ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า
ว่าด้วยการจดทะเบียนหอการค้า พ.ศ. ๒๕๔๗
โดยที่เป็นการสมควร กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้การออกใบอนุญาตและการจดทะเบียนหอการค้า ตามพระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมทั้งมีหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติในการพิจารณาและออกคำสั่งทางปกครองที่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ นายทะเบียนกลางหอการค้าจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า ว่าด้วยการจดทะเบียนหอการค้า พ.ศ. ๒๕๔๗”
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้น ๓๐ วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาคำสั่ง ประกาศ และระเบียบอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙
“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดและนายทะเบียนหอการค้าประจำกรุงเทพมหานคร
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดและสำนักงานทะเบียนหอการค้าประจำกรุงเทพมหานคร
“หอการค้า” หมายความว่า หอการค้าจังหวัด หอการค้าไทย หอการค้าต่างประเทศและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
“การขออนุญาต” หมายความว่า การขออนุญาตจัดตั้งหอการค้า
“คำขออนุญาต” หมายความว่า คำขออนุญาตจัดตั้งหอการค้า
“การขอจดทะเบียน” หมายความว่า การขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการหรือการขอจดทะเบียนข้อบังคับหรือแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของหอการค้า
“คำขอจดทะเบียน” หมายความว่า คำขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการหรือคำขอจดทะเบียนข้อบังคับหรือแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของหอการค้า
“การแจ้ง” หมายความว่า การแจ้งเลิกหอการค้า หรือการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีหอการค้า
“แบบแจ้ง” หมายความว่า แบบแจ้งเลิกหอการค้า หรือแบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชีหอการค้า
ข้อ ๕ กรณีการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งใดที่ได้ยื่นต่อสำนักงานที่มิได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ แต่นายทะเบียนพิจารณาเห็นควรอนุญาต หรือรับจดทะเบียนหรือให้รับได้ ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และทำความเห็นแสดงเหตุผลที่ควรอนุญาต หรือรับจดทะเบียน หรือให้รับได้ เสนอถึงนายทะเบียนกลางหอการค้าเพื่อวินิจฉัยสั่งการ
ข้อ ๖ การขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่นายทะเบียนได้พิจารณา สั่งการอนุญาต รับจดทะเบียน หรือได้รับไว้แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือแบบการแจ้งนั้น ไปยังสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้าเพื่อเก็บรักษาไว้ ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนอนุญาตรับจดทะเบียน หรือได้รับแล้วแต่กรณี
ข้อ ๗ สำเนาเอกสารประกอบคำขออนุญาต สำเนาเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน หรือสำเนาเอกสารประกอบการแจ้งที่ยื่นต่อนายทะเบียน ให้ผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้แจ้งอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้อง
ข้อ ๘ ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่ได้ยื่นต่อสำนักงานใดให้นายทะเบียนสำนักงานนั้นพิจารณาสั่งการอนุญาต รับจดทะเบียนหรือรับแจ้งได้โดยไม่ต้องส่งคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือแบบแจ้งนั้น ให้สำนักงานกลางทะเบียนหอการค้าตรวจพิจารณาสั่งการก่อน
ข้อ ๙ ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งตามระเบียบนี้ให้ผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน ผู้แจ้ง หรือผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งเป็นผู้มาติดต่อแสดงบัตรประจำตัวของตนต่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
บัตรประจำตัวให้หมายถึง บัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานองค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ใบรับคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุหรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนเอกสารดังกล่าวได้ตามกฎหมาย
หมวด ๒
แบบพิมพ์และเอกสารที่ใช้ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน
และการแจ้งของหอการค้า
