หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

พระราชบัญญัติสถานสินเชื่อท้องถิ่น พ.ศ. 2518

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:

พระราชบัญญัติ

สถานสินเชื่อท้องถิ่น

พ.ศ. ๒๕๑๘

                  

 

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘

เป็นปีที่ ๓๐ ในรัชกาลปัจจุบัน

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

 

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสถานสินเชื่อท้องถิ่น

 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

 

มาตรา ๑  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติสถานสินเชื่อท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๑๘

 

มาตรา ๒[๑]  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  ในพระราชบัญญัตินี้

สถานสินเชื่อท้องถิ่น  หมายความว่า สถานสินเชื่อท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการสินเชื่อท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้

การสินเชื่อท้องถิ่น  หมายความว่า การให้สินเชื่อระยะสั้นด้วยวิธีการรับจำนำสิ่งของ หรือตราสาร หรือด้วยการให้เงินล่วงหน้าโดยมีหลักประกันเป็นเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัด หรือเงินรายได้อย่างอื่นที่มีลักษณะประจำ

เจ้าพนักงานการสินเชื่อท้องถิ่น  หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสินเชื่อท้องถิ่นที่รัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

รัฐมนตรี  หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา ๔  สถานสินเชื่อท้องถิ่น จะจัดตั้งขึ้นได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี

ผู้ขออนุญาตจัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่นจะต้องเป็นหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งหรือหลายแห่งรวมกัน ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น

การขออนุญาตจัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่น และการอนุญาตให้จัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

การอนุญาตให้จัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่น ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๕  การอนุญาตให้จัดตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้ใช้ได้ตลอดไปเว้นแต่สถานสินเชื่อท้องถิ่นนั้นถูกสั่งเลิกตามมาตรา ๒๔

 

มาตรา ๖  ห้ามมิให้บุคคลใดนอกจากสถานสินเชื่อท้องถิ่นใช้ชื่อหรือคำแสดงชื่อในธุรกิจว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่น หรือคำอื่นใดที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน

 

มาตรา ๗  ในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตจะต้องจัดให้มีเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่า กองทุนสินเชื่อท้องถิ่น เพื่อเป็นทุนให้จ่ายโดยเฉพาะสำหรับการนี้

กองทุนสินเชื่อท้องถิ่นได้แก่

(๑)  เงินที่หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นจัดสรรให้เป็นทุนประเดิมในขณะเริ่มดำเนินการหรือจัดสรรเพิ่มเติมเป็นคราวๆ

(๒)  เงินกู้ที่หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นกู้มาเพื่อดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น

(๓)  เงินรายได้ที่เกิดจากการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น

(๔)  เงินรายได้อื่น เช่น เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือเงินที่มีผู้อุทิศให้แก่หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อกิจการสินเชื่อท้องถิ่น

 

มาตรา ๘  เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)  ซื้อหรือขายตราสารในการดำเนินการสินเชื่อท้องถิ่น

(๒)  กู้ยืมเงินโดยทำสัญญากู้ยืมเงินตามจำนวน และเงื่อนไขตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(๓)  ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามจำนวนและเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด

 

มาตรา ๙  เว้นแต่ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กิจการของสถานสินเชื่อท้องถิ่นในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการโรงรับจำนำ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ แต่ข้อจำกัดจำนวนโรงรับจำนำในเขตท้องที่หนึ่งๆ ตามที่คณะกรรมการควบคุมโรงรับจำนำกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำไม่ให้ใช้บังคับแก่การขอตั้งสถานสินเชื่อท้องถิ่น

ให้เจ้าพนักงานการสินเชื่อท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้เป็นเจ้าพนักงานตรวจโรงรับจำนำ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำสำหรับกิจการของสถานสินเชื่อท้องถิ่น ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการโรงรับจำนำ

 

มาตรา ๑๐  การให้สินเชื่อระยะสั้นของสถานสินเชื่อท้องถิ่นด้วยการรับจำนำตราสาร หรือการให้เงินล่วงหน้าโดยมีหลักประกันเป็นเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัด หรือเงินรายได้อย่างอื่นที่มีลักษณะประจำ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และจำนวนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

เงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่นที่มีลักษณะประจำที่สถานสินเชื่อท้องถิ่นอาจรับเป็นหลักประกันได้ จะต้องเป็นเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่น ที่จ่ายโดยกระทรวงทบวงกรมองค์การของรัฐและหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๑๑  เมื่อการให้สินเชื่อของสถานสินเชื่อท้องถิ่นเป็นไปตามมาตรา ๑๐ และไม่ปรากฏว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแล้ว สถานสินเชื่อท้องถิ่นมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่นซึ่งได้นำมาเป็นหลักประกันการให้สินเชื่อนั้น และเมื่อสถานสินเชื่อท้องถิ่นร้องขอให้หน่วยงานซึ่งจะต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับสินเชื่อชำระหนี้นั้นให้สถานสินเชื่อท้องถิ่น ในทันทีที่หนี้ถึงกำหนดชำระ

 

มาตรา ๑๒  ในกรณีที่สถานสินเชื่อท้องถิ่นฟ้องเรียกให้ผู้ได้รับสินเชื่อชำระหนี้เพราะการให้สินเชื่อตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สิทธิเรียกร้องของผู้ได้รับสินเชื่อในเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัดหรือเงินรายได้อย่างอื่น ซึ่งได้นำมาเป็นหลักประกันการให้สินเชื่อ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี มีจำนวนเท่ากับอัตราเงินเดือนขั้นต่ำสุดของข้าราชการพลเรือน แต่ศาลจะกำหนดจำนวนเงินให้สูงกว่านั้นก็ได้ เมื่อได้คำนึงถึงฐานะทางครอบครัว จำนวนบุพการี และผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของผู้ได้รับสินเชื่อ

 

มาตรา ๑๓  หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นต้องจัดให้มีข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น ซึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑)  สถานที่ตั้งของสถานสินเชื่อท้องถิ่น

(๒)  ชื่อของสถานสินเชื่อท้องถิ่น

(๓)  รายได้และรายจ่ายของกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น

(๔)  อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสถานสินเชื่อท้องถิ่น

(๕)  อำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการสถานสินเชื่อท้องถิ่น

(๖)  รายการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๑๔  สำนักงานของสถานสินเชื่อท้องถิ่นต้องตั้งอยู่ในเขตท้องที่ของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นหลายแห่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นร่วมกัน สำนักงานของสถานสินเชื่อท้องถิ่นจะตั้งอยู่ในเขตท้องที่ของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตใดก็ได้

 

มาตรา ๑๕  สถานสินเชื่อท้องถิ่นอาจเปิดสาขาได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก่อน และในการอนุญาต รัฐมนตรีจะอนุญาตโดยมีเงื่อนไขก็ได้

การขอเปิดสาขา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา ๑๖  สถานสินเชื่อท้องถิ่นต้องจัดให้มีคณะกรรมการบริหาร เพื่อรับผิดชอบในการบริหารกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นและในการดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่น

คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย หัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการอื่นมีจำนวนหกคน เก้าคน หรือสิบสองคน แล้วแต่จะกำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น

ในกรณีที่หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นหลายแห่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นร่วมกัน ให้หัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนในกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นมากที่สุดเป็นประธานกรรมการ ถ้ามีส่วนในกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นเท่ากัน ให้หัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่มีประชากรมากที่สุดในเขตเป็นประธานกรรมการ

กรรมการบริหารของสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่สำนักงานสถานสินเชื่อท้องถิ่นตั้งอยู่เป็นผู้แต่งตั้งตามคำแนะนำของสภาท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

จำนวนหนึ่งในสามของคณะกรรมการบริหาร ให้สภาท้องถิ่นคัดเลือกจากบรรดาสมาชิกสภาท้องถิ่น

จำนวนอีกหนึ่งในสาม ให้สภาท้องถิ่นคัดเลือกจากบุคคลซึ่งเป็นผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบการดำเนินกิจการสาธารณกุศลในเขตท้องที่ของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต

จำนวนอีกหนึ่งในสาม ให้สภาท้องถิ่นคัดเลือกจากบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตท้องที่ของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต

 

มาตรา ๑๗  กรรมการบริหารของสถานสินเชื่อท้องถิ่นต้องออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสามของทุกๆ ปี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น

กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกได้

 

มาตรา ๑๘  กรรมการบริหารไม่ได้รับเงินเดือนหรือเงินโบนัส แต่อาจได้รับค่าเบี้ยประชุมกรรมการตามสมควรเท่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น

 

มาตรา ๑๙  การประชุมของคณะกรรมการบริหารต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสถานสินเชื่อท้องถิ่น ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นแต่กรณีที่ข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นจะได้กำหนดเสียงข้างมากไว้เป็นพิเศษ

 

มาตรา ๒๐  ให้สถานสินเชื่อท้องถิ่นมีผู้จัดการคนหนึ่งซึ่งคณะกรรมการบริหารแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น

 

มาตรา ๒๑  ผู้จัดการสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนสินเชื่อท้องถิ่นและอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการบริหาร

