ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๔
----------
โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติตามคำชี้
ขาดของอนุญาโตตุลาการ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามคำชี้
ขาดของอนุญาโตตุลาการไปในแนวทางเดียวกัน และเพื่อสนับสนุนการระงับข้อพิพาทโดยวิธีการ
อนุญาโตตุลาการอันจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสนับสนุนการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ
และเศรษฐกิจของประเทศ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกระเบียบ
ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติตาม
คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๔"
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือคำสั่งใด ๆ ที่ขัดหรือ
แย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
"หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่
เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเทียบเท่ากรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
ตลอดจนหน่วยงานอื่นของรัฐ
"ข้อพิพาท" หมายความรวมถึง ข้อขัดแย้ง หรือข้อเรียกร้องใดๆ ระหว่าง
หน่วยงานของรัฐกับเอกชน
ข้อ ๕ ถ้าสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนมีข้อกำหนดให้ใช้วิธีการ
อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาท เมื่อเกิดข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นและหน่วยงานของรัฐได้ยินยอม
ให้ใช้อนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาท หน่วยงานของรัฐพึงต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการดังกล่าว เว้นแต่คำชี้ขาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับกับข้อพิพาท เป็นคำชี้
ขาดที่เกิดจากการกระทำหรือวิธีการอันมิชอบอย่างหนึ่งอย่างใด หรือมิได้อยู่ในขอบเขตแห่งสัญญา
อนุญาโตตุลาการ
ข้อ ๖ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีเหตุตามข้อ ๕ ที่จะไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาด
ของอนุญาโตตุลาการ ให้หน่วยงานของรัฐปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น และแจ้งการปฏิเสธ
พร้อมด้วยเหตุแห่งการปฏิเสธนั้นให้คู่กรณีทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการ
ข้อ ๗ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีเหตุตามข้อ ๕ ที่จะไม่
ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้หน่วยงานของรัฐส่งสำเนาคำชี้ขาดดังกล่าวพร้อมทั้งคำชี้
แจงประกอบเหตุอันควรสงสัยนั้นให้กระทรวงการคลังเพื่อขอความเห็นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้
รับสำเนาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐต้องแจ้งให้คู่กรณีทราบถึงการดำเนิน
การดังกล่าวด้วย
ข้อ ๘ ให้กระทรวงการคลังส่งเรื่องให้ "คณะกรรมการพิจารณาคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการ" เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นโดยไม่ชักช้า
คณะกรรมการพิจารณาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวง
การคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและผู้แทนสำนักงานอัยการ
สูงสุดเป็นกรรมการ
ให้อธิบดีกรมบัญชีกลางแต่งตั้งข้าราชการของกรมบัญชีกลางเป็นเลขานุการและผู้
ช่วยเลขานุการ
ให้คณะกรรมการพิจารณาคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการประชุมพิจารณาให้ความ
เห็นให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือขอความเห็นจากหน่วยงานของรัฐ และ
แจ้งผลการพิจารณาให้หน่วยงานของรัฐทราบ
ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการ แล้วมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรภายใน ๓๐ วัน
ข้อ ๙ ในกรณีที่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งดำเนินการในชั้นศาลเพื่อขอบังคับตามคำชี้
ขาดของอนุญาโตตุลาการ หากต่อมาหน่วยงานของรัฐพิจารณาเห็นสมควรที่จะปฏิบัติตามคำชี้
ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้หน่วยงานของรัฐตกลงประนีประนอมยอมความในศาลเพื่อปฏิบัติ
ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่อไปได้
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเห็นควรปฏิบัติตามคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการที่ให้จ่ายเงิน ให้หน่วยงานของรัฐทำการเบิกจ่ายเงินตามคำชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการโดยเร็ว
ข้อ ๑๑ การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการที่เกิดขึ้นระหว่างสถาบันประกัน
การลงทุนพหุภาคีกับหน่วยงานของรัฐภายใต้บังคับของอนุสัญญาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันประกัน
การลงทุนพหุภาคี เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น
ให้หน่วยงานของรัฐทำการเบิกจ่ายเงินตามคำชี้ขาดโดยเร็ว และมิให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗
และข้อ ๘ ของระเบียบนี้มาใช้บังคับ
ข้อ ๑๒ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ ๒๕๔๔
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[รก.๒๕๔๔/พ๖๔ง/๓/๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔]
อัมพิกา/แก้ไข
๑๒/๑๑/๔๔