หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ.2533

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
2545
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ.2533 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย

พ.ศ. ๒๕๓๓

-------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง (๕) และ

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

อุตสาหกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

                                                              หมวด ๑

                                                              บททั่วไป

                                                          -------------

 

                        ข้อ ๑  ภาษาที่ใช้ในการปฏิบัติงาน

                        การจัดทำบัญชีขององค์กรร่วม ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษ

                        ข้อ ๒  เงินตรา

                        การบันทึกหลักฐานบัญชีขององค์กรร่วม ให้ใช้หน่วยเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา

และหรือหน่วยเงินตราสกุลอื่นตามที่รัฐบาลทั้งสองได้ตกลงกัน

                        ข้อ ๓  การแลกเปลี่ยนและแปลงค่าเงินตรา

                        (๑) การแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลอื่นเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา ให้บันทึก

หลักฐานตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้จริง ณ วันที่ที่มีรายการทางบัญชีแต่ละรายการ

                        (๒) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการบัญชี การแปลงค่าเงินบาทหรือเงินริงกิตเป็นเงิน

เหรียญสหรัฐอเมริกาหรือเงินตราสกุลอื่น หรือการแปลงค่าเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาหรือเงินตรา

สกุลอื่นเป็นเงินบาทหรือเงินริงกิต ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันทำการสุดท้ายของเดือนนั้นของ

ธนาคารที่กองทุนองค์กรร่วมฝากไว้

                        (๓) กำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนหรือแปลงค่าเงินตรา ให้

ลงเป็นรายรับหรือรายจ่ายในบัญชีขององค์กรร่วม

                        ข้อ ๔  เงินอุดหนุน

                        (๑) ให้องค์กรร่วมยื่นคำขอรับเงินอุดหนุนรายปีตามมาตรา ๑๑ วรรคสอง แห่ง

พระราชบัญญัติองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นหนังสือต่อรัฐบาลแต่ละฝ่ายล่วงหน้า

อย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันครบกำหนดแต่ละงวด เพื่อนำเข้าบัญชีองค์กรร่วมสำหรับเป็น

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีนั้น โดยในปีแรกให้จ่ายเงินอุดหนุนเป็นงวดเดียว และในปีถัดจากนั้น

อาจจ่ายเงินอุดหนุนเป็นงวดได้ตามระยะเวลาที่รัฐบาลทั้งสองจะได้ตกลงกัน

                        (๒) นอกเหนือจากเงินอุดหนุนรายปีตามปกติ องค์กรร่วมอาจยื่นคำขอรับเงิน

อุดหนุนเพิ่มเติมเป็นหนังสือให้รัฐบาลทั้งสองพิจารณาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีจำเป็นที่มิได้

คาดการณ์ไว้ ในกรณีเช่นนี้ ให้องค์กรร่วมระบุวันที่ที่จะใช้เงินอุดหนุนเพิ่มเติมนั้น

                        (๓) ในการพิจารณาคำขอรับและการจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่มเติมตาม (๒) รัฐบาล

แต่ละฝ่ายอาจสอบถามถึงความเหมาะสมของจำนวนที่จำเป็นต้องขอเงินอุดหนุน ในกรณีเช่นนั้น

ให้องค์กรร่วมชี้แจงเหตุผลของข้อแตกต่างนั้น (ถ้ามี) ต่อรัฐบาลทั้งสอง และถ้าจำเป็นต้องแก้ไข

ก็ให้องค์กรร่วมดำเนินการแก้ไขตามที่จำเป็น

                        ข้อ ๕  งบการเงิน

                        (๑) เมื่อสิ้นสุดแต่ละไตรมาส คือ เดือนเมษายน กรกฎาคม ตุลาคม และ

มกราคม ให้องค์กรร่วมจัดทำงบการเงินเสนอต่อรัฐบาลแต่ละฝ่าย โดยมีรายการดังต่อไปนี้

                        (ก) งบแสดงรายรับรายจ่ายของไตรมาสที่บันทึกหลักฐานในบัญชีขององค์กร

ร่วมระหว่างไตรมาสก่อนหน้านั้น ซึ่งสรุปหัวข้อค่าใช้จ่ายที่สำคัญและแสดงส่วนของรัฐบาล