ข้อ ๑๐ คำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้งและเอกสารประกอบให้ใช้แบบพิมพ์ที่มีรูปแบบ ข้อความ และขนาดตามที่นายทะเบียนกำหนดขึ้น โดยในการยื่นคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน หรือการยื่นแบบแจ้ง รวมทั้งเอกสารประกอบ ให้มีจำนวนและเป็นไปตามรายละเอียด ประเภทของการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๑๑ การกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้งและเอกสารประกอบที่ใช้ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้งให้ใช้พิมพ์ดีดหรือบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ข้อ ๑๒ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำขออนุญาต หรือคำขอจดทะเบียนให้เรียกเก็บเมื่อผู้ขออนุญาต หรือผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำขอต่อนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
หมวด ๓
การอนุญาตจัดตั้งหอการค้า
ข้อ ๑๓ การจัดตั้งหอการค้า ต้องขออนุญาตต่อนายทะเบียนโดยผู้เริ่มก่อการจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจตามความหมายในพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙
ข้อ ๑๔ ผู้ขออนุญาต จะต้องลงลายมือชื่อในคำขออนุญาตต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
การลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคแรกผู้ขออนุญาตต้องแสดงบัตรประจำตัวพร้อมสำเนาหลักฐานดังกล่าว และให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกข้อความว่าได้เห็นต้นฉบับแล้ว และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในสำเนาด้วย
ข้อ ๑๕ ในการขออนุญาต ผู้ขออนุญาตต้องเสนอร่างข้อบังคับของหอการค้าที่จะขอจดทะเบียนไปพร้อมกับการขออนุญาต
ข้อ ๑๖ เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนตั้งหอการค้า และออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขออนุญาตแล้ว ให้รับจดทะเบียนข้อบังคับของหอการค้านั้นไปพร้อมกัน และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับคำขออนุญาตพร้อมสำเนาใบอนุญาตไปยังสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า เพื่อทำการออกประกาศสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า ส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๔
การจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการและแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
ข้อ ๑๗ การขอจดทะเบียนตั้งกรรมการชุดแรกของหอการค้า ให้ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
ภายใต้ข้อบังคับของหอการค้า ในการขอจดทะเบียนเปลี่ยนตัวกรรมการหรือการขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนตามที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นกรรมการหากที่ประชุมใหญ่สมาชิกไม่ได้มีการลงมติรับรองฐานะและความประพฤติของผู้ที่จะเป็นกรรมการไว้ให้ผู้ที่จะเป็นกรรมการแสดงหนังสือรับรองฐานะและความประพฤติที่รับรองโดยข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๕ ขึ้นไป หรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งประจำอยู่ในท้องที่ที่ผู้จะเป็นกรรมการมีภูมิลำเนาอยู่หรือจะมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการสอบสวนถึงฐานะและความประพฤติ ก็ได้
ข้อ ๑๙ คำขอจดทะเบียนใดซึ่งมิได้มีการลงลายมือชื่อเป็นไปตามข้อ ๑๗ นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนได้ต่อเมื่อคำขอจดทะเบียนนั้นได้ลงลายมือชื่อโดยกรรมการหรือผู้ที่จะเป็นกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยมติที่ประชุมใหญ่ ให้เป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียน และมีหลักฐานอันเป็นเอกสารประกอบการขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่สมาชิกที่มีระเบียบวาระที่เกี่ยวข้องกับการขอจดทะเบียน พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุมนั้นไปยังสมาชิกทุกคน หรือหลักฐานที่รับทราบการนัดประชุมใหญ่สมาชิกหรือหลักฐานอื่นใดแล้วแต่กรณี ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
(๒) สำเนารายงานการประชุมใหญ่สมาชิกที่ปรากฏมติในเรื่องที่ขอจดทะเบียน
(๓) สำเนาบัญชีรายชื่อที่ปรากฏลายมือชื่อสมาชิกที่เข้าประชุม
ข้อ ๒๐ ในกรณีที่มีกรรมการหรือสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องคัดค้านการจดทะเบียนใดๆ เป็นหนังสือต่อนายทะเบียนก่อนที่จะได้รับจดทะเบียน ให้นำความในข้อ ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๑ เมื่อมีผู้คัดค้านการจดทะเบียนและนายทะเบียนพิจารณาเห็นว่าเพื่อเป็นการกำหนดประเด็นข้อคัดค้านให้ชัดเจน หรือเพื่อทราบข้อเท็จจริงอื่นใดเพิ่มเติมให้นายทะเบียนมีหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับแจ้งประเด็นหรือรายละเอียดที่ต้องการทราบเพิ่มเติมไปยังกรรมการหรือสมาชิก โดยกำหนดเวลาให้ชี้แจงภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ลงในหนังสือ
