ประกาศกรมธนารักษ์
เรื่อง หลักเกณฑ์การขอบันทึกภาพทรัพย์สินเพื่อใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น
พ.ศ. ๒๕๔๙
ด้วย ระเบียบกรมธนารักษ์ ว่าด้วยการปฏิบัติงานของสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๗ ข้อ ๒๑ กำหนดให้ผู้ที่มีความประสงค์จะขอทำการบันทึกภาพทรัพย์สินเพื่อใช้ในกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากกิจกรรมของกรมธนารักษ์ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมธนารักษ์กำหนด
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๑ ของระเบียบดังกล่าว กรมธนารักษ์จึงกำหนดหลักเกณฑ์การขอบันทึกภาพทรัพย์สินเพื่อใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน สำหรับในกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการศาลาธนารักษ์ ในท้องที่ความรับผิดชอบของศาลาธนารักษ์ในจังหวัดอื่น
“การบันทึกภาพ” หมายความว่า การบันทึกภาพทรัพย์สินโดยการถ่ายทำภาพยนตร์ วีดีทัศน์ ภาพถ่าย ภาพนิ่ง หรือการถ่ายทำลักษณะอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน รวมถึงกรณีทำซ้ำด้วย
“ทรัพย์สิน” หมายความว่า ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินประเภทสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ ทั้งที่เป็นทรัพย์สินที่มีมาแต่เดิม และทรัพย์สินที่จัดหาหรือจัดให้มีเพิ่มขึ้นเป็นต้นว่า เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เงินตรา เหรียญที่ระลึก งาช้าง
ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะทำการบันทึกภาพทรัพย์สินเพื่อใช้ในกิจกรรมอย่างอื่น นอกจากกิจกรรมของกรมธนารักษ์ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อผู้อนุญาต โดยระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดแจ้งและต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนวันบันทึกภาพไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ กรณีที่ผู้ขออนุญาตเป็นชาวต่างประเทศจะอนุญาตให้เฉพาะผู้ขอที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น และถ้าเป็นการขอบันทึกภาพโดยจัดทำเป็นภาพยนตร์หรือวีดีทัศน์ ต้องแนบใบอนุญาตของคณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมาพร้อมคำขออนุญาต
คำขออนุญาตให้เป็นไปตามที่กรมธนารักษ์กำหนด
ข้อ ๓ ผู้ขออนุญาตบันทึกภาพโดยจัดทำเป็นภาพยนตร์ หรือวีดีทัศน์ ต้องแนบบทบรรยาย (SCRIPT) ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ความถูกต้องของศิลปวัฒนธรรมไทย และต้องมีส่วนช่วยจรรโลงหรืออนุรักษ์ทรัพย์สิน
หากผู้อนุญาตพิจารณาแล้วเห็นว่า บทบรรยายดังกล่าวในวรรคแรก เป็นบทที่ไม่สมควรให้นำออกเผยแพร่สู่สาธารณชน ผู้อนุญาตจะไม่อนุญาตให้ทำการบันทึกภาพโดยเด็ดขาด
ผู้ได้รับอนุญาตต้องบันทึกภาพให้ตรงกับบทบรรยายดังกล่าวในวรรคแรก ห้ามผู้ได้รับอนุญาตเปลี่ยนแปลงบทบรรยาย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ ๔ ผู้อนุญาตจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตทราบภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้อนุญาตได้รับคำขอ
ในกรณีการพิจารณาคำขออนุญาตบันทึกภาพที่จะต้องได้รับการพิจารณาในเบื้องต้นจากหน่วยงานภายนอกกรมธนารักษ์ที่มีอำนาจนั้น ระยะเวลา ๗ วันดังกล่าวในวรรคก่อน ให้นับตั้งแต่วันที่ผู้อนุญาตได้รับทราบผลการพิจารณาของหน่วยงานภายนอกนั้น
ข้อ ๕ ผู้ได้รับอนุญาตต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าก่อนที่จะดำเนินการบันทึกภาพไม่น้อยกว่า ๓ วัน และผู้อนุญาตจะจัดเจ้าหน้าที่ไปควบคุมดูแลการบันทึกภาพ ณ สถานที่บันทึกภาพ
ข้อ ๖ ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องใช้ภาพที่ได้รับอนุญาตให้บันทึกให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในคำขออนุญาตเท่านั้น