แต่ละฝ่ายในค่าใช้จ่ายนั้น งบดังกล่าวนี้ ให้แสดงยอดรวมตั้งแต่ต้นปีเปรียบเทียบกับงบประมาณ

ประจำปี

                        (ข) งบแสดงหนี้สินและลูกหนี้ร่วมกัน

                        (ค) งบแสดงยอดดุลของเงินอุดหนุนของรัฐบาลในช่วงไตรมาสนั้น

                        (๒) ให้ใช้บัญชีเกณฑ์เงินสดในการเรียกเก็บเงินอุดหนุน และให้ใช้วิธีเกณฑ์

สิทธิในการลงบัญชีขององค์กรร่วม เกณฑ์เงินสดที่ใช้ในที่นี้ได้แก่ ค่าใช้จ่ายสำหรับการ

ดำเนินงานในไตรมาสซึ่งได้มีการจ่ายเงินไปแล้ว และเกณฑ์สิทธิได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใน

ไตรมาสนั้น ไม่ว่าได้จ่ายไปเมื่อใด

                        (๓) ภายในหกเดือนหลังจากสิ้นปีงบประมาณของแต่ละปี ให้องค์กรร่วมจัดให้มี

การสอบบัญชีต่าง ๆ ของตน แล้วส่งให้แก่รัฐบาลทั้งสองพร้อมกับข้อสังเกตของผู้สอบบัญชี

เกี่ยวกับงบการเงินหรือบัญชีต่าง ๆ ขององค์กรร่วม และรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจกรรมของ

องค์กรร่วมในรอบปีที่ผ่านมาอย่างละหนึ่งชุด

                        ข้อ ๖  บันทึกหลักฐานทางบัญชี

                        (๑) ให้เก็บบันทึกหลักฐานไว้เพื่อและในนามรัฐบาลทั้งสองในลักษณะ

อันเพียงพอที่จะแสดงกิจกรรมทางธุรกิจและฐานะทางการเงินขององค์กรร่วม และที่จะให้

สอดคล้องกับข้อตกลงหรือเอกสารใด ๆ ที่ต้องแนบไว้ด้วย

                        (๒) ให้เก็บรักษาบันทึกหลักฐานทั้งหมดไว้ในที่อันเหมาะสมเป็นเวลาสิบปี

หลังจากที่กิจกรรมทางธุรกิจหรือการปฏิบัติงานสิ้นสุดลงเป็นกรณี ๆ ไป

                        ข้อ ๗  การปรับปรุงบัญชี

                        การปรับปรุงบัญชีขององค์กรร่วม อาจกระทำได้โดยการริเริ่มของรัฐบาลทั้งสอง

หรือโดยองค์กรร่วมด้วยความเห็นชอบเป็นหนังสือจากรัฐบาลทั้งสอง และให้กระทำภายในยี่สิบ

สี่เดือนหลังจากปีที่ต้องมีการปรับปรุงนั้น

                        ข้อ ๘  การตรวจสอบภายใน

                        รายงานการตรวจสอบภายใน ให้เสนอต่อคณะกรรมการองค์กรร่วมอย่างน้อย

ปีละสองครั้ง

 

                                                                 หมวด ๒

                                                            รายรับและรายจ่าย

                                                              -------------

 

                        ข้อ ๙  หลักการทำบัญชี

                        ให้องค์กรร่วมจัดทำบัญชีแยกประเภทตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                        (๑) ใช้เกณฑ์สิทธิโดยถือเอาว่า รายได้และรายจ่ายเกิดขึ้นและเข้าคู่กันได้ และ

                        (๒) การจัดทำบัญชีให้ถือเกณฑ์ของต้นทุนที่ได้มา โดยไม่ต้องปรับปรุง

เนื่องจากการเปลี่ยนค่าเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือการเปลี่ยนมูลค่าของสินทรัพย์เฉพาะอย่าง

เว้นแต่สินทรัพย์ถาวรและการลงทุนบางอย่างที่ได้ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญการตีราคา ซึ่งได้รับ

อนุญาตและองค์กรร่วมยอมรับ

                        ข้อ ๑๐  รายรับ

                        รายการต่อไปนี้ให้ลงเป็นรายรับในบัญชีขององค์กรร่วม

                        (๑) รายได้ตามมาตรา ๑๗ (๒) (๓) (๕) (๖) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติ

องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๓

                        (๒) เงินที่ได้รับจากการประกันภัยเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อการดำเนินงาน

เมื่อสินทรัพย์นั้นได้เอาประกันภัยไว้ ซึ่งองค์กรร่วมเป็นผู้เสียเบี้ยประกันภัย

                        (๓) รายได้ที่ได้รับจากบุคคลที่สามในการใช้ทรัพย์สินขององค์กรร่วมและ

รวมถึงจำนวนที่เรียกเก็บจากรัฐบาลที่ใช้สินทรัพย์ดังกล่าวแต่ฝ่ายเดียว

                        (๔) ค่าเช่า เงินรับคืน และรายรับอื่น ที่องค์กรร่วมได้รับ ซึ่งได้เคยลงบัญชีเป็น

รายจ่ายไว้ และ

                        (๕) เงินได้อื่นที่ได้รับจากการดำเนินกิจการขององค์กรร่วม

                        ข้อ ๑๑  รายจ่าย

                        ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการขององค์กรร่วมดังต่อไปนี้ ให้ลงบัญชี

เป็นรายจ่ายขององค์กรร่วม

                        (๑) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

                        (ก) ค่าใช้จ่ายบุคลากร

                        ๑. ค่าตอบแทน เงินเดือน ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยง และค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่

พึงเบิกได้ของสมาชิก และลูกจ้างประจำขององค์กรร่วมที่ปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ขององค์กรร่วม

                        ๒. ค่าใช้จ่ายอันเหมาะสมเกี่ยวกับ วันหยุด วันพักผ่อน การเจ็บป่วยและพิการ

ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามประเพณีปกติที่มีให้แก่สมาชิก และ

ลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ได้รับค่าตอบแทน เงินเดือน ค่าล่วงเวลา เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่พึง

เบิกได้ตาม ๑. ข้างต้น

                        ๓. ค่าใช้จ่ายหรือเงินอุดหนุนซึ่งส่งเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของลูกจ้างของ

องค์กรร่วม

                        ๔. รายจ่ายหมุนเวียนขององค์กรร่วมซึ่งกำหนดไว้เพื่อสิทธิประโยชน์รวมถึง

เงินสำรองเลี้ยงชีพ การประกันภัย เบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นที่พึงเบิกได้ และรายจ่ายอื่น

ที่มีลักษณะเทียบเคียงได้กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขององค์กรร่วมตามที่กำหนดไว้ตาม ๑.

ข้างต้น

                        (ข) ค่าขนส่งและค่าเดินทาง

                        ๑. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งปวงและเบี้ยเลี้ยงในการเดินทาง และค่าใช้จ่าย

ในการย้ายที่อยู่ของสมาชิก และลูกจ้างขององค์กรร่วม รวมทั้งครอบครัวซึ่งได้รับคำสั่งให้ไป

ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงค่าขนส่งทรัพย์สินส่วนตัวและของใช้ใน

บ้านเรือน และค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อการขนย้ายตามระเบียบที่กำหนดไว้

                        ๒. ค่าพาหนะของสมาชิก และลูกจ้างขององค์กรร่วม และค่าขนส่งอุปกรณ์

วัสดุ และเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำเนินงาน

                        (ค) ค่าใช้จ่ายในการสื่อสาร

                        ค่าโทรพิมพ์ โทรเลข โทรศัพท์ และโทรสาร ค่าไปรษณียากร และค่าใช้จ่าย

ในการใช้ระบบสื่อสารอื่น เช่น วิทยุ หรือสัญญาณไมโครเวฟ

                        (ง) ค่าสาธารณูปโภค

                        ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ไฟฟ้า พลังงานความร้อน น้ำ และพลังงาน

อื่น ๆ ซึ่งได้ใช้ในการดำเนินงาน

                        (จ) ค่าเช่า

                        ค่าเช่าซึ่งจ่ายไปสำหรับการเช่าหรือใช้ทรัพย์สิน อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความ

สะดวก และยานพาหนะ

                        (ฉ) ค่าเครื่องใช้และวัสดุสำหรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษา

