ข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า
ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๓
โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้เกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการพัฒนาประชาธิปไตย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ (๕) และมาตรา ๙ (๔) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑ สภาสถาบันพระปกเกล้าในการประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๓ จึงมีมติให้ออกบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๓”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบรัฐสภา ว่าด้วยการบริหารการศึกษาสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๓๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมทุกฉบับ
ข้อ ๔ ให้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ารักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ระเบียบนั้นเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวิชาการแล้วให้ใช้บังคับได้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการวิชาการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด
คณะกรรมการวิชาการ
ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการวิชาการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง เลขาธิการเป็นรองประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นซึ่งมีคุณวุฒิทางวิชาการอีกมีจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคน แต่ไม่เกินยี่สิบห้าคน ซึ่งสภาสถาบันมีมติแต่งตั้ง
ข้อ ๖ ประธานกรรมการและกรรมการวิชาการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการวิชาการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) สภาสถาบันมีมติให้ถอดถอน
(๔) สมัครเข้าเป็นนักศึกษาของสถาบันในหลักสูตรที่ให้ประกาศนียบัตร
(๕) ขาดประชุมสามครั้งติดกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ในกรณีที่ประธานกรรมการ หรือกรรมการวิชาการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้มีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว หรือในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้น ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่
ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการวิชาการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการวิชาการขึ้นใหม่
ข้อ ๗ คณะกรรมการวิชาการมีอำนาจหน้าที่กลั่นกรองและกำกับดูแลหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง และหลักสูตรอื่นที่สภาสถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้อนุมัติประกาศนียบัตร เพื่อเสนอสภาสถาบันต่อไป
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวาระหนึ่ง คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ได้ตามสมควร
การบริหารการศึกษา
ข้อ ๘ หลักสูตรการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้าประกอบด้วย
(๑) หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง
(๒) หลักสูตรอื่นที่สภาสถาบันประกาศกำหนด
ข้อ ๙ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ การจัดการศึกษาในหลักสูตรใดจะเป็นระบบการศึกษารูปแบบใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบของหลักสูตรนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการเทียบโอนการศึกษาในระบบต่างๆ ให้เป็นไปตามประกาศของสถาบัน
ข้อ ๑๐ นอกจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้แล้วจุดมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหาของหลักสูตร วิธีการศึกษา ระยะเวลาการศึกษา การวัดและประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบของหลักสูตรแต่ละหลักสูตร
ข้อ ๑๑ คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา จำนวนผู้ศึกษา วิธีการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาจริยธรรมของผู้ศึกษาให้เป็นไปตามประกาศของสถาบัน
ข้อ ๑๒ การประกันคุณภาพการศึกษาในแต่ละหลักสูตรจะต้องได้มาตรฐานสากลและสอดคล้องกับระบบการศึกษาตามข้อ ๗ โดยจะต้องคำนึงถึงคุณภาพประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการศึกษาเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยให้เกิดสันติสุขสถาพรเป็นสำคัญ
ข้อ ๑๓ นอกจากการพ้นสภาพผู้ศึกษาตามที่กำหนดในแต่ละหลักสูตรแล้ว ผู้ศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันพ้นสภาพผู้ศึกษาเมื่อ
(๑) สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
(๒) ตาย
(๓) ลาออก
(๔) ประพฤติตนเสื่อมเสีย อันอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อชื่อเสียงสถาบัน
(๕) เข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวรวมระยะเวลาน้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตร
(๖) คณะกรรมการวิชาการโดยความเห็นชอบของสภาสถาบันมีมติให้พ้นจากสภาพผู้ศึกษา
(๗) มีกรณีอื่นตามที่สภาสถาบันกำหนด
คุณวุฒิ ศักดิ์ และสิทธิ์
ข้อ ๑๔ ประกาศนียบัตรมีสองประเภท คือ
(๑) ประกาศนียบัตรชั้นสูง
(๒) ประกาศนียบัตรอื่นตามที่สภาสถาบันประกาศกำหนด
ข้อ ๑๕ ประกาศนียบัตรชั้นสูงจะประสาทให้แก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง
ข้อ ๑๖ ประกาศนียบัตรอื่นจะประสาทให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่สภาสถาบันกำหนดโดยการเสนอของคณะกรรมการวิชาการ
ข้อ ๑๗ ประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ และประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์อื่นอาจประสาทให้แก่บุคคลซึ่งสภาสถาบันเห็นว่าทรงคุณวุฒิสมควรแก่ประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์หรือประกาศนียบัตรกิตติมศักดิ์อื่นนั้น และได้บำเพ็ญประโยชน์แก่การพัฒนาประชาธิปไตย หรืองานของสถาบันตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภาสถาบันกำหนดโดยการเสนอของคณะกรรมการวิชาการ
ข้อ ๒๐ ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง และผู้ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงกิตติมศักดิ์ มีสิทธิดังนี้
(๑) ใช้คำย่อตามที่สภาสถาบันประกาศกำหนดต่อท้ายชื่อได้
(๒)[๔] (ยกเลิก)
ข้อ ๒๑ ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรอื่นตามข้อ ๑๔ (๒) มีสิทธิ ดังนี้
(๑) ใช้คำย่อตามที่สภาสถาบันประกาศกำหนดต่อท้ายชื่อได้
(๒)[๕] (ยกเลิก)
ข้อ ๒๒ สภาสถาบันอาจออกประกาศกำหนดเครื่องแบบ เครื่องแต่งกายอื่นของผู้ศึกษาในหลักสูตรและของผู้สำเร็จการศึกษาได้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๓ ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบหรือประกาศตามข้อบังคับนี้ ให้ใช้ระเบียบประกาศหรือธรรมเนียมปฏิบัติอื่นที่มีอยู่ในวันใช้บังคับนี้ไปก่อนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ จนกว่าจะมีระเบียบหรือประกาศตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๒๔ ศักดิ์และสิทธิ์ตามหมวด ๓ ให้ใช้บังคับกับผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูงก่อนที่ข้อบังคับนี้จะใช้บังคับด้วย
ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า
ข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔[๖]
ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ
๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๕๒ ง/หน้า ๔๑/๘ มิถุนายน ๒๕๔๔
[๒] ข้อ ๑๘ ยกเลิกโดยข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๓] ข้อ ๑๙ ยกเลิกโดยข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๔] ข้อ ๒๐ (๒) ยกเลิกโดยข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๕] ข้อ ๒๑ (๒) ยกเลิกโดยข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๔
[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนพิเศษ ๕๒ ง/หน้า ๔๗/๘ มิถุนายน ๒๕๔๔