กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อ
หรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๑๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
การเปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๑ การขออนุญาตเปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้กระทำได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันและผู้รับใบอนุญาต และชื่อที่จะเปลี่ยนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(๒) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือพระบรมวงศานุวงศ์ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นชื่อของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(๓) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่เป็นราชทินนามของตน ของผู้บุพการีหรือของผู้สืบสันดาน และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นชื่อของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(๔) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับชื่อสกุลหรือชื่ออื่นใดที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ เว้นแต่จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นชื่อของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(๕) ไม่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับชื่อของสถาบันอุดมศึกษาอื่น หรือหน่วยงานของรัฐ
(๖) ไม่เป็นชื่อที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดว่ารัฐบาล หน่วยงานของรัฐของไทยหรือของต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศเป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินการ
(๗) ไม่มีลักษณะเป็นการโฆษณาที่เกินจริง
(๘) ไม่ขัดต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ
(๙) ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ ๒ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ประสงค์จะเปลี่ยนชื่อ ให้อธิการบดียื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามแบบ รกอ. ๐๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตรวจสอบคำขอหากปรากฏว่าคำขอไม่สมบูรณ์หรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน ให้ส่งคืนผู้ยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ข้อ ๔ ในกรณีคำขอถูกต้องและมีเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอคณะกรรมการพิจารณา
ข้อ ๕ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า การขอเปลี่ยนชื่อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๑ ให้คณะกรรมการแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการปรับปรุงให้เหมาะสมหากผู้ยื่นคำขอไม่ปรับปรุงตามคำแนะนำภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะขออนุญาตเปลี่ยนชื่อต่อไป
ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าการขอเปลี่ยนชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๑ ให้คณะกรรมการให้คำแนะนำรัฐมนตรีอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้นได้
ในกรณีที่การขอเปลี่ยนชื่อซึ่งผู้ยื่นคำขอได้ปรับปรุงตามคำแนะนำของคณะกรรมการแล้วไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการให้คำแนะนำรัฐมนตรีไม่อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อ
ข้อ ๖ ใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้เป็นไปตามแบบ รกอ. ๐๘ ท้ายกฎกระทรวงนี้ และให้มีผลบังคับใช้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
การเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๗ การเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จะเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันหรือวิทยาลัย หรือจากสถาบันเป็นมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย หรือจากวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันก็ได้ และการเปลี่ยนเป็นประเภทใดจะต้องมีลักษณะสอดคล้องกับประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดลักษณะของมหาวิทยาลัย สถาบัน และวิทยาลัยของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๘ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่จะขอเปลี่ยนประเภทต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) เปิดดำเนินการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา และมีผู้สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งรุ่น
(๒) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น ได้ดำเนินการตามข้อกำหนดถูกต้องและครบถ้วนทุกประการแล้ว
(๓) ที่ดินของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะต้องมีลักษณะและเนื้อที่เป็นไปตามกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำหนดลักษณะและเนื้อที่ที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(๔) ในกรณีที่การเปลี่ยนประเภทจากวิทยาลัยเป็นสถาบันหรือมหาวิทยาลัย หรือจากสถาบันเป็นมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น จะต้องมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับได้ตามหลักวิชาการด้านการวิจัยในสาขาที่เปิดสอน อย่างน้อยสาขาวิชาละสามเรื่อง
(๕) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ขอเปลี่ยนประเภท จะต้องได้รับการรับรองวิทยฐานะแล้ว
(๖) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ขอเปลี่ยนประเภท จะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานคุณภาพกลุ่มสถาบันตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในระดับสถาบันอุดมศึกษาและระดับกลุ่มสาขาวิชาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
(๗) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ขอเปลี่ยนประเภท จะต้องมีความพร้อมและมีศักยภาพตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา มาตรฐานการอุดมศึกษา และเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้องที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยมีหลักฐานยืนยันว่าสามารถดำเนินการด้านกายภาพ ด้านวิชาการและด้านการเงินได้
(๘) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะต้องกำหนดว่า จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาอยู่ในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาใดตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาที่กำหนดจะต้องสอดคล้องกับลักษณะของสถาบันอุดมศึกษา
ข้อ ๙ การยื่นคำขอเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสถาบันและผู้รับใบอนุญาต โดยให้อธิการบดียื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพร้อมเอกสารหรือหลักฐานตามแบบ รกอ. ๐๙ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตรวจสอบคำขอหากปรากฏว่าคำขอไม่สมบูรณ์หรือเอกสารหรือหลักฐานไม่ครบถ้วน ให้ส่งคืนผู้ยื่นคำขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ข้อ ๑๑ ในกรณีคำขอถูกต้องและมีเอกสารหรือหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอคณะกรรมการพิจารณา
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า การขอเปลี่ยนประเภทไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้คณะกรรมการแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการปรับปรุงให้เหมาะสม หากผู้ยื่นคำขอไม่ปรับปรุงตามคำแนะนำภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะขออนุญาตเปลี่ยนประเภทต่อไป
ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าการขอเปลี่ยนประเภทเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้คณะกรรมการให้คำแนะนำรัฐมนตรีอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้นได้
ในกรณีที่การขอเปลี่ยนประเภทซึ่งผู้ยื่นคำขอได้ปรับปรุงตามคำแนะนำของคณะกรรมการแล้วไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการให้คำแนะนำรัฐมนตรีไม่อนุญาตให้เปลี่ยนประเภท
ข้อ ๑๓ ใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้เป็นไปตามแบบ รกอ. ๑๐ ท้ายกฎกระทรวงนี้ และให้มีผลบังคับใช้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ใบแทนใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนสูญหายหรือถูกทำลายหรือลบเลือนในสาระสำคัญ ให้อธิการบดียื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทตามแบบ รกอ. ๑๑ หรือ รกอ. ๑๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ใบแทนใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภท ให้ใช้แบบใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหรือใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภท มีข้อความว่า “ใบแทน” ด้วยหมึกสีแดงไว้ที่ด้านหน้าตรงมุมบนด้านขวา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอรับใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๐๗)
๒. ใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๐๘)
๓. คำขอรับใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๐๙)
๔. ใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๑๐)
๕. คำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้เปลี่ยนชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๑๑)
๖. คำขอรับใบแทนใบอนุญาตให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (รกอ. ๑๒)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้การเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