโอนไปให้หน่วยหรือหน่วยงานอื่น

 

ข้อ ๖  เมื่อผู้มีอำนาจมีคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ให้ส่งสำเนาคำสั่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านกองกำลังพล) ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง

 

ข้อ ๗  ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎนี้

 

ข้อ ๘  การคัดเลือกหรือแต่งตั้งที่มิได้เป็นไปตามกฎนี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

 

ข้อ ๙  ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติ หรือการดำเนินการใดที่ขัดหรือแย้งกับกฎนี้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎนี้

 

ข้อ ๑๐  ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาการตีความตามกฎนี้ ให้เสนอ ก.ตร.พิจารณาวินิจฉัยคำวินิจฉัยของ ก.ตร.ให้เป็นที่สุด

 

ลักษณะที่ ๒

หลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

                       

บทที่ ๑

หลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

                       

 

ข้อ ๑๑  การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ตั้งแต่ระดับสารวัตรถึงจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติทั่วไปครบถ้วนและมียศกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามตาราง ดังต่อไปนี้

 

ระดับตำแหน่ง

ยศ

ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง

ในแต่ละระดับ

ไม่น้อยกว่า

รวมตั้งแต่ระดับ

รองสารวัตร ไม่น้อยกว่า

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเลื่อนเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ และ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

พลตำรวจโท

๑ ปี

-

 

ผู้บัญชาการ เลื่อนเป็น

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พลตำรวจโท

๑ ปี

-

รองผู้บัญชาการ เลื่อนเป็น

ผู้บัญชาการ

พลตำรวจตรี

๒ ปี

๒๘ ปี

ผู้บังคับการ เลื่อนเป็น

รองผู้บัญชาการ

พลตำรวจตรี

๓ ปี

๒๖ ปี

รองผู้บังคับการ เลื่อนเป็น

ผู้บังคับการ

พันตำรวจเอกซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก

(พิเศษ)

๔ ปีและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลัก-เกณฑ์การเลื่อนยศเป็นพลตำรวจตรี

๒๓ ปี

ผู้กำกับการ เลื่อนเป็น รองผู้บังคับการ

พันตำรวจเอก

๔ ปี

๑๙ ปี

รองผู้กำกับการ เลื่อนเป็น ผู้กำกับการ

พันตำรวจโท

๓ ปี

๑๕ ปี

สารวัตร เลื่อนเป็น รองผู้กำกับการ

พันตำรวจโท

๕ ปี

๑๒ ปี

รองสารวัตร เลื่อนเป็น สารวัตร

ร้อยตำรวจเอก

๗ ปี

-

 

ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมตั้งแต่ระดับรองสารวัตรตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับเฉพาะการคัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้ที่เคยได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเองมาก่อนแล้วเท่านั้น

การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเองทุกกรณีให้ดำเนินการในวาระประจำปี และให้เป็นไปตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ว่าด้วยการนั้น

 

ข้อ ๑๒  การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมาต้องแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยที่จะได้รับการแต่งตั้งมาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเว้นแต่เป็นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำ หรือเป็นการแต่งตั้งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร ระดับสารวัตรขึ้นไป หรือนายตำรวจราชสำนักประจำไปดำรงตำแหน่งอื่น ทั้งนี้ การแต่งตั้งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร ระดับสารวัตรขึ้นไป ไปดำรงตำแหน่งอื่นให้พิจารณาดังนี้

(๑) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ดำรงตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวรที่ครองอยู่ในปัจจุบัน จะพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในหน่วยอื่นก็ได้

(๒) ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวรที่ครองอยู่ในปัจจุบัน ให้พิจารณาแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งเท่าเดิมเท่านั้น เว้นแต่เป็นการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำ

 

ข้อ ๑๓ ข้าราชการตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับโอนมา จะต้องดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกับตำแหน่งที่รับโอนมาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี จึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้

 

บทที่ ๒

หลักเกณฑ์การแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม

                       

 

ข้อ ๑๔ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งเท่าเดิมตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึง รองผู้บังคับการ ให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง โดยให้แสดงเหตุผลความจำเป็นในการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรและผู้นั้นจะต้องดำรงตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งสุดท้ายมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี เว้นแต่

(๑) เป็นการแต่งตั้งเลื่อนระดับชั้นของตำแหน่ง

(๒) เป็นกรณีมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงหรือมีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน

(๓) เป็นการแต่งตั้งให้พ้นจากตำแหน่งเดิมที่ถูกยกเลิก หรือถูกตัดโอนไปให้ส่วนราชการอื่นๆ

