หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
คำสั่ง:
กฎกระทรวง:
กฎ:

กำลังแสดง: กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต

ให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

พ.ศ. ๒๕๔๙[๑]

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ยื่นคำขอตามแบบ รกอ. ๐๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)  โครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดตามมาตรา ๑๑

(๒)  ผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามข้อ ๒

(๓)  ข้อกำหนดของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามมาตรา ๑๑

(๔)  เอกสารแสดงการเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะใช้เป็นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือหลักฐานแสดงให้เห็นว่า เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้ หรือสามารถโอนสิทธิตามสัญญาเช่าที่ดินจากส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้ตามมาตรา ๑๒

(๕)  เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน

(๖)  สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอรับใบอนุญาต

(๗)  รูปถ่ายของผู้ขอรับใบอนุญาตหรือผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลตาม (๑๑) ครึ่งตัวหน้าตรง ไม่สวมหมวก ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวนสามรูป

(๘)  สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนของนิติบุคคล

(๙)  หนังสือรับรองจากนายทะเบียนนิติบุคคลเกี่ยวกับ

(ก)  ชื่อนิติบุคคล

(ข)  รายชื่อกรรมการ

(ค)  อำนาจของกรรมการ

(ง)  จำนวนทุนที่เรียกชำระแล้วหรือทรัพย์สินของมูลนิธิในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมูลนิธิ

(จ)  ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

(ฉ)  สำเนารายงานการประชุมตั้งนิติบุคคลหรือสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นของนิติบุคคล

(๑๐)  สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิหรือสำเนาข้อบังคับของนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาต

(๑๑)  หนังสือแสดงว่าเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทนนิติบุคคลผู้ขอรับใบอนุญาต

(๑๒)  รายชื่อบุคคลซึ่งประสงค์จะแนะนำให้รัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๘ (๑) และ (๓) รวมทั้งประวัติย่อ สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน จำนวนคนละสามรูป

เอกสารหลักฐานตาม (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ใช้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลและถ้าได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อความเป็นอย่างอื่นเมื่อใดก็ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย

 

ข้อ ๒  ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑)  จำนวนของผู้ที่จะมีโอกาสเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาของจังหวัด กลุ่มจังหวัดและประเทศ

(๒)  สาขาวิชาที่จะเปิดสอนที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศ

(๓)  ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่จะจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบคมนาคม และระบบสื่อสาร

 

ข้อ ๓  ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ให้ใช้แบบ รกอ. ๐๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

 

ข้อ ๔  ภายในระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการและรายงานผลตามโครงการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามข้อ ๑ (๑) และ (๒) และต้องแสดงหลักฐานต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาว่าได้เริ่มดำเนินการตามโครงการนั้นแล้ว

 

 

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

จาตุรนต์ ฉายแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


[เอกสารแนบท้าย]

 

๑.  คำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (แบบ รกอ. ๐๑)

๒.  ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (แบบ รกอ. ๐๒)

 

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้บัญญัติให้การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นันทนา/ผู้จัดทำ

  กันยายน  ๒๕๔๙

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๘๓ ก/หน้า ๔/๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๙