พระราชกฤษฎีกา
กำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๗๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๒”
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้กำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองในช่วงสี่ปีแรกของการบังคับใช้พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. ๒๕๕๑ เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดในมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) ปีที่หนึ่ง เต็มตามจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชีเงินฝาก
(๒) ปีที่สอง เต็มตามจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชีเงินฝาก
(๓) ปีที่สาม เต็มตามจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชีเงินฝาก
(๔) ปีที่สี่ ไม่เกินจำนวนเงินห้าสิบล้านบาท
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงินของโลกกำลังประสบปัญหา ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศและป้องกันมิให้ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินของประเทศ สมควรเพิ่มจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองในปีที่สองและปีที่สามเต็มตามจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชีเงินฝากของผู้ฝากเงิน และในปีที่สี่เป็นจำนวนเงินไม่เกินห้าสิบล้านบาท จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