(๔) เป็นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร นายตำรวจราชสำนักประจำ หรือเป็นการแต่งตั้งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร อันเนื่องมาจากผู้บังคับบัญชาได้เปลี่ยนแปลงสถานภาพ หรือนายตำรวจราชสำนักประจำ ไปดำรงตำแหน่งอื่น

 

ข้อ ๑๕  ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับผู้กำกับการ เมื่อดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบสี่ปี ให้แต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นทุกราย เว้นแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะขยายระยะเวลาให้เป็นคราวๆ ไป คราวละไม่เกินหนึ่งปี และไม่เกินสองคราว

สำหรับข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งที่จะครบกำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนอกวาระประจำปี ให้ดำเนินการในวาระประจำปีถัดไปโดยอนุโลม

 

ข้อ ๑๖  การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่หมดความจำเป็นในการประจำหรือหมดเหตุในการสำรองราชการ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือปลดออกจากราชการ หรือไล่ออก ที่ไม่ต้องตามมาตรา ๘๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ให้หน่วยต้นสังกัดเดิมของข้าราชการตำรวจผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการเว้นแต่ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยอื่นประสงค์รับตัวผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งในหน่วยของตนก็ให้ทำความตกลงกัน.

(๒) ให้ดำเนินการในโอกาสแรกที่มีตำแหน่งในระดับเดียวกันกับตำแหน่งเดิมว่างหากตำแหน่งที่ว่างอยู่ไม่ตรงกับคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้งหรือไม่มีความเหมาะสมให้แต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและหรือมีความเหมาะสมไปดำรงตำแหน่งที่ว่างแล้วจึงแต่งตั้งผู้ที่รอการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งแทน

(๓) หากหน่วยต้นสังกัดเดิมของข้าราชการตำรวจผู้นั้นไม่มีตำแหน่งว่างรองรับ และไม่มีหน่วยอื่นประสงค์จะรับตัวผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งในสังกัด ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาตำแหน่งว่างในหน่วยอื่นเพื่อใช้รองรับการแต่งตั้งได้ตามความเหมาะสม และให้หัวหน้าหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น

 

ข้อ ๑๗  การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ลาศึกษาตามโครงการ หากไม่มีกรณีที่ต้องดำเนินการตาม กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด ให้ดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งตามโครงการที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ลาศึกษาทันทีที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้หากตำแหน่งตามโครงการมีผู้ครองอยู่ ให้แต่งตั้งหรือเสนอขอแต่งตั้งผู้ครองตำแหน่งไปดำรงตำแหน่งอื่นเพื่อจะได้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับอนุมัติหรืออนุญาตให้ลาศึกษาไปดำรงตำแหน่งแทน

 

ลักษณะที่ ๓

วิธีปฏิบัติในการดำเนินการคัดเลือกหรือแต่งตั้ง

                       

บทที่ ๑

การจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น

                       

 

ข้อ ๑๘  หน่วยงานที่มีระดับสารวัตรเป็นหัวหน้า ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร และสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นแล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปจนถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจน และเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วส่งไปยังหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับตามสายการบังคับบัญชา

 

ข้อ ๑๙  หน่วยงานที่มีระดับรองผู้กำกับการเป็นหัวหน้า ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร ถึง รองผู้กำกับการ ดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตร

ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรทุกคน (ยกเว้นผู้ที่ดำ รงตำ แหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเอง) เป็นกรรมการ พิจารณาข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้กำกับการ

ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๓) เมื่อดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วส่งไปยังหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับตามสายการบังคับบัญชา

 

ข้อ ๒๐  หน่วยงานที่มีระดับผู้กำกับการเป็นหัวหน้า ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร ถึง ผู้กำกับการ ดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรและรองผู้กำกับการให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วยหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานทุกคนเป็นกรรมการ พิจารณาข้าราชการตำรวจระดับรองสารวัตรและระดับสารวัตรที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมา พิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อระดับกองกำกับการ แล้วสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับผู้กำกับการ

ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับรองผู้กำกับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๓) เมื่อดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วส่งไปยังหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับตามสายการบังคับบัญชา

 

ข้อ ๒๑  หน่วยงานที่มีระดับรองผู้บังคับการเป็นหัวหน้า ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงผู้กำกับการ

ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการทุกคน (ยกเว้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเอง) เป็นกรรมการ โดยดำเนินการดังนี้

