ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ประสบภัย
เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ
หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม
พ.ศ. ๒๕๔๔
-----------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๓ แห่งพระราช
บัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการ
ปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ กระทรวงการคลังจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการ
ปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๔"
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบว่าด้วยการรักษาพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยการ
สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติหน้าที่
มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๒๓
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง หรือข้อตกลงอื่นใดในส่วนที่มี
กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
"ผู้ประสบภัย" หมายความว่า ผู้ถูกประทุษร้ายหรือได้รับอันตรายหรือป่วยเจ็บ
เพราะเหตุผู้นั้นได้กระทำการช่วยเหลือราชการ หรือปฏิบัติงานของชาติตามที่ได้รับมอบหมายจาก
ทางราชการหรือปฏิบัติการตามหน้าที่ช่วยเหลือบุคคลอื่นตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด หรือปฏิบัติ
การตามหน้าที่มนุษยธรรมซึ่งพลเมืองดีพึงปฏิบัติในเมื่อการปฏิบัติการนั้นไม่ขัดกับคำสั่งโดยชอบ
ของเจ้าพนักงาน เว้นแต่การถูกประทุษร้ายหรือการได้รับอันตราย หรือการป่วยเจ็บเกิดขึ้นจากความ
ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือจากความผิดของตนเอง
"ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล" หมายความว่า เงินที่สถานพยาบาล
เรียกเก็บในการรักษาพยาบาล ดังนี้
(๑) ค่ายา ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือกหรือสารทดแทน ค่าน้ำยาหรือ
อาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่น ๆ ทำนองเดียวกันที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค
(๒) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค รวมทั้งค่าซ่อมแซม
(๓) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค แต่ไม่รวมถึงค่าจ้าง
ผู้พยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมพิเศษ และค่าบริการอื่นทำนองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทน
พิเศษ
(๔) ค่าห้องและค่าอาหารตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล
"สถานพยาบาล" หมายความว่า สถานพยาบาลของทางราชการและสถาน
พยาบาลของเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการ
"นายอำเภอ" หมายความรวมถึงปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
"บุคคลในครอบครัว" หมายความว่า
(๑) บุตร
(๒) คู่สมรส
(๓) บิดาหรือมารดา
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
ข้อ ๕ ผู้ประสบภัยซึ่งเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกหรือ
ผู้ป่วยภายในมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามบทบัญญัติแห่งกฏหมายว่าด้วย
เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการโดยอนุโลม
ในกรณีที่ผู้ประสบภัยผู้ใด ได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจาก
หน่วยงานอื่นของรัฐหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
สำหรับผู้นั้นจากหน่วยงานอื่นของรัฐแล้ว ผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
ตามระเบียบนี้ เว้นแต่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ำกว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลที่มีสิทธิได้รับตามระเบียบนี้ ก็ให้มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่
ข้อ ๖ การขอรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้ยื่นแบบตามที่กำหนด
ท้ายระเบียบนี้ โดยยื่นต่อผู้อำนวยการเขต สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครหรือนายอำเภอ สำหรับ
ในเขตจังหวัดอื่น ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๖.๑ หลักฐานหรือคำสั่งในการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ
หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม
๖.๒ หนังสือรับรองของสถานพยาบาลซึ่งได้ตรวจและให้ความเห็นว่าการ
บาดเจ็บ หรือป่วยเจ็บนั้นมีลักษณะอย่างไร ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างไร
๖.๓ หลักฐานการรับเงินของสถานพยาบาล ตามแบบที่กำหนดไว้ใน
กฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการ
๖.๔ รายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงตามข้อ ๙ และรายงานการสอบสวน
ของพนักงานสอบสวน (ถ้ามี)
๖.๕ หลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี)
ข้อ ๗ กรณีผู้ประสบภัยไม่อาจลงลายมือชื่อในคำขอรับด้วยตนเองได้ให้ปฏิบัติ
ดังนี้
๗.๑ กรณีผู้ประสบภัยมีสติสัมปชัญญะดีแต่ไม่อาจลงลายมือชื่อในคำขอ
รับได้ให้ผู้ประสบภัยพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งให้พยานสองคนลงลายมือชื่อ
รับรองในคำขอรับ และให้บุคคลในครอบครัว ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี เป็นผู้ยื่นคำขอรับ
แทนผู้ประสบภัยได้โดยแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๖ และหลักฐานเกี่ยวกับผู้ยืนคำขอตามที่
กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการขอรับเงิน การพิจารณา และการขยายระยะเวลา
ในการขอรับเงินสงเคราะห์เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติ
ตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยอนุโลม
๗.๒. กรณีผู้ประสบภัยไม่รู้สึกตัวหรือไม่มีสติสัมปชัญญะ และไม่อาจ
ลงลายมือชื่อในคำขอรับได้ หรือมีสติสัมปชัญญะดีแต่ไม่อาจพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงชื่อตามข้อ
๗.๑ ได้ ให้บุคคลในครอบครัว ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณีเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอรับ
และยื่นคำขอรับดังกล่าวแทนผู้ประสบภัยได้ โดยแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๖ และหลักฐาน
เพิ่มเติม ดังนี้
๗.๒.๑ หนังสือรับรองของแพทย์ผู้ทำการรักษาระบุว่าผู้ประสบภัย
ไม่รู้สึกตัว หรือไม่มีสติสัมปชัญญะเพียงพอที่จะพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยตนเองได้
๗.๒.๒ หลักฐานเกี่ยวกับผู้ยื่นคำขอตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ
กระทรางการคลังว่าด้วยการขอรับเงิน การพิจารณา และการขยายระยะเวลาในการขอรับเงิน
สงเคราะห์ เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่
มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยอนุโลม
๗.๓ กรณีตามข้อ ๗.๒ หากไม่มีบุคคลตามที่กำหนดไว้ที่จะลงลายมือชื่อ
ในคำขอรับให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอแล้วแต่กรณี ที่จะพิจารณาให้
บุคคลใดตามที่เห็นสมควรเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอรับแทนผู้ประสบภัยได้ โดยแนบหลักฐานที่
เกี่ยวข้องตามข้อ ๖ และหลักฐานที่ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ มอบหมายให้บุคคลนั้นเป็น
ผู้ลงลายมือชื่อในคำขอรับแทนผู้ประสบภัย
ข้อ ๘ กรณีผู้ประสบภัยถึงแก่ความตายก่อนยื่นคำขอรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ
รักษาพยาบาลให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นผู้ลงลายมือ
ชื่อในคำขอรับ พร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๖ และหลักฐานที่เพิ่มเติมดังนี้
๘.๑ สำเนามรณบัตร
๘.๒ สำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก กรณีผู้จัดการมรดกเป็นผู้ขอรับ
๘.๓ หลักฐานเกี่ยวกับทายาท กรณีทายาทของผู้ประสบภัยเป็นผู้ขอรับ
ให้ยื่นหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการขอรับเงินการพิจารณา และ
การขยายเวลาในการขอรับเงินสงเคราะห์เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานชองชาติ
หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยอนุโลม
ข้อ ๙ เมื่อผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอตามข้อ ๖ ได้รับคำขอรับค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลแล้วให้สอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับให้เสนอ
คำขอรับพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้ว
แต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลบางประเภท ไม่อาจ
เบิกได้ตามระเบียบ ถ้าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่ามีเหตุผลความ
จำเป็นที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ ก็ให้เสนอคณะกรรมการเพื่ออนุมัติจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้
ตามสมควรแต่ไม่เกินรายละห้าหมื่นบาท ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ่ายเกินกว่าจำนวน
ดังกล่าวให้คณะกรรมการเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๑๑ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด อนุมัติให้จ่าย
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามข้อ ๙ หรือคณะกรรมการมีมติอนุมัติหรือกระทรวงการ
คลังอนุมัติให้จ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามข้อ ๑๐ ให้ถือว่าคำสั่งอนุมัติหรือมติ
ดังกล่าวเป็นหลักฐานในการเบิกจ่าย
ให้กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุโดยที่ทำการปกครอง
จังหวัดวางฎีกาเบิกเงินงบกลาง รายการเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญจากกรมบัญชีกลางหรือ
สำนักงานคลังจังหวัด แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๒ การรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
๑๒.๑ กรณีผู้ประสบภัยรับด้วยตนเอง ให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวข้าราชการต่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน
๑๒.๒ กรณีผู้ประสบภัยไม่สามารถมารับด้วยตนเองได้ ให้มอบฉันทะให้
บุคคลอื่นมารับแทนตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้และให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตร
ประจำตัวข้าราชการของผู้มอบฉันทะและของผู้รับมอบฉันทะต่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน
๑๒.๓ กรณีผู้ประสบภัยไม่รู้สึกตัว หรือไม่มีสติสัมปชัญญะ หรือไม่
สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงชื่อตามข้อ ๗.๒ ให้บุคคลในครอบครัว ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์
ผู้ลงลายมือชื่อขอรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เป็นผู้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลแทนผู้ประสบภัย และให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวข้าราชการของ
ผู้รับต่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน
๑๒.๔ กรณีผู้ประสบภัยไม่รู้สึกตัว หรือไม่มีสติสัมปชัญญะหรือไม่
สามารถพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงชื่อได้ และไม่มีบุคคลตามที่กำหนดไว้ลงลายมือชื่อในคำขอรับ
ตามข้อ ๑๐ ให้บุคคลที่ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอพิจารณาให้ลงลายมือชื่อในคำขอรับเป็น
ผู้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลแทนผู้ประสบภัยและให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือ
บัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับต่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน
๑๒.๕ กรณีผู้ประสบภัยตาย ให้ผู้จัดการมรดกหรือทายาทผู้ลงลายมือ
ชื่อในคำขอรับเป็นผู้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และให้แสดงบัตรประจำตัวประชาชน
หรือบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับต่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงิน
ข้อ ๑๓ ให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลของข้าราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ข้อ ๑๔ ผู้มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชบัญญัติ
สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตาม
หน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งได้เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในของสถาน
พยาบาลอยู่ก่อนวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ และสถานพยาบาลนั้นเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ
การรักษาพยาบาลคาบเกี่ยวกับวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ ให้ได้รับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษา
พยาบาลตามระเบียบนี้
ข้อ ๑๕ ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔
วราเทพ รัตนากร
รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
[รก. ๒๕๔๔/พ๑๒๙ง/๖/๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๔]
พรพิมล/พิมพ์/แก้ไข
๔ มิ.ย ๒๕๔๕ A