หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและอัตราในการจ่ายเงินสงเคราะห์และกำหนดลักษณะของความพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพ พ.ศ. 2544

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและอัตราในการจ่ายเงินสงเคราะห์และกำหนดลักษณะของความพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพ พ.ศ. 2544 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและอัตราในการจ่ายเงินสงเคราะห์

และกำหนดลักษณะของความพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่ง

ในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพ

พ.ศ. ๒๕๔๔

-------------

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคสอง มาตรา ๑๗ และมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ

หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎ

กระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

                        ข้อ ๑  ในการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัย ให้คำนวณดังนี้

                        (๑) เสียชีวิตหรือทุพพลภาพขนาดหนัก

                               ตามข้อ ๒ (๑) ถึง (๗)                       ได้ ๓๐ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๒) แขนขาดข้างหนึ่ง                  ได้ ๒๔ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๓) ขาขาดข้างหนึ่ง                                 ได้ ๒๒ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๔) มือขาดข้างหนึ่ง                                ได้ ๑๘ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๕) เท้าขาดข้างหนึ่ง                               ได้ ๑๕ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๖) เท้าขาดสองข้าง                                ได้ ๒๔ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๗) สูญเสียลูกตาข้างหนึ่ง                       ได้ ๑๑ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๘) สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละ

                               เก้าสิบขึ้นไป หรือเสียความสามารถในการ

                              มองเห็นตั้งแต่ ๓/๖๐ หรือมากกว่าของ

                               ตาข้างหนึ่งหรือสูญเสียความสามารถในการ

                               ใช้สายตาสองข้างร่วมกัน

                               (binocular vision)              ได้ ๑๐ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๙) หูหนวกทั้งสองข้าง                ได้ ๙ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๐) หูหนวกข้างหนึ่ง                 ได้ ๔  เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๑๑) นิ้วหัวแม่มือขาดนิ้วหนึ่ง       ได้ ๔ เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๑๒) นิ้วชี้ขาดนิ้วหนึ่ง                 ได้ ๓  เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๑๓) นิ้วกลางขาดนิ้วหนึ่ง                        ได้ ๓ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๔) นิ้วนางขาดนิ้วหนึ่ง              ได้ ๒  เท่าครึ่งของอัตราเงินเดือน

                        (๑๕) นิ้วก้อยขาดนิ้วหนึ่ง             ได้ ๑ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๖) นิ้วหัวแม่เท้าขาดนิ้วหนึ่ง      ได้ ๓ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๗) นิ้วเท้าอื่นขาดนิ้วหนึ่ง                      ได้ ๑ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๘) สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือ

                                   ความสามารถสืบพันธุ์      ได้ ๒๕ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        (๑๙) สูญเสียอวัยวะอื่นใดนอกจาก (๒) ถึง (๑๘) ให้แพทย์ที่ทางราชการรับรอง

เป็นผู้วินิจฉัยการสูญเสียและเปรียบเทียบว่ามีผลเทียบเท่ากับการสูญเสียอวัยวะส่วนใดตาม (๒) ถึง

(๑๘)

                        เพื่อประโยชน์ในการคำนวณ คำว่า "อัตราเงินเดือน" ให้หมายความถึง อัตรา

เงินเดือนระดับ ๓ ขั้นต้นของบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนที่ใช้อยู่ขณะประสบภัย

                        ผู้ประสบภัยผู้ใดสูญเสียอวัยวะหลายส่วนตามที่ระบุไว้ใน (๒) ถึง (๑๙) ให้

คำนวณเงินชดเชยทุกส่วน แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๓๐ เท่าของอัตราเงินเดือน

                        ข้อ ๒  ลักษณะของความพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่ง

ในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพ มีลักษณะดังต่อไปนี้

                        (๑) ประสบภัยอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ศีรษะและหรือกระดูกสันหลัง เป็นเหตุให้

มือหรือแขนทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งกับแขนข้างหนึ่ง เท้าหรือขาทั้งสองข้าง เท้าข้างหนึ่งกับขาอีกข้าง

หนึ่ง มือหรือแขนข้างหนึ่งกับเท้าหรือขาอีกข้างหนึ่ง สูญเสียสมรรถภาพในการทำงานโดยสิ้นเชิง

                        (๒) สูญเสียลูกตาทั้งสองข้าง หรือสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละ

เก้าสิบขึ้นไปหรือเสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ ๓/๖๐ หรือมากกว่าของตาทั้งสองข้าง หรือ

สูญเสียลูกตาข้างหนึ่งกับสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป หรือเสียความ