(ก) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงรองผู้กำกับการให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมาพิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วยงาน แล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบ ในแต่ละระดับตำแหน่งแต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยงาน เว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ข) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับผู้กำกับการ

ให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับในสายการบังคับบัญชาเสนอขึ้นมา พิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วยงานและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้บังคับการ

ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๓) เมื่อดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วส่งไปยังหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับตามสายการบังคับบัญชา

 

ข้อ ๒๒  หน่วยงานที่มีระดับผู้บังคับการเป็นหัวหน้า ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตรถึงผู้บังคับการ ดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ

ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วยหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานทุกคนเป็นกรรมการ โดยดำเนินการดังนี้

(ก) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงรองผู้กำกับการให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมาพิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อระดับกองบังคับการ แล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบ ในแต่ละระดับตำแหน่งแต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยงาน เว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ข) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับผู้กำกับการ

ให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมาพิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อระดับกองบังคับการ แล้วสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(ค) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้บังคับการให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับผู้บังคับการ

ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น

(๓) เมื่อดำเนินการตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วส่งไปยังหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับตามสายการบังคับบัญชา

 

ข้อ ๒๓  หน่วยหรือหน่วยงานที่มีระดับผู้บัญชาการเป็นหัวหน้า ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตรถึงผู้บัญชาการ ดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงรองผู้บัญชาการ

ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการ ประกอบด้วยหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานทุกคนเป็นกรรมการ โดยดำเนินการดังนี้

(ก) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงผู้บังคับการ

ให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมาพิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อระดับกองบัญชาการ แล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบในแต่ละระดับตำแหน่งแต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยหรือหน่วยงานเว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ข) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้บัญชาการ

ให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้เหลือไม่เกินร้อยละห้าสิบแต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยหรือหน่วยงานเว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ค) เมื่อดำเนินการตาม (ก) และ (ข) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วเสนอไปยังผู้บัญชาการ หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วแต่กรณี

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับผู้บัญชาการ

ให้ผู้บัญชาการพิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้นแล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุด พร้อมทั้งให้พิจารณาด้วยว่ามีความเหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในหน่วยหรือหน่วยงานที่มีลักษณะงานแบบใด สำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจน และเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ข้อ ๒๔  สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสารวัตรถึงผู้บัญชาการ ในรูปคณะกรรมการประกอบด้วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคนเป็นกรรมการ โดยดำเนินการดังนี้

(๑) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงรองผู้บัญชาการ

(ก) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับสารวัตรถึงผู้บังคับการให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่หน่วยงานรองลงมาหนึ่งระดับเสนอขึ้นมาพิจารณารวมกับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบในแต่ละระดับตำแหน่ง แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยงานเว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ข) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนดำรงตำแหน่ง ระดับรองผู้บัญชาการ

ให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้เหลือไม่เกินร้อยละห้าสิบแต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่างในสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

(ค) เมื่อดำเนินการตาม (ก) และ (ข) แล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุดสำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วเสนอไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

(๒) ผู้เหมาะสมที่จะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นระดับผู้บัญชาการ

ให้พิจารณาจากข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสรรหาให้เหลือเฉพาะผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่านั้น แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุด พร้อมทั้งให้พิจารณาด้วยว่ามีความเหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในหน่วยหรือหน่วยงานที่มีลักษณะงานแบบใด สำหรับผู้ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจน และเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดแล้วส่งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ข้อ ๒๕  ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสรรหาข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะเลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ โดยพิจารณาในรูปคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกคน เป็นกรรมการ ให้นำเอารายชื่อเฉพาะที่ปรากฏในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามข้อ ๒๓ (๒) และข้อ ๒๔ (๒) เท่านั้น แล้วสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้เหลือจำนวนไม่เกินร้อยละห้าสิบ แต่ทั้งนี้จะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง เว้นแต่กรณีที่มีจำนวนผู้เหมาะสมไม่ถึงสองเท่าของจำนวนตำแหน่งว่าง ก็ให้พิจารณาไปตามนั้น

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรียงตามลำดับจากผู้ที่เหมาะสมมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ระบุเหตุผลโดยละเอียด ชัดเจน และเป็นรูปธรรมตามแบบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด แล้วเสนอไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

ข้อ ๒๖  การสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึง ผู้บัญชาการ ตามข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ ให้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ผลการปฏิบัติงาน การบริหารงานและการปกครองบังคับบัญชา ผลการประเมินการปฏิบัติงาน คุณวุฒิ ความประพฤติ ประวัติการรับราชการ และอาวุโสประกอบกัน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