ข้อ ๗ ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดทำสำเนามอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกรมธนารักษ์ จำนวน ๒ ชุด ภายในเวลาที่กำหนด และยินยอมให้กรมธนารักษ์ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำออกโฆษณาได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ข้อ ๘ ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพเพื่อนำภาพไปเป็นภาพประกอบหนังสือ สิ่งตีพิมพ์หรือสิ่งอื่นใด เพื่อโฆษณาหรือเพื่อการเผยแพร่อย่างอื่น ต้องเขียนคำบรรยายทรัพย์สินใต้ภาพและระบุสถานที่บันทึกภาพด้วย และให้นำภาพและคำบรรยายหรือคำโฆษณาให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อนการตีพิมพ์หากผู้อนุญาตเห็นว่าภาพและคำบรรยายหรือคำโฆษณาดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ผู้ได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง เหมาะสม และได้รับความเห็นชอบจากผู้อนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการตีพิมพ์ภาพและคำบรรยายหรือคำโฆษณาที่ได้รับอนุญาต
ผู้อนุญาตจะแจ้งผลการพิจารณาภาพและคำบรรยายหรือคำโฆษณาดังกล่าวในวรรคแรกให้ผู้ได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพทราบภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับภาพและคำบรรยายหรือคำโฆษณา
ผู้ได้รับอนุญาตต้องส่งหนังสือหรือสิ่งตีพิมพ์ดังกล่าวให้ผู้อนุญาตจำนวนไม่ต่ำกว่า ๒ ชุด ภายในเวลาที่กำหนด
ข้อ ๙ ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องจัดหาอุปกรณ์และสัมภาระอื่นๆ ที่ใช้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอันอาจเกิดขึ้นแก่บุคคล ทรัพย์สิน หรือทรัพย์สินอื่นๆ ของทางราชการตามสมควรแห่งสภาพการถ่ายทำหรือตามที่ผู้อนุญาตกำหนด
ผู้ได้รับอนุญาตต้องจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ามาเอง มิให้ใช้กระแสไฟฟ้าของทางราชการ หากประสงค์จะใช้กระแสไฟฟ้าของทางราชการ ต้องได้รับอนุญาตและชำระค่ากระแสไฟฟ้าต่างหากจากค่าบำรุง ดังนี้
(๑) ถ่ายภาพนิ่งและวีดีทัศน์ วันละ ๒,๐๐๐ บาท
(๒) ถ่ายภาพยนตร์ วันละ ๕,๐๐๐ บาท
ข้อ ๑๐ ผู้ได้รับอนุญาตต้องชำระค่าบำรุงให้แก่กรมธนารักษ์ ดังนี้
(๑) การบันทึกภาพภายในสถานที่จัดแสดง ชั่วโมงละ ๒,๐๐๐ บาท หากเกินกว่า ๑ ชั่วโมง คิดอัตราชั่วโมงละ ๑,๐๐๐ บาท เศษชั่วโมงคิดเป็น ๑ ชั่วโมง
(๒) การบันทึกภาพทรัพย์สินที่จัดแสดง คิดเป็นชิ้นละ ๕๐๐ บาท หากต้องการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกจากตู้จัดแสดงชิ้นละ ๑,๐๐๐ บาท
หากผู้อนุญาตเห็นควรอนุญาตเพื่อเป็นการเผยแพร่ทรัพย์สินโดยเฉพาะ ผู้อนุญาตอาจพิจารณาอนุญาตโดยยกเว้นค่าบำรุงหรือกำหนดในอัตราที่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในวรรคแรกก็ได้
ข้อ ๑๑ เงินที่ได้รับตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ ให้นำส่งเข้าเป็นรายได้เงินทุนหมุนเวียนการแสดงเหรียญกษาปณ์และเงินตราไทย
ข้อ ๑๒ นอกจากจะต้องชำระค่าไฟฟ้าและค่าบำรุงตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ แล้ว ในกรณีที่เป็นการบันทึกภาพนอกเวลาราชการ ผู้ขออนุญาตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าล่วงเวลาแก่เจ้าหน้าที่ในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท
ข้อ ๑๓ ผู้ได้รับอนุญาตต้องรับผิดชอบในความเสียหายซึ่งเกิดจากการกระทำของผู้ได้รับอนุญาตหรือคณะบุคคลที่มากับผู้ได้รับอนุญาตโดยต้องชำระค่าเสียหายภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ผู้ได้รับอนุญาตได้รับแจ้งการประเมินค่าเสียหาย
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้อธิบดีกรมธนารักษ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ ๑๕[๑] หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ
อธิบดีกรมธนารักษ์
พัชรินทร์/ผู้จัดทำ
๔ พฤษภาคม ๒๕๔๙