ข้อ ๒๒ การพิจารณาคำขอจดทะเบียนกรณีที่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียน และรายชื่อสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมใหญ่ไม่ตรงกับรายชื่อสมาชิกตามสำเนาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งไว้ต่อนายทะเบียน จนเป็นเหตุให้เกิดประเด็นหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกผู้เข้าประชุมใหญ่หรือเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิก ให้เป็นหน้าที่ของผู้ขอจดทะเบียนนำส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกฉบับล่าสุดที่มีรายชื่อสมาชิกเป็นปัจจุบันหรือฉบับที่ใช้อ้างอิงในการประชุมใหญ่ต่อนายทะเบียน และให้ถือเอาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งใหม่ดังกล่าวนั้นเป็นหลักฐานในการพิจารณา
หากมีการโต้แย้งในความถูกต้องเกี่ยวกับจำนวนหรือสมาชิกภาพที่ปรากฏตามสำเนาทะเบียนสมาชิกที่นำส่งไว้ต่อนายทะเบียนหรือที่นำส่งใหม่ตามความในวรรคแรกผู้มีส่วนได้เสียอาจใช้สิทธิทางศาลเพื่อหาข้อยุติในข้อโต้แย้งนั้นก็ได้ และในระหว่างการพิจารณาไม่ปรากฏแก่นายทะเบียนว่าศาลได้มีคำสั่งห้ามนายทะเบียนรับจดทะเบียนไว้เป็นการชั่วคราวหรือมีคำสั่งศาลในทำนองเดียวกัน ก็ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอจดทะเบียนต่อไป
ข้อ ๒๓ กรณีที่นายทะเบียนพิจารณารับจดทะเบียนหรือไม่รับจดทะเบียนคำขอใดที่มีผู้คัดค้านการจดทะเบียนให้นายทะเบียนแจ้งหอการค้าและผู้คัดค้านทราบพร้อมทั้งแจ้งสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งตามพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ หรือตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๑๑
หมวด ๕
สมาชิกและทะเบียนสมาชิก
ข้อ ๒๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒ และ ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ ให้หอการค้ากำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของสมาชิกแต่ละประเภทไว้ในข้อบังคับของหอการค้าที่ยื่นขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนด้วย
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่สมาชิกของหอการค้าเป็นนิติบุคคลและมีที่ตั้งที่ทำการหลายแห่งหรือมีสำนักงานสาขา ให้ถือว่าถิ่นอันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ หรือของสำนักงานสาขาเป็นภูมิลำเนาของนิติบุคคลนั้นในการที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของหอการค้าใดๆ ได้
ข้อ ๒๖ สำเนาทะเบียนสมาชิกของหอการค้าให้มีรายการและรูปแบบที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้
ให้หอการค้ายื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกต่อนายทะเบียนภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต หรือนับแต่วันที่หอการค้าได้มีการรับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก
การยื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกต่อนายทะเบียนตามวรรคสอง อาจจะส่งหรือยื่นสำเนาทะเบียนสมาชิกในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล (Floppy Disk) หรือจานบันทึกข้อมูล (CD/DVD) หรือจัดส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นทางจดหมาย/ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทั้งนี้ให้หอการค้าจัดทำหนังสือนำส่ง โดยต้องปรากฏลายมือชื่อของกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนในหนังสือนั้นและให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในการนำส่งด้วย
ข้อ ๒๗ สำเนาทะเบียนสมาชิกที่หอการค้านำส่งต่อนายทะเบียนนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตรงกับทะเบียนสมาชิกที่หอการค้าเก็บรักษาไว้ หากมีการโต้แย้งหรือคัดค้านในความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวก็ให้ผู้โต้แย้งหรือคัดค้านแสดงหลักฐานในการพิสูจน์ความถูกต้องนั้น
หมวด ๖
ตราของหอการค้า
ข้อ ๒๘ หอการค้าจะมีตราของหอการค้าหรือไม่ก็ได้ หากประสงค์จะมีตราของหอการค้าก็ให้กำหนดรูปแบบของตราไว้ในข้อบังคับของหอการค้า
ตราของหอการค้าต้องไม่มีรูปแบบหรือลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องหมายตรามหาจักรีบรมราชวงศ์
(๒) พระบรมราชาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาลและพระนามาภิไธยย่อของสมเด็จพระอัครมเหสีหรือสมเด็จพระยุพราช
(๓) พระบรมราชสัญลักษณ์ และพระราชสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสีและสมเด็จพระยุพราช
(๔) พระมหามงกุฎ มงกุฎขัตติยราชนารี หรือเครื่องราชอิสริยาภรณ์อื่นใดที่ใกล้เคียงกับมงกุฎ
(๕) ฉัตรต่างๆ อันเป็นลักษณะของเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ
(๖) ตราแผ่นดิน ตราราชการ ตราครุฑพ่าห์ ธงหลวง ธงชาติ หรือธงราชการ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