                        ค่าใช้จ่ายในการซื้ออะไหล่สำหรับยานพาหนะ อุปกรณ์สำนักงาน และน้ำมัน

เชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

                        (ช) ค่าวัสดุและค่าเครื่องใช้อื่น ๆ

                        ค่าวัสดุและค่าเครื่องใช้อื่น ๆ ที่องค์กรร่วมซื้อหรือจัดหาเพื่อใช้ในการดำเนินงาน

ตามที่จำเป็นเพียงเท่าที่สามารถกระทำได้โดยชอบด้วยเหตุผล โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและ

ความประหยัดในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ให้องค์กรร่วมดำเนินการทุกวิถีทางอันชอบด้วยเหตุผลที่

จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้มีการสะสมวัสดุและเครื่องใช้เหลือใช้

                        (ซ) ค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อมแซมย่อย

                        ให้รวมถึงค่าบำรุงรักษาอาคาร สำนักงาน ยานยนต์ สิ่งอำนวยความสะดวก

ในสำนักงาน เครื่องตกแต่งและเครื่องติดตั้ง และค่าใช้จ่ายอื่นทำนองเดียวกัน

                        (ฌ) ค่าบริการ

                        ค่าบริการของลูกจ้างที่จ่ายตามสัญญาระยะสั้น ค่าที่ปรึกษาทางวิชาชีพ ค่าสอบ

บัญชี ค่าบริการทางกฎหมาย ค่าฝึกอบรม ค่ารับรอง และค่าบริการทั่วไป และค่าบริการทาง

เทคนิคที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน

                        (ญ) ค่าเสียหายและค่าสูญหาย

                        ภายใต้บังคับ (ฏ) รายจ่ายหรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นทั้งปวงเพื่อทดแทนหรือ

ซ่อมแซมความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วม พายุ โจรกรรม อุบัติเหตุ หรือ

จากเหตุอื่นใดซึ่งองค์กรร่วมได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่เหตุแล้วแต่ไม่อาจควบคุม

บังคับได้

                        (ฎ) การประกันภัยและสิทธิเรียกร้อง

                        ๑. เบี้ยประกันภัยที่จ่ายสำหรับการประกันภัยในกรณีที่จำเป็นต้องกระทำ

เพื่อประโยชน์ทางบัญชีขององค์กรร่วม รวมทั้งค่าสูญหาย ค่าชดเชยตามสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหาย

หนี้ตามคำพิพากษา และรายจ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าบริการทางกฎหมาย ซึ่งไม่อาจเรียกได้จากผู้รับ

ประกันภัย

                        ๒. ในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องเอาประกันภัย ค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นจริง

ซึ่งองค์กรร่วมได้จ่ายไปเพื่อทดแทนความสูญหายใด ๆ ทั้งปวง สิทธิเรียกร้อง ความเสียหาย

หนี้ตามคำพิพากษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าบริการทางกฎหมาย ให้ลงบัญชีเป็นรายจ่าย

ขององค์กรร่วม

                        (ฏ) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

                        ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงาน ซึ่งมิได้

จัดให้อยู่ในรายการค่าใช้จ่ายข้างต้น เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

                        (๒) ค่าใช้จ่ายประเภททุน

                        ให้ถือค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้เป็นค่าใช้จ่ายประเภททุน และให้ตัดจ่ายให้

สอดคล้องกับหลักการทำบัญชีอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

                        (ก) อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งค่าปรับปรุงอาคารและสิ่งอำนวย

ความสะดวก

                        (ข) ยานยนต์

                        (ค) สินทรัพย์ถาวร อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องตกแต่งและเครื่องติดตั้ง

                        (ง) เครื่องอำนวยความสะดวกในการสื่อสาร และ

                        (จ) คอมพิวเตอร์ เครื่องรับโทรทัศน์ วีดิทัศน์ และโสตทัศนอุปกรณ์

 

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

                                                       พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์

                                               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติองค์กร

ร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ. ๒๕๓๓ มาตรา ๑๘ (๕) บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงในเรื่องเกี่ยวกับ

การทำบัญชีและบันทึกหลักฐานอื่น ๆ ที่ถูกต้องของกิจกรรมในเชิงธุรกิจและกิจการต่าง ๆ ของ

องค์กรร่วม ตามหลักการทำบัญชีอันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก. ๒๕๓๖/๑๑๘/๒๒พ./๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๖]