ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร
พ.ศ. ๒๕๕๑
โดยที่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรในท้องถิ่นตามความชำนาญเฉพาะสาขาเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และให้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และประชาสัมพันธ์งานนโยบายในรูปแบบของอาสาสมัครเกษตรประเภทต่างๆ และโดยที่แต่ละหน่วยงานดังกล่าวได้มีระเบียบการบริหารงาน สิ่งตอบแทนและสิ่งจูงใจแตกต่างกันไป ดังนั้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นอาสาสมัครเกษตร สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นเครือข่ายในท้องถิ่นตามวัตถุประสงค์ทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบลและระดับหมู่บ้านได้อย่างมีเอกภาพ และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตร พ.ศ. ๒๕๔๘
ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ หนังสือสั่งการ หรือประกาศใดๆ ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๕ ในระเบียบนี้
“อาสาสมัครเกษตร” หมายความว่า เกษตรกรหรือบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกหรือสมัครใจเข้าเป็นอาสาสมัครภายใต้หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด เพื่อเป็นเครือข่ายในการช่วยเหลือการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งงานของชุมชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกษตรหรือสหกรณ์ เรียกโดยย่อว่า “อกษ.”
“อาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์” หมายความว่า บุคคลที่คณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตรพิจารณาเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติ ในฐานะที่เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ด้านการพัฒนาการเกษตรของชาติ
“กลุ่มอาสาสมัครเกษตร” หมายความว่า อาสาสมัครเกษตรจำนวนตั้งแต่สิบคนขึ้นไปที่รวมตัวกันเพื่อร่วมประกอบกิจกรรมภายใต้วัตถุประสงค์ของระเบียบนี้
ข้อ ๖ ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกข้อบังคับและประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขรวมทั้งวินิจฉัยตีความเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
หมวด ๑
วัตถุประสงค์ สิทธิประโยชน์ และอำนาจหน้าที่
ข้อ ๗ วัตถุประสงค์ของการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร
(๑) เพื่อให้มีตัวแทนของอาสาสมัครเกษตรทำหน้าที่ประสานเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับอาสาสมัครเกษตรในระดับต่างๆ ตามที่ระเบียบนี้กำหนด
(๒) เพื่อให้มีระบบการสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของอาสาสมัครเกษตรในทุกระดับให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอด แนะนำ ช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่นและช่วยเหลือการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านต่างๆ ได้
(๓) เพื่อสร้างระบบเครือข่ายการประสานงาน การพัฒนาทักษะ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรหรือสหกรณ์ให้แก่อาสาสมัครเกษตร
(๔) เพื่อสร้างระบบการบริหารงานของอาสาสมัครเกษตร ภายใต้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีเอกภาพ
ข้อ ๘ อาสาสมัครเกษตรจะได้รับสิทธิประโยชน์และสิ่งตอบแทน จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้
(๑) มีบัตรประจำตัว
(๒) ได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
(๓) ได้รับโอกาสในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านการพัฒนาการเกษตร การสหกรณ์ การทัศนศึกษาดูงานตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดขึ้น
(๔) อาสาสมัครเกษตรที่มีผลงานดีเด่น ซึ่งผ่านการคัดเลือกจะได้รับการประดับเครื่องหมายหรือประกาศเกียรติคุณหรือเงินทุนสนับสนุนกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด
(๕) ได้รับการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการตามหลักการสหกรณ์ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนด
(๖) ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นใดเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตรกำหนด
ข้อ ๙ ให้มีการขึ้นทะเบียนอาสาสมัครเกษตรตามความชำนาญหรือความสนใจเฉพาะสาขา ทั้งนี้ อาสาสมัครในท้องที่จังหวัดใด ให้ขึ้นทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในท้องที่นั้น ในกรุงเทพมหานครให้ขึ้นทะเบียนที่สำนักงานเกษตรเขตหรือสำนักงานเกษตรกรุงเทพมหานครโดยให้สำนักงานเกษตรจังหวัดเป็นสำนักงานนายทะเบียนและหน่วยประสานงานอาสาสมัครเกษตรของจังหวัดนั้น และให้สำนักงานเกษตรกรุงเทพมหานครเป็นสำนักงานนายทะเบียนและหน่วยประสานงานอาสาสมัครเกษตรของกรุงเทพมหานคร
ประเภทและคุณสมบัติของอาสาสมัครเกษตร รวมทั้งการขึ้นทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนด
ข้อ ๑๐ อาสาสมัครเกษตรมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ประชาสัมพันธ์งานหรือโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งให้ข้อมูลและแจ้งเตือนภัยธรรมชาติแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๒) ประสานงาน ช่วยเหลือ และให้ข้อเสนอแนะแก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น
(๓) ถ่ายทอดความรู้ ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาด้านการเกษตรและเป็นวิทยากรเกษตรหรือสหกรณ์
(๔) ปฏิบัติงานใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและชุมชนหรือตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอความช่วยเหลือ
ข้อ ๑๑ คณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรทุกระดับ มีอำนาจหน้าที่ภายในพื้นที่ที่รับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์งานหรือโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลการแจ้งเตือนภัยธรรมชาติ
