ข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ว่าด้วย หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อการชดเชย
กรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข ให้มีความเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๔) แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงมีมติในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙ และ ครั้งที่ ๑๖/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อการชดเชยกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๕๐”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก ข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๔๖
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“บริการสาธารณสุข” หมายความว่า บริการสาธารณสุขตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้รวมถึง การให้การสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขแก่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
“เงินช่วยเหลือ” หมายความว่า เงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเพื่อการชดเชยให้แก่ผู้ให้บริการหรือทายาท ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการสาธารณสุข
“สำนักงานสาขา” หมายความว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสาขาจังหวัด
“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อการชดเชย
“พื้นที่เสี่ยงภัย” หมายความว่า พื้นที่เสี่ยงภัยตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศกำหนด
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข้อ ๕ ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการสาธารณสุข ซึ่งอาจได้รับเงินช่วยเหลือได้ ต้องเป็นผู้ให้บริการของหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข้อ ๖ ประเภทของความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการสาธารณสุข และอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือ แบ่งเป็น
(๑) เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร จ่ายเงินช่วยเหลือได้ ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) สูญเสียอวัยวะหรือพิการ จ่ายเงินช่วยเหลือได้ ไม่เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท
(๓) บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือได้ ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท
ข้อ ๗ ผู้ให้บริการหรือทายาท มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือได้ที่สำนักงานสาขาในจังหวัด ทั้งนี้ต้องยื่นคำร้องภายใน ๑ ปี นับแต่วันที่ทราบความเสียหาย
ข้อ ๘ ให้มีคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเพื่อการชดเชยในทุกจังหวัด จำนวน ๕ - ๗ คน โดยให้เลขาธิการ แต่งตั้งจากบุคคลที่มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถเหมาะสม หรืออาจแต่งตั้งบุคคลที่เป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ตามข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการนี้ก็ได้
ให้คณะอนุกรรมการทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ ว่าเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือตามข้อบังคับนี้หรือไม่ และถ้าควรได้รับ ควรจะได้รับเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งนี้การพิจารณาวินิจฉัยให้คำนึงถึงประเภทและความรุนแรงของความเสียหายด้วยคณะอนุกรรมการ มีอำนาจอนุมัติจำนวนเงินช่วยเหลือได้ไม่เกินอัตราที่กำหนดในข้อ ๖
การพิจารณาวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการให้กระทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการให้รายงานต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อทราบ
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการ และให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ผู้อำนวยการสำนักงานสาขามอบหมาย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
เมื่อมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแล้ว ให้เลขานุการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการ เพื่อให้ที่ประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการ
ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายหรือทายาท ไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ ให้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่เลขาธิการแต่งตั้ง โดยยื่นที่สำนักงานสาขาในจังหวัดนั้น ทั้งนี้ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบผลการวินิจฉัย
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับความเสียหายในพื้นที่เสี่ยงภัย และคณะอนุกรรมการของจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น เห็นควรสั่งจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ให้บริการหรือทายาท มากกว่าอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ ให้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยโดยเร็ว
ข้อ ๑๑ เมื่อมีกรณีอุทธรณ์ผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการตามข้อ ๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด โดยสั่งให้จ่ายเงินช่วยเหลือตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ หรือสั่งให้ยกอุทธรณ์
กรณีคณะอนุกรรมการของจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเห็นควรสั่งจ่ายเงินช่วยเหลือมากกว่าอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ ให้คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด โดยสั่งให้จ่ายเงินช่วยเหลือตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ หรือมากกว่าอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ได้แต่ต้องไม่เกิน ๒ เท่าของอัตราดังกล่าวคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ให้บริการหรือทายาทตามข้อบังคับนี้ ไม่เป็นการรอนสิทธิของผู้ให้บริการหรือทายาทที่จะได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัด
ข้อ ๑๓ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับกับคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือตามข้อ ๗ ที่ผู้มีสิทธิได้ยื่นไว้ตั้งแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ
คำร้องใดที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับและอยู่ระหว่างดำเนินการ ให้นำข้อบังคับที่ใช้อยู่ในขณะนั้น มาใช้บังคับกับคำร้องนั้น
ข้อ ๑๔ ให้เลขาธิการรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
มงคล ณ สงขลา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