ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
ว่าด้วยการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา
พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) มีแนวทางการปฏิบัติในการประเมินทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีระบบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อนำผลการประเมินไปประกอบการพิจารณาหรือเจรจาตกลงในการอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หรือเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงินหรือการร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นได้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๓) (ง) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรว่าด้วยการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. ๒๕๕๒”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
“ทรัพย์สินทางปัญญา” หมายความว่า ทรัพย์สินทางปัญญาหรือเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
“ต้นทุนโครงการ” หมายความว่า เงินทุนในการดำเนินการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเพียงอย่างเดียว
“ต้นทุน” หมายความว่า เงินทุนในการดำเนินโครงการวิจัยที่สำนักงานให้การสนับสนุนรวมถึงค่าติดตามประเมินโครงการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่สำนักงานได้ออกใช้ไปตามระเบียบของสำนักงาน
“วิธีต้นทุน” หมายความว่า การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาจากมูลค่าปัจจุบันของต้นทุนที่ใช้ในการสร้างสรรค์หรือประดิษฐ์ทรัพย์สินทางปัญญา
ข้อ ๔ สำนักงานอาจจัดให้มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาได้ ดังนี้
(๑) สิทธิบัตร
(๒) อนุสิทธิบัตร
(๓) ลิขสิทธิ์
(๔) เครื่องหมายการค้า
(๕) ความลับทางการค้า
(๖) การคุ้มครองพันธุ์พืช
(๗) การคุ้มครองอื่น ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
ข้อ ๕ ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้สำนักงานดำเนินการประเมินโดยใช้วิธีต้นทุนเป็นหลัก
ข้อ ๖ ในกรณีที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขอใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและเป็นการใช้สิทธิเพื่อประโยชน์สาธารณะ การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ให้ประเมินเฉพาะต้นทุนโครงการเพียงอย่างเดียว
ข้อ ๗ ในกรณีที่มีนโยบายของรัฐที่ต้องการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีใด ๆ เป็นการเฉพาะโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สหกรณ์ องค์กรเกษตรกร หรือองค์กรชุมชนที่เป็นนิติบุคคล หรือรับรองโดยกฎหมายอื่น หรือในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ผลิต หรือจำหน่ายจ่ายแจก การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้ประเมินจากต้นทุนเพียงอย่างเดียว
ข้อ ๘ ในกรณีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่ออนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับภาคเอกชนนอกจากการดำเนินการตามข้อ ๕ ให้สำนักงานดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ให้พิจารณาองค์ประกอบทางธุรกิจอื่นร่วมด้วย ได้แก่ แผนธุรกิจ ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในระยะเวลาการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เงื่อนไขการขออนุญาตใช้แบบรายเดียว หรือหลายรายการอนุญาตช่วง รวมถึงมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาจากราคาตลาดของสินค้าอื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียง
(๒) ให้คำนึงถึงองค์ประกอบด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญานั้น ได้แก่ ระดับขั้นตอนการพัฒนาเทคโนโลยี ความเด่นของเทคโนโลยี ความยากง่ายในการลอกเลียนแบบหรือต่อยอดเทคโนโลยี และขอบเขตการใช้ประโยชน์
ข้อ ๙ ผู้อำนวยการอาจมอบหมายบุคคลหรือคณะบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้
ข้อ ๑๐ กรณีเพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชนโดยรวม การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงานให้คำนึงถึงการพัฒนางานวิจัยคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งการลดรายจ่ายของประชาชน เป็นต้น
ข้อ ๑๑ ให้ผู้อำนวยการรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติ หรือออกคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรให้เป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
จรัลธาดา กรรณสูต
ประธานกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๔ มิถุนายน ๒๕๕๒