(๒) เป็นเครือข่ายประสานงาน ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานของอาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ของตนกับคณะกรรมการอาสาสมัครทั้งในระดับเหนือขึ้นและระดับล่างลงไปหนึ่งระดับ
(๓) เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมการให้บริการด้านเกษตร การถ่ายทอดแลกเปลี่ยน พัฒนาความรู้ประสบการณ์ระหว่างอาสาสมัครเกษตรพื้นที่ต่างๆ ให้มีความเข้มแข็ง
(๔) เป็นศูนย์ประสานงานระหว่างเกษตรกร กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนองค์กรภาคเอกชนในการแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่
(๕) ร่วมจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๒ บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม คณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตรอาจพิจารณาให้เป็นอาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์ตามระเบียบนี้ได้
ข้อ ๑๓ ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือผู้ที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายรับรองสถานภาพการเป็นอาสาสมัครเกษตร หรือ อาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์
ข้อ ๑๔ สถานภาพแห่งการเป็นอาสาสมัครเกษตรอาจสิ้นสุดได้โดยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ถูกศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือคนไร้ความสามารถ
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและถูกจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) คณะกรรมการ อกษต. ในตำบลนั้นมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
หมวด ๒
คณะกรรมการ
ข้อ ๑๕ ให้มีคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร เรียกโดยย่อว่า “คนกษ.” ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นรองประธานกรรมการ อธิบดีกรมการข้าว อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมชลประทาน เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย จำนวนไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ ให้รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และให้มีที่ปรึกษาซึ่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมาย จำนวนไม่เกินห้าคน
โดยให้ คนกษ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนากิจการอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์
(๒) กำหนดสิทธิประโยชน์ตอบแทนให้แก่อาสาสมัครเกษตร และอาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์
(๓) กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีดำเนินงานหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์
(๔) ประสานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมอาสาสมัครเกษตรบรรลุวัตถุประสงค์
(๕) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการนำนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางเกี่ยวกับการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตรไปสู่การปฏิบัติ
(๖) ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร และคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางที่คณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตรกำหนด
(๗) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานหรือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร ตามความเหมะสม
ข้อ ๑๖ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบล เรียกโดยย่อว่า “อกษต.” ประกอบด้วย กรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบล จำนวนไม่เกินสิบเอ็ดคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน กรรมการที่ปรึกษาจำนวนสองคน ให้นายอำเภอเป็นผู้แต่งตั้ง อกษต.
ให้กลุ่มอาสาสมัครเกษตรที่มีอยู่ในแต่ละหมู่บ้านเสนอชื่อผู้แทน กลุ่มละหนึ่งคนเพื่อเป็นกรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบล กรณีที่ผู้แทนกลุ่มอาสาสมัครเกษตรมีจำนวนเกินกว่าสิบเอ็ดคน ให้ผู้แทนที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดประชุมคัดเลือกกันเองให้เหลือเพียงสิบเอ็ดคน
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบล ประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบลประชุมคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นในตำบลนั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเสนอแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายละหนึ่งคนเป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ ๑๗ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรอำเภอ เรียกโดยย่อว่า “อกษอ.” ประกอบด้วย กรรมการอาสาสมัครเกษตรอำเภอ ซึ่งมาจากผู้แทนคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรตำบลในอำเภอนั้นตำบลละหนึ่งคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน และกรรมการที่ปรึกษาจำนวนสองคน ให้นายอำเภอ เป็นผู้แต่งตั้ง อกษอ.
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรอำเภอ ประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรอำเภอประชุมคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นในอำเภอนั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเสนอแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวนสองคน เป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ ๑๘ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรเขต เฉพาะเขตของกรุงเทพมหานครที่มีความพร้อม เรียกโดยย่อว่า “อกษข.” ประกอบด้วย กรรมการอาสาสมัครเกษตรเขต จำนวนไม่เกินสิบห้าคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน และกรรมการที่ปรึกษาจำนวนสองคน ให้ผู้อำนวยการเขตเป็นผู้แต่งตั้ง อกษข.