 

ข้อ ๒๗  การสรรหาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึง ผู้บัญชาการ ตามข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ หากผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นมีจำนวนไม่ถึงห้าคน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยหรือหน่วยงานจะพิจารณาไปตามนั้นก็ได้

 

ข้อ ๒๘  การจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นของหน่วยงานตามข้อ ๒๐ หรือข้อ ๒๒ หากคณะกรรมการมีไม่ถึงสามคน แต่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับหัวหน้าหน่วยงาน ให้ผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการ หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับหัวหน้าหน่วยงาน หรือมีแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึงสามคน ให้ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการ

การจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นของหน่วยงานตามข้อ ๑๙ หรือข้อ ๒๑ หากคณะกรรมการมีไม่ถึงสามคน แต่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับหัวหน้าหน่วยงาน ให้ผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการ หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับหัวหน้าหน่วยงาน หรือมีแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึงสามคน ให้ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคน ร่วมเป็นคณะกรรมการ

การจัดทำ บัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำ แหน่งสูงขึ้นในรูปคณะกรรมการตามข้อ ๒๓  หากหน่วยหรือหน่วยงานใดมีคณะกรรมการไม่ถึงสามคน ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) หน่วยหรือหน่วยงานที่มีตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานไม่ถึงสามตำแหน่ง และมีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงาน ให้ผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการ หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงาน หรือมีแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึงสามคนให้ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานทุกคนร่วมเป็นคณะกรรมการ

(๒) หน่วยหรือหน่วยงานที่มีตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงานตั้งแต่สามตำแหน่งขึ้นไป และมีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงาน ให้ผู้ที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการหากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกับรองหัวหน้าหน่วยหรือหน่วยงาน หรือมีแต่รวมกันแล้วยังไม่ถึงสามคน ให้ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่มีลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้นและลำดับอาวุโสถัดลงไปตามลำดับจนครบสามคนร่วมเป็นคณะกรรมการ

 

ข้อ ๒๙  ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดห้วงระยะเวลาดำเนินการจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับตำแหน่ง

 

บทที่ ๒

การจัดทำบัญชีข้อมูลการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม

                       

 

ข้อ ๓๐  หน่วยงานที่มีระดับรองผู้บังคับการเป็นหัวหน้า ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานและข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการทุกคน (ยกเว้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม-ลดได้ในตัวเอง) ร่วมกันจัดทำบัญชีข้อมูลการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร ถึงรองผู้กำกับการ ภายในหน่วยงานหรือจากหน่วยงานในสังกัดไปดำรงตำแหน่งในหน่วยหรือหน่วยงานอื่น และข้าราชการตำรวจจากหน่วยหรือหน่วยงานอื่นมาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานในสังกัด แล้วเสนอไปยังผู้มีอำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

กรณีคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีไม่ถึงสามคน ให้นำความตามข้อ ๒๘ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การจัดทำบัญชีข้อมูลการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ดำเนินการจัดทำบัญชีข้อมูล แล้วเสนอไปยังผู้มีอำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

 

ข้อ ๓๑  หน่วยงานที่มีระดับผู้บังคับการเป็นหัวหน้า ให้พิจารณาในรูปคณะกรรมการประกอบด้วยหัวหน้าและรองหัวหน้าหน่วยงานทุกคน ร่วมกันจัดทำบัญชีข้อมูลการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรถึงผู้กำกับการ จากหน่วยงานในสังกัดไปดำรงตำแหน่งในหน่วยหรือหน่วยงานอื่น และข้าราชการตำรวจจากหน่วยหรือหน่วยงานอื่นมาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานในสังกัด แล้วเสนอไปยังผู้มีอำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

กรณีคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีไม่ถึงสามคน ให้นำความตามข้อ ๒๘ วรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การจัดทำบัญชีข้อมูลการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ดำเนินการจัดทำบัญชีข้อมูล แล้วเสนอไปยังผู้มีอำนาจเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

 

บทที่ ๓

วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งของผู้มีอำนาจ

                       

 

ข้อ ๓๒  เมื่อได้ดำเนินการตามลักษณะที่ ๓ บทที่ ๑ และบทที่ ๒ แล้ว ให้ผู้มีอำนาจจัดทำบัญชีคัดเลือกหรือบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจแล้วแต่กรณี ทั้งการสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิมและการเลื่อนดำรงตำแหน่งสูงขึ้น เสนอคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดำเนินการตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ดังนี้

