หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ พ.ศ. 2549

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
2545
ระเบียบ:
ข้อบังคับ:

กำลังแสดง: ข้อบังคับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ พ.ศ. 2549 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

ว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

พ.ศ. ๒๕๔๙

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ไว้ ดังนี้

 

หมวด ๑

บททั่วไป

                       

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ พ.ศ. ๒๕๔๙

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ในข้อบังคับนี้

สถาบัน หมายความว่า สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

สถาบันพัฒนา หมายความว่า สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

ผู้อำนวยการ หมายความว่า ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

คณะกรรมการบริหาร หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

กรรมการ หมายความว่า กรรมการบริหารสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

 

ข้อ ๔  ให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจจัดทำระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือแนวทางปฏิบัติเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมติหรือข้อบังคับอื่นๆ ของคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

 

หมวด ๒

สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

                       

 

ข้อ ๕  ให้จัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ เรียกโดยย่อว่า สคม. ชื่อภาษาอังกฤษว่า Institute for Development of Human Research Protection ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า IHRP เป็นส่วนงานหนึ่งของสถาบัน

 

ข้อ ๖  สถาบันพัฒนามีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(๑) พัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์

(๒) พัฒนาข้อเสนอนโยบายด้านการวิจัยในมนุษย์

(๓) พัฒนามาตรฐาน หลักเกณฑ์ และแนวทางการวิจัยในมนุษย์

(๔) กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

(๕) เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

(๖) ทบทวน พิจารณาให้การรับรองและเสนอแนะโครงการวิจัยในมนุษย์ในลักษณะพหุสถาบัน หรือ การวิจัยในมนุษย์ที่ต้องการการทบทวน พิจารณา และรับรองในระดับชาติ

(๗) บริหารกองทุนตามข้อบังคับนี้

(๘) กระทำการอื่นตามที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขกำหนดหรือมอบหมาย

 

ข้อ ๗  ให้สถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ มีผู้อำ นวยการคนหนึ่งซึ่งคณะกรรมการบริหารแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการวิจัยระบบสาธารณสุข

 

ข้อ ๘  ให้ผู้อำนวยการมีวาระในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน หากมีเหตุผลความจำเป็นต้องให้ดำรงตำแหน่งเกินกว่าสองวาระต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

 

ข้อ ๙  ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) บริหารกิจการของสถาบันพัฒนาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบ และมติคณะกรรมการบริหาร

(๒) บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างในสังกัดสถาบันพัฒนาทุกตำแหน่ง

(๓) วางระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบันพัฒนา โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับ ระเบียบ มติคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือมติคณะกรรมการบริหาร

(๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการบริหารหรือผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขมอบหมาย

 

หมวด ๓

คณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

                       

 

ข้อ ๑๐  ให้มีคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ซึ่งคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขแต่งตั้งคณะหนึ่งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน ประกอบด้วย

(๑) กรรมการผู้แทนส่วนราชการจำนวนไม่เกินสี่คน ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หน่วยงานละหนึ่งคน

(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะกรรมการบริหารสรรหาคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ด้านการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

(๓) กรรมการผู้แทนสภากาชาดไทย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติองค์กรละหนึ่งคน และนักวิจัยซึ่งคณะกรรมการบริหารสรรหาคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน

(๔) กรรมการผู้แทนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจำนวนหนึ่งคนและผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยจำนวนหนึ่งคน

ให้คณะกรรมการบริหารเลือกกรรมการจาก (๒) หรือ (๓) คนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหาร

 

ข้อ ๑๑  ให้คณะกรรมการบริหาร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) บริหารกิจการของสถาบันพัฒนาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และตามนโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบ และมติของคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

(๒) พิจารณาแผนหลักและแผนการดำเนินงานของสถาบันพัฒนา

(๓) กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการบริหารเงินกองทุน และพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนสำหรับกิจกรรมต่างๆ

(๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขมอบหมาย

 

ข้อ ๑๒  ให้ประธานและกรรมการตามข้อ ๑๐ (๒) และ (๓) อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่รวมแล้วไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขแต่งตั้งกรรมการเพิ่มในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการบริหารซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าคณะกรรมการบริหารซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

 

ข้อ ๑๓  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๑๒ ให้กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

 

ข้อ ๑๔  การประชุมของคณะกรรมการบริหารต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

 

ข้อ ๑๕  คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการวิชาการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมายได้

 

ข้อ ๑๖  ให้คณะกรรมการบริหาร ได้รับเบี้ยประชุมและประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขกำหนด

 

ข้อ ๑๗  ให้นำความในข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๖ มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการวิชาการโดยอนุโลม

 

หมวด ๔

บัญชีการเงินเพื่อการพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

                       

 

ข้อ ๑๘  ให้มีบัญชีในสถาบันพัฒนา เรียกว่า บัญชีการเงินเพื่อการพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ เพื่อเป็นบัญชีการเงิน ควบคุมการหมุนเวียนและใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานของสถาบันพัฒนารายได้ของสถาบันพัฒนา ประกอบด้วย

(๑) เงินอุดหนุนจากสถาบันจัดสรรให้

(๒) เงินอุดหนุนจากองค์กรให้ทุนภายในประเทศ

(๓) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศ

(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้สมทบกองทุน

(๕) ดอกผลหรือรายได้ของกองทุนรวมทั้งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นๆ ที่เกิดจากการดำเนินงาน

 

ข้อ ๑๙  รายได้ของสถาบันพัฒนา ให้ลงบัญชีใน บัญชีการเงินเพื่อการพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์

 

ข้อ ๒๐  ระบบการบัญชี งบดุล บัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุน ให้เป็นไปตามที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขกำหนด

 

ข้อ ๒๑  ให้สถาบันพัฒนาจัดทำ รายงานประจำ ปีเสนอคณะกรรมการบริหาร และเสนอคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเพื่อทราบ

 

หมวด ๕

การติดตามและประเมินผล

                       

 

ข้อ ๒๒  คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขมีอำนาจติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำ เนินกิจการของสถาบันพัฒนา และเพื่อการนี้คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขอาจแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาและรับรองคุณภาพการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์ตามที่เห็นสมควร

 

หมวด ๖

บทเฉพาะกาล

                       

 

ข้อ ๒๓  ในวาระแรกกรรมการบริหารตามข้อ ๑๐(๒) และ (๓) และผู้อำนวยการให้ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อให้คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขแต่งตั้งและเห็นชอบ

 

ข้อ ๒๔  ให้ประธานกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ ข้อ ๖ (๖)ในวาระแรก

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พินิจ จารุสมบัติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ประธานกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๕๗/๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๐