กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๐๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติ
อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑ ให้เรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากผู้ผลิตน้ำตาลทรายนอกจากน้ำตาลทรายแดง และน้ำอ้อยซึ่งเคี่ยวเป็นน้ำเชื่อมตามปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิตได้และมีอยู่ในโรงงานน้ำตาลทรายแม้จะมิได้ออกนอกโรงงานน้ำตาลทรายหรือมิได้ใช้ในโรงงานน้ำตาลทราย
พนักงานเจ้าหน้าที่จะถือปริมาณน้ำตาลทรายคงเหลืออยู่ในโรงงานน้ำตาลทรายเท่าที่ปรากฏในบัญชีแบบ กอต. ๕ ซึ่งจัดทำโดยผู้ผลิตน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายสีรำ หรือน้ำตาลทรายดิบตามข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ หรือจะถือปริมาณน้ำตาลทรายที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจชั่งแล้ว ให้เป็นปริมาณน้ำตาลทรายที่ต้องเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ก็ได้”
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘
พลอากาศโท ม.ม. เวชยันตรังสฤษฎ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ และน้ำตาลทรายซึ่งผลิตก่อนวันดังกล่าวควรอยู่ในข่ายจะต้องเสียเงินสงเคราะห์ แต่ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. ๒๕๐๔ กำหนดให้เรียกเก็บเงินสงเคราะห์ในเมื่อจะนำน้ำตาลทรายออกนอกโรงงานน้ำตาลทราย หรือจะใช้ภายในโรงงานน้ำตาลทราย หากมิได้มีการนำน้ำตาลทรายที่ผลิตก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ออกนอกโรงงานน้ำตาลทราย หรือใช้ภายในโรงงานน้ำตาลทราย ก็จะเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ไม่ได้ จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อให้เรียกเก็บเงินสงเคราะห์จากน้ำตาลทรายที่ผลิตก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้
ธิดาวรรณ / แก้ไข
๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
B+A(C)
อมรรัตน์/ปรับปรุง
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