สามารถในการมองเห็นตั้งแต่ ๓/๖๐ หรือมากกว่าของตาอีกข้างหนึ่ง

                        (๓) แขนขาดข้างหนึ่งกับมือขาดอีกข้างหนึ่ง

                        (๔) ขาขาดสองข้าง หรือขาขาดข้างหนึ่งกับเท้าขาดอีกข้างหนึ่ง

                        (๕) เท้าหรือขาขาดข้างหนึ่งกับมือหรือแขนขาดอีกข้างหนึ่ง

                        (๖) ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ศีรษะอันเป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติของ

ความรู้สึกตัวและหรือจิตฟั่นเฟือน เป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้และไม่สามารถรักษาให้หาย

ได้หรือวิกลจริต

                        (๗) ความพิการทุพพลภาพที่มีลักษณะนอกเหนือจาก (๑) ถึง (๖) ให้แพทย์ที่

ทางราชการรับรองเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้ประสบภัยรายใดมีความพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็น

อุปสรรคสำคัญยิ่งในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพ

                        ในกรณีที่ผู้ประสบภัยต้องพิการทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่ง

ในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพตามวรรคหนึ่ง นอกจากจะได้รับเงินชดเชยตามข้อ ๑  แล้ว

ให้ได้รับเงินดำรงชีพในอัตราร้อยละห้าสิบต่อเดือนของอัตราเงินเดือนด้วย

                        ข้อ ๓  เพื่อประกอบการพิจารณาลักษณะของการสูญเสียอวัยวะ

                        (๑) แขนขาด หมายความว่า ขาดตั้งแต่ข้อศอกขึ้นมา

                        (๒) ขาขาด หมายความว่า ขาดตั้งแต่หัวเข่าขึ้นมา

                        (๓) มือขาด หมายความว่า ขาดตั้งแต่ข้อมือขึ้นมา

                        (๔) เท้าขาด หมายความว่า ขาดตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นมา

                        (๕) นิ้วขาด หมายความว่า ขาดเกินหนึ่งข้อขึ้นไปสำหรับนิ้วหัวแม่มือและนิ้ว

หัวแม่เท้าและขาดเกินสองข้อขึ้นไปสำหรับนิ้วอื่น ๆ

                        (๖) นิ้วขาดหนึ่งข้อ หมายความว่า ขาดตั้งแต่ปลายนิ้วแต่ไม่เกินระดับข้อปลาย

นิ้ว

                        (๗) นิ้วขาดสองข้อ หมายความว่า ขาดเกินหนึ่งข้อขึ้นไปแต่ไม่เกินสองข้อ

                        (๘) สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละเก้าสิบขึ้นไป หรือเสียความสามารถในการมองเห็นตั้งแต่ ๓/๖๐ หรือมากกว่า หมายความว่า ไม่สามารถมองเห็นอักษรบน

แผ่นป้ายวัดสายตามาตรฐานได้ในระยะห่างจากป้ายสามเมตร ในขณะที่คนตาปกติสามารถ

มองเห็นได้ในระยะห่างจากป้ายหกสิบเมตร

                        (๙) สูญเสียความสามารถในการใช้สายตาสองข้างร่วมกัน (binocular vision)

หมายความว่าเมื่อใช้ตาข้างที่ไม่ปกติร่วมกับตาอีกข้างหนึ่งแล้วไม่สามารถมองเห็นได้อย่างคนปกติ

และถือว่าเป็นการสูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นของตาข้างที่ไม่ปกตินั้น

                        การสูญเสียอวัยวะส่วนใด หรือการที่อวัยวะส่วนใดสูญเสียสมรรถภาพในการ

ทำงานโดยสิ้นเชิงซึ่งไม่สามารถจะรักษาให้หายเป็นปกติได้ ให้ถือว่าอวัยวะส่วนนั้นขาดด้วย

                        ข้อ ๔  กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓

เป็นต้นไป

 

                                                            ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

                                                                           วราเทพ  รัตนากร

                                                            รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน

                                                                   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๘ วรรคสอง มาตรา ๑๗

และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การ

ปฏิบัติงานของชาติ หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญญัติให้มีการกำหนด

หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและอัตราในการจ่ายเงินสงเคราะห์รวมทั้งกำหนดลักษณะของความพิการ

ทุพพลภาพขนาดหนักจนเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งในการประกอบอาชีพหรือในการดำรงชีพไว้ใน

กฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก. ๒๕๔๔/๑๑๙ก/๑๑/๒๙ ธันวาคม ๒๕๔๔]

 

                                                                                                พรพิมล/พิมพ์/แก้ไข

                                                                                                ๑๖ พ.ค ๒๕๔๕

                                                                                                            A+B