 

มาตรา ๒๒  นอกจากที่ได้บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั่วไปสำหรับการดำเนินกิจการ การเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น การใช้จ่ายเงินกองทุนสินเชื่อท้องถิ่น การดำรงทุนสำรอง การทำบัญชี การสอบบัญชี การควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่น ตลอดจนการชำระบัญชีเมื่อสถานสินเชื่อท้องถิ่นเลิกกิจการ และสำหรับการอื่นๆ ตามความจำเป็น

การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำเป็นกฎกระทรวง

 

มาตรา ๒๓  เมื่อปรากฏว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นหยุดทำการหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีฐานะไม่มั่นคง ปลัดกระทรวงการคลังมีอำนาจสั่งควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้

เมื่อปลัดกระทรวงการคลังได้สั่งควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่นแล้ว ให้ปลัดกระทรวงการคลังแจ้งคำสั่งนั้นไปยังกระทรวงมหาดไทยและให้เจ้าหน้าที่การสินเชื่อท้องถิ่นแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือให้แก่สถานสินเชื่อท้องถิ่นทราบ

การควบคุมจะกระทำโดยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมการสินเชื่อท้องถิ่นคนหนึ่งหรือหลายคนเข้าดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นเสียเองแทนหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาตหรือจะเข้าตรวจตราดูแลให้หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาต ดำเนินกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้ถูกต้องเรียบร้อยก็ได้

การควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่นจะกระทำโดยกำหนดระยะเวลาควบคุมหรือไม่ก็ได้ และเมื่อเข้าควบคุมแล้ว จะเลิกการควบคุมเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ แล้วแต่ปลัดกระทรวงการคลังจะเห็นสมควร

 

มาตรา ๒๔  ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่า สถานสินเชื่อท้องถิ่นไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ ก็ให้สั่งเลิกสถานสินเชื่อท้องถิ่นนั้นเสีย และให้มีการชำระบัญชีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การสั่งเลิกสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา ๒๕  เจ้าพนักงานตรวจสถานสินเชื่อท้องถิ่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีอำนาจสั่งให้ผู้จัดการ พนักงานหรือลูกจ้างของสถานสินเชื่อท้องถิ่นให้ถ้อยคำ หรือแสดงสมุดบัญชี เอกสารและหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับกิจการและสินทรัพย์ของสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้ และให้มีอำนาจเข้าตรวจกิจการและสินทรัพย์ของสถานสินเชื่อท้องถิ่นในระหว่างเวลาทำงานปกติ

 

มาตรา ๒๖  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๒๗  ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจสถานสินเชื่อท้องถิ่นที่สั่งตามมาตรา ๒๕ หรือขัดขวางมิให้เจ้าหน้าที่ตรวจสถานสินเชื่อท้องถิ่นเข้าตรวจกิจการและสินทรัพย์ของสถานสินเชื่อท้องถิ่นตามมาตรา ๒๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๒๘  ผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในกิจการสถานสินเชื่อท้องถิ่นผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๒ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา ๒๙  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานการสินเชื่อท้องถิ่น เจ้าพนักงานงานตรวจสถานสินเชื่อท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานสินเชื่อท้องถิ่น และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สัญญา ธรรมศักดิ์

นายกรัฐมนตรี


หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันนี้ ผู้ยากจนเป็นจำนวนมากต้องเดือดร้อนเพราะหาแหล่งเงินกู้ในยามที่ตนมีความต้องการไม่ได้ กิจการโรงรับจำนำตามกฎหมายโรงรับจำนำก็ยังไม่มีขอบเขตกว้างขวางพอเพียง จึงสมควรจัดให้มีการสินเชื่อท้องถิ่นขึ้น ซึ่งนอกจากจะให้สินเชื่อโดยการรับจำนำสิ่งของแล้วการสินเชื่อท้องถิ่นยังอาจให้สินเชื่อด้วยการใช้สิทธิเรียกร้องในเงินเดือนและเงินบำเหน็จบำนาญของผู้จำนำเป็นประกันได้ การสินเชื่อท้องถิ่นจะดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ด้วยการจัดตั้งเป็นสถานสินเชื่อท้องถิ่นมีสภาพเป็นนิติบุคคล และอยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยดังนั้นจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

 

ปรียนันท์/แก้ไข

๒๒   /    /  ๔๕

A+B (C)

 

นิลวรรณ/ปาจรีย์

จัดทำ

๑๖ พ.ค. ๔๖

 

สัญชัย/ปรับปรุง

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๓๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๔/๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