ประกาศคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการในการคำนวณยอดเงินฝากถัวเฉลี่ย
และประเภทเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๕ (๑) และ (๔) มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑ ประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝากโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จึงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการคำนวณยอดเงินฝากถัวเฉลี่ย และรายละเอียดประเภทเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการในการคำนวณยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยและประเภทเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนคุ้มครองเงินฝากตามมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑
“สถาบันการเงิน” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
“เงินฝาก” หมายความว่า เงินที่สถาบันการเงินรับฝากจากประชาชนหรือบุคคลใดโดยมีความผูกพันที่จะต้องจ่ายคืนแก่ผู้ฝากเงิน
ข้อ ๔ เงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง ได้แก่ เงินฝากสกุลเงินบาทภายในประเทศ ดังต่อไปนี้
(๑) บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน
(๒) บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ สะสมทรัพย์ เผื่อเรียก หรือบัญชีเงินฝากในทำนองเดียวกันที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม
(๓) บัญชีเงินฝากจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลา
(๔) บัตรเงินฝาก
(๕) ใบรับฝากเงิน
(๖) บัญชีเงินฝากที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ที่สถาบันการเงินรับฝากจากประชาชน หรือบุคคลใดโดยมีความผูกพันที่จะต้องจ่ายคืนแก่ผู้ฝาก
ทั้งนี้ ไม่รวมเงินฝากในบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และเงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน
ข้อ ๕ ให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้
(๑) ให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนคุ้มครองเงินฝาก
(๒) ให้สถาบันการเงินนำส่งเงินเข้ากองทุนปีละสองครั้ง โดยแบ่งเป็นงวดที่ ๑ เดือนมกราคมถึงมิถุนายน และงวดที่ ๒ เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ทั้งนี้ สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินดังกล่าวให้ครบถ้วนภายในวันทำการสุดท้ายของแต่ละงวด
ในกรณีสถาบันการเงินใดเลิกประกอบกิจการหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินก่อนวันทำการสุดท้ายของแต่ละงวด ให้ถือเอาวันทำการสุดท้ายก่อนเลิกประกอบกิจการหรือก่อนถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นวันสุดท้ายที่จะต้องนำส่งเงินให้ครบถ้วนตามวรรคแรก
(๓) เงินนำส่งให้คำนวณจากยอดเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองถัวเฉลี่ยจากยอดเงินฝาก ณ วันสิ้นเดือนของรอบระยะเวลา ๖ เดือนก่อนหน้างวดที่ต้องนำส่ง โดยเงินนำส่งงวดที่ ๑ เดือนมกราคมถึงมิถุนายนคำนวณจากเงินฝากถัวเฉลี่ย ณ วันสิ้นเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมของปีก่อนหน้าและงวดที่ ๒ เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมคำนวณจากเงินฝากถัวเฉลี่ย ณ วันสิ้นเดือนมกราคมถึงมิถุนายนของปีนั้น
(๔) ให้สถาบันการเงินจัดทำแบบรายงานแสดงการคำนวณและแจ้งการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบตัวอย่างแนบท้ายประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑
มานิต วิทยาเต็ม
ประธานกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตั้งแต่ ๑๑ สิงหาคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
๒. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก งวดที่ ๑ เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน ๒๕๕๒
๓. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก งวดที่ ๒ เดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม ๒๕๕๒
๔. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตั้งแต่ ๑๑ สิงหาคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
๕. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก งวดที่ ๑ เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน ๒๕๕๒
๖. ตัวอย่างแบบรายงานแสดงการคำนวณเงินนำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก งวดที่ ๒ เดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม ๒๕๕๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