หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พุทธศักราช 2481

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:

พระราชบัญญัติ

ห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา

พุทธศักราช ๒๔๘๑

                  

 

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒

เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรห้ามนำของหัตถกรรมที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา

 

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา พุทธศักราช ๒๔๘๑

 

มาตรา ๒[๑]  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

การแสดงกำเนิด หมายความว่า ถ้อยคำ อุบาย คำพรรณนา หรือการแสดงอื่น ๆ ซึ่งแถลงหรือแนะโดยประจักษ์แจ้งว่าของใด ๆ ได้ทำหัตถกรรมในถิ่นหรือประเทศใด

เครื่องห่อหุ้ม หมายความรวมตลอดถึง จุก ถัง ขวด ภาชนะ หีบ ครอบ หลอด กลัก กรอบ ห่อ หรือสิ่งใด ๆ สำหรับใช้บรรจุของ

ป้าย หมายความรวมตลอดถึง แถบ หรือบัตร

 

มาตรา ๔  ให้ถือว่าของมีการแสดงกำเนิด เมื่อมีการแสดงดังกล่าว ถักทอ ตอก ต่อ ประทับ หรือติดอยู่ด้วยประการอื่นใดกับของนั้น หรือกับเครื่องห่อหุ้ม หรือป้ายแห่งของนั้น

 

มาตรา ๕  ห้ามนำของหัตถกรรมใด ๆ ที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามาในราชอาณาจักร

แต่ความในมาตรานี้มิให้มีผลบังคับแก่สิ่งของที่มีการแสดงกำเนิดในสยาม
หากว่านำเข้ามาเพื่อใช้เป็นเครื่องห่อหุ้มหรือป้ายสำหรับของที่ผลิตหรือทำหัตถกรรมในราชอาณาจักร

 

มาตรา ๖  บทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการห้ามนำของเข้า และอำนาจของพนักงานศุลกากรเกี่ยวแก่การนั้น ให้ใช้บังคับแก่ของต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

 

มาตรา ๗  ให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจออกข้อบังคับศุลกากรว่าด้วยการ
แจ้งความ วางประกัน เงื่อนไขหรือวิธีการอื่น ๆ เกี่ยวกับของต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้

ก่อนกักของใด ๆ หรือดำเนินคดีต่อไปประการใด เพื่อริบของนั้น อธิบดีจะสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับที่กล่าวข้างต้นเสียก่อนก็ได้ และจะดำเนินการตามข้อบังคับที่ว่านั้นให้เป็นที่พอใจเสียก่อน ว่าของนั้น ๆ เป็นของต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้

ข้อบังคับที่กล่าวข้างต้นจะกำหนดให้ผู้แจ้งความใช้เงินคืนแก่กรมศุลกากร สำหรับค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายทั้งปวงอันเกิดจากการกักของที่ผู้นั้นได้แจ้งความไว้ และจากการดำเนินคดีเนื่องแต่การกักของนั้นด้วยก็ได้

 

มาตรา ๘  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

วสุ สรรกำเนิด/ผู้ปรับปรุง

๘ เมษายน ๒๕๕๒

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๖/-/หน้า ๓๔๒/๑๗ เมษายน ๒๔๘๒