(๗) พระราชลัญจกร และลัญจกรในราชการ
(๘) เครื่องหมายกาชาด ชื่อกาชาด กาเยเนวา เครื่องหมายราชการ หรือเครื่องหมายใดๆ ที่ขัดต่อรัฐประศาสโนบายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(๙) เครื่องหมายราชการ องค์การ หน่วยงานของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศที่ขอสงวนไว้
หมวด ๗
ชื่อของหอการค้า
ข้อ ๒๙ ชื่อของหอการค้าต้องเป็นอักษรไทย โดยจะมีอักษรต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยด้วยก็ได้
ข้อ ๓๐ ชื่อของหอการค้าจังหวัดที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครจะต้องประกอบด้วยคำว่า “หอการค้าจังหวัด” และตามด้วยชื่อของจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของหอการค้าจังหวัดนั้นสำหรับในกรณีของกรุงเทพมหานคร ให้ใช้ชื่อว่า “หอการค้าไทย”
ข้อ ๓๑ ชื่อของหอการค้าต่างประเทศ จะต้องปรากฏชื่อประเทศอันเป็นสัญชาติของสมาชิกส่วนใหญ่ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือสัญชาติของบุคคลผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นซึ่งลงทุนเกินกึ่งจำนวนของทุนในนิติบุคคล ในกรณีที่สมาชิกเป็นนิติบุคคลประกอบอยู่ด้วย และให้มีได้เพียงสัญชาติละหนึ่งหอเท่านั้น
หมวด ๘
การส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุล
ข้อ ๓๒ หอการค้าต้องจัดทำงบดุลให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ของหอการค้าภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี ในการนี้ให้หอการค้าจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินกิจการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวเดียวกับที่เสนองบดุลด้วย
สำเนางบดุลของหอการค้า ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องและประทับตราของหอการค้าไว้ในสำเนางบดุลนั้นทุกหน้า
ข้อ ๓๓ หอการค้าต้องจัดส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลที่ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ต่อนายทะเบียนภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
การนำส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลตามวรรคแรก ให้กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนเป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือนำส่งนั้น สำหรับหอการค้าที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ส่งสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุล จำนวน ๒ ฉบับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งคู่ฉบับสำเนารายงานประจำปีและสำเนางบดุลนั้นไปยังสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้าเพื่อเก็บรักษาไว้ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับ
งบดุลของหอการค้าให้ระบุข้อความในงบดุลด้วยว่า ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ครั้งใด เมื่อวันที่ เดือน ปีใด หากมิได้ระบุข้อความดังกล่าวไว้ต้องจัดส่งสำเนารายงานการประชุมใหญ่ที่อนุมัติงบดุลนั้นไปพร้อมกับสำเนางบดุลที่นำส่งด้วย
หมวด ๙
การตรวจ คัดสำเนา หรือรับรองสำเนาเอกสาร
ข้อ ๓๔ การขอตรวจ คัดสำเนา หรือรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับหอการค้าให้ผู้ขอยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๓๕ การขอตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารเกี่ยวกับหอการค้าที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียนในการอนุญาต การรับจดทะเบียน หรือการรับแจ้งจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลหรือได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ที่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารตามวรรคแรกจะต้องอยู่ในฐานะผู้ขออนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน ผู้ชำระบัญชี ผู้คัดค้าน ผู้มีส่วนได้เสียจากคำสั่งของนายทะเบียน ผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาของนายทะเบียนเนื่องจากสิทธิของบุคคลนั้นจะถูกกระทบกระเทือนจากคำสั่งของนายทะเบียน หรือผู้รับมอบอำนาจจากบุคคลดังกล่าว
การขอตรวจ หรือคัดสำเนาเอกสารตามวรรคแรกต้องทำเป็นหนังสือและระบุเอกสารที่จะขอตรวจหรือคัดสำเนาโดยชัดเจน
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับแก่การขอตรวจเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องซึ่งกระทำเป็นปกติในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้ง
ข้อ ๓๖ การรับรองสำเนาเอกสาร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำตามแบบ ดังนี้
(๑) กรณีรับรองสำเนาคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบแจ้ง หรือเอกสารประกอบที่ใช้ในการขออนุญาต การขอจดทะเบียน หรือการแจ้ง รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับงบดุลของหอการค้า
