กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
พ.ศ. ๒๕๓๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“เงินของกองทุน” หมายความว่า เงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสม เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบ เงินที่มีผู้อุทิศให้ และดอกผลนิตินัยของทรัพย์สินของกองทุน
“ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร
“บริษัทเงินทุน” หมายความว่า บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
“บริษัทจดทะเบียน” หมายความว่า บริษัทจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และให้หมายความรวมถึงสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม
“หน่วยลงทุน”[๒] หมายความว่า ส่วนของทรัพย์สินของโครงการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่แบ่งออกเป็นหน่วย แต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากัน
“บริษัทหลักทรัพย์”[๓] หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
“รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น”[๔] หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติหรือประกาศของคณะปฏิวัติ
“ตราสารแสดงสิทธิในหนี้”[๕] หมายความว่า พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ รวมทั้งตราสารอื่นๆ ที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
“บริษัทประกันชีวิต”[๖] หมายความว่า บริษัทประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต
ข้อ ๒[๗] ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องเป็นบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารหรือบริษัทประกันชีวิต
ข้อ ๓[๘] การจัดการเงินของกองทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะนำเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปซื้อหุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของผู้จัดการกองทุนนั้นมิได้
(๒) กองทุนต้องลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
(ก) เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือบัตรเงินฝากที่ธนาคารเป็นผู้ออก
(ข) พันธบัตรของรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(ค) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นเป็นผู้ออก
(ง) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
(จ) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้รับรองรับอาวัล หรือสลักหลังโดยไม่มีกองทุนนั้นเองเป็นผู้สลักหลังในลำดับก่อนมาแล้ว
(ฉ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ธนาคารเป็นผู้ออก
(ช) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณนอกจากตราสารตาม (ค) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก
(ซ) ตราสารแสดงสิทธิในหน่วยลงทุน หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน
(ฌ) หุ้น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น
(ญ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในระดับตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(ฎ) บัตรเงินฝากที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก
(ฏ) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นผู้รับรอง รับอาวัล หรือสลักหลังโดยไม่มีกองทุนนั้นเองเป็นผู้สลักหลังในลำดับก่อนมาแล้ว
(ฐ) ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้ออก
(ฑ) สินทรัพย์อื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๓) การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์ตาม (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) หรือ (ญ) ไม่ว่าอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างของกองทุน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของเงินของกองทุน แต่การลงทุนในสินทรัพย์ตาม (ญ) ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินของกองทุน
การลงทุนในสินทรัพย์ตาม (๒) (ข) หรือ (ค) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้ต้องลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราที่ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาก็ได้
(๔) กองทุนอาจลงทุนในสินทรัพย์ตาม (๒) (ฌ) ที่ออกโดยบริษัทใดก็ได้แต่ถ้าจะลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันในบริษัทนั้น ต้องไม่เกินร้อยละห้าของเงินของกองทุน และเมื่อรวมกันแล้วทุกบริษัทต้องไม่เกินร้อยละยี่สิบห้าของเงินของกองทุน
(๕) การกำหนดสินทรัพย์ตาม (๒) (ฑ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาจกำหนดให้กองทุนถือปฏิบัติตาม (๓) วรรคหนึ่ง หรือ (๔) ด้วยก็ได้
(๖) กองทุนอาจให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนกู้ยืมเงินในส่วนที่เป็นเงินสะสมและผลประโยชน์ไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองหรือใช้ในการศึกษาอบรมของตนเองและครอบครัว ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
ข้อ ๔[๙] การตีราคาหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อ ๓ ให้ถือราคาทุนรวมทั้งค่านายหน้าที่จ่ายไปเพื่อให้ได้หลักทรัพย์นั้นมา
ข้อ ๕[๑๐] การซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน นอกจากหลักทรัพย์จดทะเบียนตามข้อ ๓ (๒) (ข) และ (ค) ให้กระทำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ข้อ ๖ ในกรณีที่ข้อบังคับของกองทุนมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นการจัดการทรัพย์สินของกองทุนนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ดังต่อไปนี้ ผู้จัดการกองทุนจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกองทุน
(๑) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก จำนอง ปลดจำนอง ให้แก่ผู้จำนอง หรือโอนสิทธิจำนองอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
(๒) ก่อตั้งหรือระงับทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่น
(๓) จำหน่ายหรือทำข้อผูกพันที่จะให้จำหน่ายไปซึ่งสิทธิเรียกร้อง ที่มุ่งจะก่อตั้งหรือโอนไปซึ่งทรัพยสิทธิในที่ดิน หรือที่จะให้ที่ดินปลอดจากทรัพยสิทธิดังกล่าว
(๔) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี หรือให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์
(๕) ขายหรือแลกเปลี่ยนสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียนแสดงกรรมสิทธิ์หรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์
ข้อ ๗ เมื่อปรากฏว่าการจัดการกองทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในส่วนที่เกี่ยวกับอัตราส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ ๓ ในขณะใด ให้ผู้จัดการกองทุนจัดการแก้ไขให้เป็นไปตามอัตราส่วนดังกล่าวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ไม่เป็นไปตามนั้น
ข้อ ๘ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายในการจัดการกองทุนไว้ ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าตอบแทนผู้จัดการกองทุน ปีละไม่เกินร้อยละสิบของผลประโยชน์ที่กองทุนได้รับจากการลงทุนตามข้อ ๓
(๒) ค่าธรรมเนียม และค่าอากรแสตมป์
(๓) ค่าใช้จ่ายในการจัดการทรัพย์สินตามข้อ ๖ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของกองทุน
ข้อ ๙[๑๑] (ยกเลิก)
ข้อ ๑๐[๑๒] (ยกเลิก)
ข้อ ๑๑[๑๓] (ยกเลิก)
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๒
ประมวล สภาวสุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐ บัญญัติให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องดำเนินการโดยบุคคลอื่นซึ่งมิใช่นายจ้าง และต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดการและค่าใช้จ่ายในการจัดการกองทุนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และการรายงานฐานะการเงินของกองทุนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๑๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามที่กำหนดไว้เดิมไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวโดยกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถเลือกที่จะนำเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ได้มากขึ้นและในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๑๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้ธนาคารและบริษัทประกันชีวิตเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ด้วยและเพิ่มประเภทของสินทรัพย์ที่จะให้กองทุนเลือกลงทุนได้มากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมทั้งให้ลูกจ้างกู้ยืมเงินในส่วนที่เป็นเงินสะสมและผลประโยชน์ไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัยของตนเองหรือใช้ในการพัฒนาการศึกษาอบรมของตนเองและครอบครัวได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๑๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ เพื่อส่งเสริมให้มีผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้กว้างขวางขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐[๑๗]
หมายเหตุ : - เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยกำหนดให้การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติว่าด้วยการจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และยกเลิกบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำบัญชีแสดงฐานะการเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดังนั้น เพื่อให้เป็นการสอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวสมควรยกเลิกการให้ผู้จัดการกองทุนยื่นรายงานแสดงการจัดการกองทุนและรายงานแสดงฐานะการเงินของกองทุน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ฐิติพงษ์/แก้ไข
๒๑ กันยายน ๒๕๔๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๐๐/หน้า ๓๑๐/๒๗ มิถุนายน ๒๕๓๒
[๒] มาตรา ๑ นิยามคำว่า “หน่วยลงทุน” แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๓] มาตรา ๑ นิยามคำว่า “บริษัทหลักทรัพย์” เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๔] มาตรา ๑ นิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น” เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๕] มาตรา ๑ นิยามคำว่า “ตราสารแสดงสิทธิในหนี้” เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๖] มาตรา ๑ นิยามคำว่า “บริษัทประกันชีวิต” เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๗] มาตรา ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๘] มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๙] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๑๐] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๑๑] มาตรา ๙ ยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๑๒] มาตรา ๑๐ ยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๑๓] มาตรา ๑๑ ยกเลิกโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. ๒๕๓๐
[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๗๘/หน้า ๘๕๓/๘ ตุลาคม ๒๕๓๔
[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๘ ก/หน้า ๑๓/๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘
[๑๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๔/๓๐ สิงหาคม ๒๕๓๘
[๑๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๒๘ ก/หน้า ๑/๒๙ มีนาคม ๒๕๔๓