(๑) การสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิมให้นำข้อมูลตามลักษณะที่ ๓ บทที่ ๒มาใช้ประกอบการพิจารณา

(๒) การเลื่อนดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้งได้เฉพาะผู้ที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏอยู่ในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นที่หน่วยและหน่วยงานได้เสนอไว้ตามลักษณะที่ ๓ บทที่ ๑ เท่านั้น ยกเว้นการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำ ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย

 

ข้อ ๓๓  การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับตำแหน่งให้พิจารณาดังนี้

(๑) ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโส

(๒) ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปถึงผู้บัญชาการให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง

(๓) ตำแหน่งว่างที่เหลือจากการพิจารณาตาม (๒) ให้พิจารณาเรียงตามลำดับความเหมาะสมจากผู้มีความเหมาะสมมากที่สุดโดยเปรียบเทียบกับตำแหน่งที่จะคัดเลือกหรือแต่งตั้งว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งใดไปตามลำดับ จนครบตามจำนวนตำแหน่งว่างของหน่วยที่มีอยู่ในขณะนั้น

การคัดเลือกหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไป ถึงผู้บัญชาการหากมีตำแหน่งว่างเพียงตำแหน่งเดียว ให้ถือว่าผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกรายเป็นผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาโดยเท่าเทียมกัน โดยให้นำอาวุโสมาประกอบการพิจารณาด้วย

การคัดเลือกหรือแต่งตั้งผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นที่เพิ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนในปีแรกให้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ผู้นั้นต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง โดยมีผลการปฏิบัติงานเป็นรูปธรรมเป็นที่ยอมรับว่าเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างยิ่งและมีประสิทธิภาพดีกว่าข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั่วไปรายอื่นอย่างชัดเจน ซึ่งผู้มีอำนาจและคณะกรรมการคัดเลือกต้องสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและเปิดเผยต่อบุคคลทั่วไปได้

 

ข้อ ๓๔  การแต่งตั้งในวาระประจำปีเดียวกันสำหรับตำแหน่งระดับใด ไม่ว่าคำสั่งจะมีผลเมื่อใด ให้ถือว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้นมีอาวุโสในกลุ่มเดียวกัน และมีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งหรือแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเท่าเทียมกัน หากเป็นการแต่งตั้งนอกวาระประจำปีให้นับเวลาตั้งแต่วันที่คำสั่งแต่งตั้งมีผลใช้บังคับ

 

ข้อ ๓๕  การแต่งตั้งนายเวร และหรือผู้ช่วยนายเวร ของผู้บังคับบัญชาระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป และผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งอื่นอันเนื่องมาจากกรณีผู้บังคับบัญชาได้เปลี่ยนแปลงสถานภาพ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจพิจารณาจัดสรรตำแหน่งในหน่วยต่างๆ ได้ตามความเหมาะสมเพื่อใช้รองรับการแต่งตั้ง โดยให้พิจารณาจัดสรรไปดำรงตำแหน่งในหน่วยที่ข้าราชการตำรวจผู้นั้นสังกัดอยู่ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายเวร และหรือผู้ช่วยนายเวร เป็นลำดับแรก แล้วให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในสังกัดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ลักษณะที่ ๔

การทำความตกลงและการให้ความเห็นชอบ

                       

 

ข้อ ๓๖  การทำความตกลงในการคัดเลือกหรือแต่งตั้ง ให้เป็นการตกลงกันจนเป็นที่ยุติระหว่างหน่วยต้นสังกัดกับหน่วยที่ประสงค์จะคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเพื่อให้ดำรงตำแหน่งจากหน่วยหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่งเท่านั้น โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร และให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการอย่างยิ่ง

 

ข้อ ๓๗  การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง หรือให้พ้นจากตำแหน่งในหน่วยงานระดับกองบังคับการ ให้ผู้บังคับการที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบ โดยให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร และหากไม่เป็นที่ยุติ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ชี้ขาด

 

ลักษณะที่ ๕

บทเฉพาะกาล

                       

 

ข้อ ๓๘  ในระหว่างที่ยังมิได้มีการออกระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทน ให้นำข้อกำหนด ก.ตร. ว่าด้วยการกำหนดลำดับอาวุโสของข้าราชการตำรวจในการรักษาราชการแทนซึ่งใช้อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๒๒ ก/หน้า ๑๑/๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๙