ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการขอรับเงิน การพิจารณา และการขยายระยะเวลา
ในการขอรับเงินสงเคราะห์เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ
การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม
พ.ศ. ๒๕๔๓
------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๓ แห่งพระราช
บัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติ
ตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ กระทรวงการคลังจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการขอรับเงินการพิจารณา และการขยายระยะเวลาในการขอรับเงินสงเคราะห์เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การ
ปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓"
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบว่าด้วย การพิจารณาคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ผู้ประสบ
ภัย เนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม และ
การขยายระยะเวลา พ.ศ. ๒๕๑๕
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี คำสั่ง หรือ ข้อตกลงอื่นใดในส่วน
ที่มีกำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้
หมวด ๑
บททั่วไป
------
ข้อ ๕ ในระเบียบนี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
"เลขานุการ" หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
(อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
"เงินสงเคราะห์" หมายความว่า เงินชดเชย และเงินดำรงชีพ
"เงินชดเชย" หมายความว่า เงินสงเคราะห์ที่จ่ายเป็นเงินก้อนให้แก่ผู้ประสบภัย
หรือทายาท
"เงินดำรงชีพ" หมายความว่า เงินสงเคราะห์ที่จ่ายเป็นรายเดือนให้แก่ผู้ประสบภัย
"นายอำเภอ" หมายความรวมถึงปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
"ทายาท" หมายความว่า
(๑) บุตร และให้หมายความรวมถึงบุตรซึ่งได้มีคำพิพากษาของศาลว่าเป็นบุตร
ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ซึ่งได้มีการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรก่อนหรือภายในหนึ่งปีนับแต่วัน
ที่บิดาตาย หรือนับแต่วันที่ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของบิดา
(๒) สามี หรือภรรยา และ
(๓) บิดา มารดา หรือบิดาหรือมารดา
"พิการทุพพลภาพขนาดหนัก" หมายความว่า ลักษณะความพิการทุพพลภาพตามที่
กำหนดในกฎกระทรวง
หมวด ๒
การยื่นคำขอรับ
-----------
ข้อ ๖ การขอรับเงินสงเคราะห์ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้โดยให้ยื่น
ต่อผู้อำนวยการเขต สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หรือนายอำเภอสำหรับในเขตจังหวัดอื่น
ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ
ข้อ ๗ ให้ผู้ยื่นคำขอรับเงินสงเคราะห์ออกใบรับ ตามแบบที่คณะกรรมการ
กำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับเป็นหลักฐาน ถ้าคำขอรับนั้นขาดหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดที่ผู้ขอรับ
จะต้องนำมายื่นเพิ่มเติม ให้บันทึกไว้และให้ผู้ขอรับลงชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๘ การขอรับเงินสงเคราะห์ให้ยื่นแบบคำขอรับพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องดังนี้
๘.๑ หลักฐาน หรือคำสั่งในการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ
หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม
๘.๒ รายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงตามข้อ ๑๑
๘.๓ รายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หรือคำพิพากษาของศาล (ถ้ามี)
๘.๔ หลักฐานการสอบสวนพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(ถ้ามี)
๘.๕ ใบรับรองแพทย์ที่ทางราชการรับรอง ซึ่งตรวจและให้ความเห็นว่าผู้นั้น
สูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บ
จนไม่สามารถใช้กำลังกายหรือความคิดประกอบอาชีพได้ตามปกติ หรือพิการทุพพลภาพขนาดหนัก
ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ประสบภัยถึงแก่ความตาย ให้ทายาทผู้ประสบภัยยื่นแบบคำขอ
รับพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ ๘.๑ ถึงข้อ ๘.๔ พร้อมทั้งแนบหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้
๙.๑ หลักฐานเกี่ยวกับการตาย
๙.๑.๑ สำเนามรณบัตร
๙.๑.๒ สำเนาคำสั่งศาล สำหรับผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
๙.๒ หลักฐานเกี่ยวกับทายาท
๙.๒.๑ หลักฐานเกี่ยวกับบิดามารดา ได้แก่
๙.๒.๑.๑ สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดา
๙.๒.๑.๒ สำเนามรณบัตร กรณีไม่มีสำเนามรณบัตรให้ใช้หนังสือรับ
