ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเสนอโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์เพื่อขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย
พ.ศ. ๒๕๕๑
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ว่าด้วยการจัดทำโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์เพื่อขอรับการสนับสนุนทางด้านการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การเสนอโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์ให้ครอบคลุมการสนับสนุนทุนวิจัยแก่ผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร และเพื่อให้การเสนอโครงการวิจัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๓) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๔๖ คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรว่าด้วยหลักเกณฑ์การเสนอโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์เพื่อขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ว่าด้วยการจัดทำโครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์เพื่อขอรับการสนับสนุนทางด้านการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
“โครงการ” หมายความว่า โครงการวิจัยด้านการเกษตรเชิงพาณิชย์
“ผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร” หมายความว่า นิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจด้านการเกษตรและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรตามที่คณะกรรมการมีมติเห็นชอบ
“ผู้ขอรับทุน” หมายความว่า หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน หรือผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการวิจัยหรือร่วมโครงการวิจัยระหว่างหน่วยงานดังกล่าว
“ทุนวิจัย” หมายความว่า เงินที่สำนักงานให้การสนับสนุนแก่ผู้รับทุนเพื่อดำเนินงานโครงการวิจัย หรือร่วมดำเนินงานโครงการวิจัย
“เกษตรเชิงพาณิชย์” หมายความว่า งานวิจัยที่ผลของการวิจัยสามารถขยายผลไปสู่การสร้างสิทธิประโยชน์ซึ่งอาจเป็นตัวเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงงานวิจัยที่มีศักยภาพที่ขยายไปเชิงพาณิชย์ในเวลาอันสมควร
ข้อ ๕ โครงการที่ขอรับการสนับสนุนทุนวิจัย ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขต ต่อไปนี้
(๑) สาขาวิจัยด้านการปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
(๒) สาขาวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพการเกษตร
(๓) สาขาวิจัยด้านการใช้ประโยชน์พันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพด้านการเกษตร
(๔) สาขาวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรตามที่คณะกรรมการมีมติเห็นชอบ
ข้อ ๖ ในกรณีของผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร ให้ระบุวัตถุประสงค์ในการขอรับทุนลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้
(๑) ดำเนินงานโครงการวิจัยเองโดยขอสนับสนุนทุนวิจัยเต็มจำนวน
(๒) ดำเนินงานโครงการวิจัยเองโดยขอสนับสนุนทุนวิจัยบางส่วน
(๓) ร่วมดำเนินงานโครงการวิจัยกับหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน หรือผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยขอสนับสนุนทุนวิจัยบางส่วน และผู้ประกอบธุรกิจด้านการเกษตรรับจะลงเงินส่วนที่เหลือ หรือจัดหาวัตถุดิบให้ทดลอง หรือจัดหาแรงงาน เป็นต้น
ข้อ ๗ โครงการที่เสนอเพื่อขอรับทุนวิจัยต้องเสนอในนามหน่วยงานต้นสังกัด หรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจด้านการเกษตร โดยได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นแล้ว
ข้อ ๘ ผู้ขอรับทุนวิจัยต้องยื่นข้อเสนอโครงการให้สำนักงานพิจารณา ตามแบบข้อเสนอโครงการ ฉบับสังเขป (ภาคผนวก ๑) หรือแบบข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม (ภาคผนวก ๒) ท้ายข้อบังคับนี้
ในกรณีผู้ขอรับทุนวิจัยยื่นข้อเสนอโครงการตามแบบข้อเสนอโครงการฉบับสังเขปเมื่อข้อเสนอโครงการได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานแล้ว ให้ผู้ขอรับทุนยื่นข้อเสนอโครงการฉบับ เต็มเพื่อให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติโครงการและงบประมาณค่าใช้จ่ายต่อไป
ข้อ ๙ ให้สำนักงานตรวจสอบโครงการที่ผู้ขอรับทุนวิจัยเสนอ ว่ามีความสอดคล้องกับกรอบแนวทางการสนับสนุนของสำนักงาน และมีรายละเอียดถูกต้องสมบูรณ์ ก่อนเสนอคณะกรรมการพิจารณาต่อไป
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใด ๆ ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๑๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
จรัลธาดา กรรณสูต
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประธานกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒๐ มกราคม ๒๕๕๒