ให้กลุ่มอาสาสมัครเกษตรในเขตของกรุงเทพมหานครที่มีความพร้อม เสนอชื่อผู้แทนกลุ่มละหนึ่งคน เพื่อเป็นกรรมการอาสาสมัครเกษตรเขต กรณีที่ผู้แทนกลุ่มอาสาสมัครเกษตรมีจำนวนเกินกว่าสิบห้าคน ให้ผู้แทนที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมดประชุมคัดเลือกกันเองให้เหลือเพียงสิบห้าคน
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรเขตประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรเขตประชุมคัดเลือกผู้นำชุมชนและเกษตรกรดีเด่นในเขตนั้นฝ่ายละหนึ่งคน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานครเสนอแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ ๑๙ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “อกษจ.” ประกอบด้วยกรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ซึ่งมาจากผู้แทนคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรอำเภอที่มีอยู่ในจังหวัดนั้นอำเภอละหนึ่งคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน และกรรมการที่ปรึกษาจำนวนสองคน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง อกษจ.
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ประชุมคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นในจังหวัดนั้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด และบุคคลที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งอีกสองคนเป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ ๒๐ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “อกษ.กทม.” ประกอบด้วย กรรมการอาสาสมัครเกษตรกรุงเทพมหานครจำนวนไม่เกินสิบเจ็ดคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน และกรรมการที่ปรึกษาจำนวนสองคน ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้แต่งตั้ง อกษ.กทม.
ให้คณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรเขตที่มีอยู่ในกรุงเทพมหานคร เสนอชื่อผู้แทนคณะละหนึ่งคน และให้ผู้แทนดังกล่าวประชุมคัดเลือกกรรมการอาสาสมัครเกษตรกรุงเทพมหานคร
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรกรุงเทพมหานครประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรกรุงเทพมหานครประชุมคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นในกรุงเทพมหานครเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวนสองคน และปลัดกรุงเทพมหานครเสนอแต่งตั้งผู้แทนกรุงเทพมหานคร จำนวนหนึ่งคนเป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ ๒๑ ให้มีคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกโดยย่อว่า “อกษ.กษ.” ประกอบด้วย กรรมการอาสาสมัครเกษตร จำนวนไม่เกินสิบเก้าคน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสองคน และกรรมการที่ปรึกษา จำนวนสองคน ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้แต่งตั้ง อกษ.กษ.
ให้ อกษ.กทม. และ อกษจ. แต่ละจังหวัดเสนอชื่อผู้แทนคณะละหนึ่งคน และให้ผู้แทนดังกล่าวประชุมคัดเลือกกรรมการอาสาสมัครเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมเลือกประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ
ให้กรรมการอาสาสมัครเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นของประเทศเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแต่งตั้งผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกรรมการที่ปรึกษา
หมวด ๓
การดำรงตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง และการประชุม
ข้อ ๒๒ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาใน คนกษ. และคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรทุกคณะ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
กรรมการและที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่งซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
เมื่อครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการและที่ปรึกษาขึ้นใหม่ ให้กรรมการและที่ปรึกษาที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการและที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ภายใน ๙๐วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรพ้นจากตำแหน่งวาระตามวรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนจัดให้มีการคัดเลือกคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรคณะใหม่เข้ารับหน้าที่แทนคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรที่พ้นวาระแล้ว
ข้อ ๒๓ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามข้อ ๒๒ แล้ว กรรมการในคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือที่ปรึกษาในคณะกรรมการแต่ละคณะที่ตั้งขึ้นตามระเบียบนี้พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรนั้นๆ มีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด
(๔) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และถูกจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
เมื่อมีกรรมการในคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรคณะใด พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ที่ประชุมซึ่งมีอำนาจเสนอชื่อ หรือคัดเลือกหรือผู้มีอำนาจเสนอแต่งตั้งกรรมการนั้นๆ เป็นผู้เสนอชื่อหรือคัดเลือก หรือเสนอแต่งตั้งกรรมการทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ แล้วแต่กรณี สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือที่ปรึกษาของคณะกรรมการทุกคณะที่ตั้งขึ้นตามระเบียบนี้พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ผู้มีอำนาจ ดำเนินการแต่งตั้ง
ให้กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือที่ปรึกษาที่ได้รับการเสนอชื่อหรือคัดเลือกหรือเสนอแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน
ข้อ ๒๔ การประชุมคณะกรรมการทุกคณะที่ตั้งขึ้นตามระเบียบนี้ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมครั้งใดถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๕ หมู่บ้านที่มีความพร้อมอาจจัดตั้งคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ ทั้งนี้ให้นำข้อ ๑๖ มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๒๖ ให้อาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตรที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตร พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นอาสาสมัครเกษตรตามระเบียบนี้
ข้อ ๒๗ ระเบียบนี้ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของอาสาสมัครประเภทต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีอยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ธีระ สูตะบุตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