รองการตายของบุคคลที่ควรเชื่อถือได้ (เช่น พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง)
๙.๒.๑.๓ หลักฐานการเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายได้แก่
(๑) สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรส
ของบิดามารดา หรือสำเนาทะเบียนฐานะของภรรยา (มารดาของผู้ตาย) หรือ
(๒) หนังสือรับรองของบุคคลผู้ควรเชื่อถือได้ ที่รับ
รองว่า บิดามารดาสมรสก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๗๘ หรือ
๙.๒.๒ หลักฐานเกี่ยวกับคู่สมรส ได้แก่
๙.๒.๒.๑ สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรส
๙.๒.๒.๒ สำเนาทะเบียนบ้าน
๙.๒.๒.๓ สำเนามรณบัตร กรณีไม่มีสำเนามรณบัตรให้ใช้หนังสือ
รับรองการตายของบุคคลที่ควรเชื่อถือได้
๙.๒.๒.๔ สำเนาทะเบียนการหย่า หรือใบสำคัญการหย่า หรือคำสั่ง
ศาลกรณีที่มีการหย่า
๙.๒.๓ หลักฐานเกี่ยวกับบุตร ได้แก่
๙.๒.๓.๑ สำเนาทะเบียนบ้าน
๙.๒.๓.๒ สำเนาทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรสของ
ผู้ตายกับมารดาของบุตร หรือสำเนาทะเบียนการรับรองบุตร หรือสำเนาคำพิพากษาของศาลว่าเป็น
บุตร
๙.๒.๓.๓ บันทึกรับรองการมีบุตรชอบด้วยกฎหมายในครรภ์
มารดา (ถ้ามี)
๙.๒.๓.๔ สำเนามรณบัตร กรณีไม่มีสำเนามรณบัตรให้ใช้หนังสือ
รับรองการตายของผู้ที่ควรเชื่อถือได้
๙.๒.๓.๕ สำเนาทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม กรณีที่มีบุตร
บุญธรรม
๙.๓ หลักฐานแสดงการเป็นผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือผู้พิทักษ์ หรือผู้
อนุบาลแล้วแต่กรณี ซึ่งลงชื่อให้ความยินยอมในการขอรับ หรือขอรับเงินสงเคราะห์แทนผู้มีสิทธิได้แก่
สำเนาทะเบียนการรับรองบุตร สำเนาทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม หรือสำเนาคำสั่งศาลตั้งผู้ปกครอง
ผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๐ ถ้าผู้ขอรับมิได้รับแจ้งผลการพิจารณาในเวลาอันควร (ไม่เกิน ๙๐ วัน)
ให้สอบถามไปยังเลขานุการพร้อมส่งสำเนาหรือภาพถ่ายใบรับคำขอรับที่เจ้าหน้าที่ออกให้ไว้ไปด้วย
เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
หมวด ๓
การพิจารณา และการขยายระยะเวลา
---------
ข้อ ๑๑ เมื่อผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอตามข้อ ๙ ได้รับคำขอรับเงิน
สงเคราะห์แล้วให้สอบสวนข้อเท็จจริง และช่วยเหลือในการให้ได้มาซึ่งหลักฐานประกอบคำร้อง แล้ว
ให้เสนอคำขอรับพร้อมหลักฐานไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่
กรณี ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอรับถ้ามีความจำเป็นก็ให้ขอขยายเวลาต่อผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหากเห็นสมควรก็ให้สั่งขยายได้ไม่เกิน ๑๕ วัน
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ ขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
สอบสวนข้อเท็จจริง หรือขอให้ส่งหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาให้ส่วนราชการนั้นถือเป็น
หน้าที่ที่จะต้องดำเนินการให้โดยเร็ว
ข้อ ๑๓ เมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณา
คำขอรับเงินสงเคราะห์และหลักฐานต่าง ๆ เห็นว่าถูกต้องแล้วให้ส่งคำขอรับพร้อมหลักฐาน
ไปยังเลขานุการถ้าเห็นว่าสมควรสอบสวนข้อเท็จจริงหรือเห็นควรขอหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้ดำเนินการ
ได้แต่ต้องส่งคำขอรับพร้อมหลักฐานไปยังเลขานุการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับแจ้ง
จากเลขานุการขอให้สอบสวนข้อเท็จจริง หรือให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา ให้ผู้ได้
รับแจ้งดังกล่าว ดำเนินการให้เสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ข้อ ๑๕ เมื่อเลขานุการ ได้รับคำขอรับเงินสงเคราะห์พร้อมด้วยหลักฐานและ
พิจารณาแล้วเห็นว่าถูกต้อง และอยู่ในข่ายที่จะพิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ได้ตามกฎหมาย ให้
ดำเนินการเสนอคณะกรรมการภายในกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันได้รับคำขอรับหรือหลักฐานเพิ่มเติม
ข้อ ๑๖ เมื่อคณะกรรมการ มีมติกำหนดอัตราการจ่ายเงินสงเคราะห์แล้วให้
เลขานุการแจ้งให้กระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินสงเคราะห์ตามมติของคณะกรรมการภายใน ๑๕ วันนับ
แต่วันที่คณะกรรมการมีมติดังกล่าว
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีความจำเป็น ประธานกรรมการหรือกรรมการที่ประธาน
กรรมการมอบหมาย อาจพิจารณาขยายระยะเวลาได้ตามที่เห็นสมควร แต่เมื่อรวมกับการขยายระยะ
เวลาตามข้อ ๑๑ และข้อ ๑๔ แล้ว ต้องไม่เกิน ๖๐ วัน
ประกาศ ณ วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
[รก.๒๕๔๔/พ๓๕ง/๑/๑๑ เมษายน ๒๕๔๔]
อัมพิกา/แก้ไข
๒๗/๑๑/๔๔