กฎกระทรวงการคลัง
ออกตามความในพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พุทธศักราช ๒๔๘๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ บรรดาสถานที่ที่มีรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาตินั้น กรมสรรพากรจะจัดแบ่งให้มีผู้ขออนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นตามกำหนดระยะเวลาเท่าใดก็ได้ ผู้ขออนุญาตจะต้องขออนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นในสถานที่ตามที่จัดแบ่ง และตามกำหนดระยะเวลานั้น
ข้อ ๒ การขออนุญาตตามข้อ ๑ ให้ขอโดยการประมูลเงินอากร ตามเวลาและวิธีการซึ่งกรมสรรพากรหรือคณะกรมการจังหวัดจะได้ประกาศให้ทราบ
ข้อ ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจที่จะอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ผู้ประมูลเงินอากรผู้ใดเก็บรังนกอีแอ่นก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่ถ้าจะอนุญาตแล้วให้พิจารณาอนุญาตแก่ผู้ประมูลเงินอากรสูงสุดก่อน ถ้าเห็นว่าผู้นั้นไม่สมควรได้รับอนุญาต ก็ให้พิจารณาอนุญาตแก่ผู้ประมูลเงินอากรรองลงมาเป็นลำดับ
ข้อ ๔ ในกรณีไม่มีผู้ประมูลเงินอากร หรือมีผู้ประมูลเงินอากรแล้ว แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่อนุญาต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะจัดให้มีผู้รับอนุญาตโดยวิธีอื่นก็ได้
ข้อ ๕ การอนุญาตของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นอันใช้ได้ต่อเมื่อผู้รับอนุญาตได้ทำสัญญากับอธิบดีกรมสรรพากรหรือข้าหลวงประจำจังหวัดแล้ว โดยมีผู้ค้ำประกันและผู้รับเรือนเป็นที่พอใจของอธิบดีกรมสรรพากรหรือข้าหลวงประจำจังหวัดด้วย
สัญญาเช่นว่านี้ให้ทำตามแบบของกรมสรรพากร
ข้อ ๖ ในกรณีที่อายุสัญญาตามข้อ ๕ สิ้นสุดลง หรือก่อนอายุสัญญาสิ้นสุดลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาเห็นว่า ผู้รับอนุญาตปฏิบัติการได้ผลดีเป็นที่เรียบร้อยและมีหลักประกันอันมั่นคงว่าจะปฏิบัติการต่อไปให้ได้ผลดียิ่งขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจที่จะอนุญาตให้ต่ออายุสัญญาเดิมออกไปได้อีกมีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปี โดยกำหนดจำนวนเงินอากรเท่าเดิมหรือสูงขึ้นตามที่เห็นเป็นการสมควรก็ได้
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๔
ประดิษฐมนูธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พุทธศักราช ๒๔๘๒[๒]
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ รังนกอีแอ่นเป็นสินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ต้องแข่งขันกับรังนกอีแอ่นจากเกาะของอินโดนีเซีย หรือชวา เมื่อผู้รับอนุญาตให้เก็บรังนกอีแอ่นหาตลาดในต่างประเทศได้แล้ว รังนกอีแอ่นของประเทศไทยก็จะเป็นสินค้าขาออกที่สำคัญประเภทหนึ่ง แต่กำหนดเวลาที่ผู้รับอนุญาตทำกับรัฐบาลนั้น คราวหนึ่ง ๆ ก็เพียง ๕ ปี เป็นอย่างสูงแล้วจะต้องทำการประมูลเงินอากรกันใหม่ หากผู้รับอนุญาตคนเดิมประมูลไม่ได้ ก็อาจเสียตลาดในต่างประเทศไป ทั้งระยะเวลาเพียง ๕ ปีนี้ ผู้รับอนุญาตก็ไม่ใคร่จะกล้าลงทุนบำรุงรักษาตัวนก เพื่อความเจริญของกิจการรังนกและกิจการค้ารังนก จึงสมควรให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจที่จะพิจารณาอนุญาตให้ต่ออายุสัญญาเดิมออกไปได้อีกมีกำหนดเวลาไม่เกิน ๕ ปี
รัศม์วรรณวลัย/ผู้จัดทำ
๖ มกราคม ๒๕๕๒