แบบการรับรองสำเนาเอกสาร
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบรับรองประวัติที่ระบุเกี่ยวกับข้อมูลของผู้เริ่มก่อการ หรือกรรมการหอการค้าอันถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการรับรองสำเนาเอกสารนั้นได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้น
(๒) กรณีรับรองสำเนาทะเบียนสมาชิกของหอการค้า
แบบการรับรองสำเนาทะเบียนสมาชิกของหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ข้อ ๓๗ การยื่นขอใบอนุญาตหอการค้าฉบับใหม่แทนฉบับเดิมที่สูญหายหรือถูกทำลาย ให้กรรมการหอการค้าหรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นคำขอรับใบแทนตามแบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดรูปแบบขึ้นท้ายระเบียบนี้
หมวด ๑๐
การเลิกและชำระบัญชีหอการค้า
ข้อ ๓๘ เมื่อปรากฏแก่นายทะเบียนว่าหอการค้าใดไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไป หรือหอการค้าขาดส่งสำเนางบดุลและสำเนารายงานประจำปีต่อนายทะเบียนติดต่อกัน ๓ ปี นับแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังลงไปให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งกรรมการของหอการค้านั้นมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ หรือส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของหอการค้า หรือนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของหอการค้าเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของหอการค้านั้น และหากข้อเท็จจริงปรากฏแก่นายทะเบียนว่าหอการค้าไม่ได้ดำเนินกิจการหรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไปแล้ว ก็ให้รายงานเสนอตามลำดับชั้นถึงรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งให้เลิกหอการค้า
ข้อ ๓๙ เมื่อหอการค้าได้เลิกกันด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งนอกจากกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้เลิกตามข้อ ๓๘ ให้หอการค้านั้นแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกำหนดเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันที่เกิดมีเหตุที่ทำให้เลิกและให้ผู้ชำระบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในแบบแจ้งเลิกหอการค้า
ข้อ ๔๐ เมื่อนายทะเบียนได้รับทราบคำสั่งของรัฐมนตรีที่ให้เลิกหอการค้าหรือได้รับการแจ้งเลิกหอการค้าตามข้อ ๓๘ และ ๓๙ ให้นายทะเบียนทำการเพิกถอนใบอนุญาตและขีดชื่อหอการค้าที่เลิกกันนั้นออกจากทะเบียน กับให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำเนาคำสั่งหรือคู่ฉบับแบบแจ้งเลิกหอการค้าไปยังสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า เพื่อทำการออกประกาศสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้าส่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๔๑ การชำระบัญชีของหอการค้าที่ได้มีการเลิก ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแต่ละหอการค้านั้น หรือเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๔๖ และ ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙
ข้อ ๔๒ เมื่อหอการค้าได้เลิกกันแล้ว ให้ผู้ชำระบัญชีจัดทำรายงานการชำระบัญชียื่นต่อนายทะเบียนทุกระยะ ๓ เดือน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่ จนกว่าจะเสร็จการชำระบัญชี
ข้อ ๔๓ เมื่อการชำระบัญชีของหอการค้าได้เสร็จสิ้นลงก็ให้ผู้ชำระบัญชีแจ้งต่อนายทะเบียน และให้ถือว่าหอการค้านั้นได้ดำเนินการชำระบัญชีจนเสร็จสิ้นแล้ว
ข้อ ๔๔ ในการรายงานการชำระบัญชีและการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีของหอการค้า ให้ผู้ชำระบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อในแบบรายงานการชำระบัญชีหรือแบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชีแล้วแต่กรณี
หมวด ๑๑
การอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียน
ข้อ ๔๕ การแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ตั้งหอการค้าหรือไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของหอการค้า ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลของการสั่งให้ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนทราบ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
ในการอุทธรณ์คำสั่งตามความในวรรคแรก ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอจดทะเบียนจะยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อรัฐมนตรี หรือนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้และให้ถือว่าวันที่ยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี
ข้อ ๔๖ การแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ หรือไม่รับจดทะเบียนผู้ใดเป็นกรรมการของหอการค้าหรือไม่รับการแจ้งเลิกหรือการแจ้งเสร็จการชำระบัญชีของหอการค้า ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือโดยระบุเหตุผลของการสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนและกรรมการผู้ที่ถูกปฏิเสธการรับจดทะเบียน หรือผู้ชำระบัญชีทราบ พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าผู้ขอจดทะเบียนหรือกรรมการดังกล่าว หรือผู้ชำระบัญชีมีสิทธิอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งต่อนายทะเบียนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว
ข้อ ๔๗ การแจ้งคำสั่งของนายทะเบียนตามข้อ ๔๕ และ ๔๖ ให้กระทำภายใน ๗ วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง และให้กระทำโดยวิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
(๒) ในกรณีที่คู่กรณีหรือผู้รับมอบอำนาจจากคู่กรณีประสงค์จะมารับหนังสือแจ้งคำสั่งด้วยตนเอง ก็ให้คู่กรณีหรือผู้รับมอบอำนาจนั้นลงลายมือชื่อโดยระบุวันที่รับหนังสือแจ้งคำสั่งไว้เป็นหลักฐานด้วย และให้ถือว่าได้รับทราบคำสั่งนั้นแล้ว
(๓) แจ้งโดยวิธีอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙
ข้อ ๔๘ คำอุทธรณ์หรือข้อโต้แย้งจะต้องทำเป็นหนังสือ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงให้ชัดเจน
ข้อ ๔๙ เมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำอุทธรณ์หรือโต้แย้งแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) กรณีเป็นการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีตามข้อ ๔๕ ให้นายทะเบียนพิจารณาสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเห็นเสนอตามลำดับชั้น จนถึงรัฐมนตรีผู้มีอำนาจวินิจฉัย หรือดำเนินการตามที่รัฐมนตรีจะพิจารณาเห็นสมควร
(๒) กรณีเป็นการอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนตามข้อ ๔๖ ให้นายทะเบียนเป็นผู้พิจารณาหากเห็นด้วยกับอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ก็ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ได้วินิจฉัยไปแล้วได้ ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ กรณีอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนอื่นนอกจากนายทะเบียนหอการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ให้นายทะเบียนดังกล่าวสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พร้อมความเห็นเสนอต่อนายทะเบียนกลางหอการค้าเป็นผู้วินิจฉัย แต่หากเป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนหอการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ก็ให้นายทะเบียนสรุปข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายพร้อมด้วยความเห็นเสนอปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้วินิจฉัย
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
อรจิต สิงคาลวณิช
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทะเบียนกลางหอการค้า
รายละเอียดคำขออนุญาต คำขอจดทะเบียน แบบการแจ้งและเอกสารประกอบตามประเภท
ของการขออนุญาต การขอจดทะเบียนหรือการแจ้งแนบท้าย ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียน
หอการค้า ว่าด้วยการจดทะเบียนหอการค้า พ.ศ. ๒๕๔๗
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบพิมพ์ที่นายทะเบียนกำหนดรูปแบบแนบท้าย
ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้า
ว่าด้วยการจดทะเบียนหอการค้า พ.ศ. ๒๕๔๗
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
คำขออนุญาตจัดตั้งหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
คำขอให้ออกใบแทนใบอนุญาตหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
คำขอตรวจหรือคัดเอกสาร/ขอให้คัดและรับรองสำเนาเอกสาร
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
คำขอจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
คำขอจดทะเบียนตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบรับรองประวัติ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
รายชื่อกรรมการของหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ทะเบียนสมาชิกหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบแจ้งเลิกหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
รายงานการชำระบัญชี
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
แบบแจ้งเสร็จการชำระบัญชีหอการค้า
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
หนังสือมอบอำนาจ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
มยุรี/พิมพ์
๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๗
ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๗
A+B