หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. 2504 (ฉบับ Update ล่าสุด)

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. 2504 (ฉบับ Update ล่าสุด) (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย

พ.ศ. ๒๕๐๔[๑]

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

 

การจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ขอรับเงินสงเคราะห์สำหรับการส่งน้ำตาลทรายออกนอกราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ประสงค์จะขอรับเงินสงเคราะห์สำหรับการส่งน้ำตาลทรายออกนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอตามแบบและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอตุสาหกรรมประกาศตามความในมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ และภายในกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายประกาศกำหนดตามครั้งคราว

(๒) ผู้ขอรับเงินสงเคราะห์ต้องมีหลักฐานแสดงให้เป็นที่พอใจคณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายได้ว่า สามารถส่งน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในต่างประเทศได้

(๓) น้ำตาลทรายที่จะส่งไปจำหน่ายต้องเป็นน้ำตาลทรายตามชนิดและปริมาณที่คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายประกาศกำหนดเป็นคราวๆ ไป

(๔)[๒] จำนวนเงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายทั้งหมดในคราวหนึ่งๆ ต้องไม่เกินจำนวนเงินที่จะพึงจัดสรรเพื่อจ่ายได้ตามพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔

เมื่อมีผู้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์ ให้คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายดำเนินการพิจารณาภายในเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันได้รับคำขอรับเงินสงเคราะห์

ก่อนเวลาที่คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายตั้งต้นพิจารณาคำขอรับเงินสงเคราะห์ ถ้ามีผู้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์อีก คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายต้องรับพิจารณาทุกราย

ถ้ามีผู้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์มากกว่าหนึ่งราย ให้คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายพิจารณาให้แก่ผู้ที่ได้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์อัตราต่ำที่สุด

ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าเงินสงเคราะห์ในอัตราต่ำที่สุดที่มีผู้ขอรับยังสูงเกินสมควร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่อนุมัติให้ผู้ขอรับเงินสงเคราะห์ในอัตราต่ำที่สุดนั้นเป็นผู้ได้รับการสงเคราะห์ก็ได้ และจะให้คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายดำเนินการออกประกาศใหม่หรือไม่ก็ได้

(๕)[๓]  เมื่อปรากฏว่าผู้ขอรับเงินสงเคราะห์ผู้ใดได้รับการพิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ที่จะได้รับการสงเคราะห์ตาม (๔) ให้คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายแจ้งการได้รับการสงเคราะห์แก่ผู้นั้น และแจ้งให้ผู้นั้นมาทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการส่งน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในต่างประเทศและการได้รับเงินสงเคราะห์พร้อมทั้งวางหลักประกันเพื่อปฏิบัติตามหนังสือสัญญากับสำนักงานกองทุนสงเคราะห์อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

หนังสือสัญญานั้นอย่างน้อยให้กำหนดระยะเวลาสำหรับการส่งน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในต่างประเทศให้เสร็จสิ้น และเมื่อมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายจะขยายระยะเวลาจากที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญานั้นออกไปอีกก็ได้ตามที่เห็นสมควร

(๖) การจ่ายเงินสงเคราะห์ให้คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายจ่ายภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ได้รับการสงเคราะห์นำหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจของคณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายว่าได้ส่งน้ำตาลทรายไปจำหน่ายยังต่างประเทศแล้ว ถ้าภายในกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายกำหนดให้ส่งน้ำตาลทรายไปจำหน่ายยังต่างประเทศหรือภายในกำหนดระยะเวลาที่ขยายให้ แล้วแต่กรณี ผู้ได้รับการสงเคราะห์มิได้นำหลักฐานดังกล่าวแล้วมาแสดง หรือนำมาแสดงแต่ปรากฏว่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศไม่ครบจำนวนที่ได้รับการสงเคราะห์สิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นอันสิ้นไป หรือได้รับเงินสงเคราะห์เพียงเท่าปริมาณน้ำตาลทรายที่ส่งไปจำหน่าย แล้วแต่กรณี

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๔

บุณย์  เจริญไชย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ แล้ว จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติสำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อส่งเสริมการส่งน้ำตาลทรายที่ล้นความต้องการบริโภคในประเทศออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ


กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรม
น้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔[๔]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อเป็นทางให้ได้มีผู้ขอรับการสงเคราะห์ซึ่งเป็นผู้มีความตั้งใจและความสามารถที่จะส่งน้ำตาลทรายซึ่งล้นปริมาณความต้องการบริโภคในประเทศออกไปจำหน่ายในต่างประเทศได้อย่างแท้จริง อันจะทำให้การส่งน้ำตาลทรายดังกล่าวได้ผลในทางแก้ไขภาวะตกต่ำของอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายได้เร็ว

 

 

พุทธชาด/แก้ไข

๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

A+B (C)

อมรรัตน์/ปรับปรุง

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรม
น้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔[๕]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในการประกวดอัตราเงินสงเคราะห์ที่ขอรับสำหรับการส่งน้ำตาลทรายออกนอกราชอาณาจักรนั้น เงินสงเคราะห์ที่มีผู้ขอรับในอัตราต่ำที่สุดอาจไม่เหมาะสมหรือยังสูงเกินสมควร จึงควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจไม่อนุมัติให้ผู้ขอรับเงินสงเคราะห์ในอัตราต่ำที่สุดนั้นเป็นผู้ได้รับการสงเคราะห์ และ/หรือ ให้ดำเนินการเรียกประกวดอัตราเงินสงเคราะห์ใหม่ได้ เพื่อให้การส่งเสริมให้ส่งน้ำตาลทรายตามปริมาณที่ล้นตลาดออกไปจำหน่ายในต่างประเทศโดยจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้ส่งออกเป็นไปโดยรัดกุมและไม่ต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ในอัตราสูงเกินควร แม้ว่าจะเป็นอัตราต่ำที่สุดในการประกวดก็ตาม

 

 

ธิดาวรรณ/พิมพ์

๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

A+B(C)

อมรรัตน์/ปรับปรุง

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙


กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรม
น้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔[๖]

 

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินสงเคราะห์สำหรับการส่งน้ำตาลทรายออกนอกราชอาณาจักรรัดกุมได้ผลดียิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ในการแก้ไขวิกฤตกาลน้ำตาลทรายล้นตลาดมากในขณะนี้

 

 

ธิดาวรรณ/แก้ไข

๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

B+A (C)

อมรรัตน์/ปรับปรุง

๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สถาพร/จัดทำ

๔ กันยายน ๒๕๕๐

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๑๑๑/หน้า ๑๒๙๗/๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๔

[๒] (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๐๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔

[๓] (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๐๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๙๗/หน้า ๑๑๑๗/๓๐ ตุลาคม ๒๕๐๕

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๑๒๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๘๘/๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๗

[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๓๗๔/๘ มิถุนายน ๒๕๐๘