ข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์
ว่าด้วยการสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
พ.ศ. ๒๕๔๙
อาศัยความตามมาตรา ๒๓ (๔) (ฑ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๗ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ออกข้อบังคับ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ ว่าด้วยการสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๙”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์
“คณะอนุกรรมการสอบ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการที่สภาเทคนิคการแพทย์แต่งตั้งเพื่อดำเนินการสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
“การสอบ” หมายความว่า การสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
ข้อ ๔ ให้สภาเทคนิคการแพทย์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการจัดสอบความรู้อย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง
กำหนดการสอบ วิธีการสอบ วัน เวลา สถานที่สอบและการปฏิบัติในการสอบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่สภาเทคนิคการแพทย์ประกาศกำหนด
ข้อ ๕ ผู้สมัครสอบความรู้ ได้แก่ ผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จากสถาบันที่สภาเทคนิคการแพทย์รับรอง
ข้อ ๖ ผู้ประสงค์จะขอสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบ สทนพ.๖ ท้ายข้อบังคับนี้ ต่อเลขาธิการ พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
(๓) สำเนาปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา
(๔) ใบรับรองแพทย์ ตามแบบที่สภาเทคนิคการแพทย์กำหนด
(๕) ภาพถ่ายหน้าตรง ครึ่งตัว ท่าปกติ ไม่สวมแว่นตาดำ ไม่สวมหมวก ซึ่งถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ ภาพ
(๖) หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)
ข้อ ๗ การสอบความรู้ ประกอบด้วย วิชาที่สอบ ดังนี้
๗.๑ วิชากฎหมาย จรรยาบรรณและการบริหารจัดการ
๗.๒ วิชาเฉพาะทางเทคนิคการแพทย์
ข้อ ๘ คำถามและคำตอบในการสอบความรู้ให้ใช้เป็นภาษาไทย
ข้อ ๙ เกณฑ์การสอบผ่านการสอบความรู้ ผู้สอบต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของคะแนนทั้งหมด
ข้อ ๑๐ ผู้ที่สอบความรู้ผ่านตามข้อ ๗ ให้คณะอนุกรรมการสอบนำผลการสอบเสนอคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์พิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
ในกรณีที่คณะกรรมการเทคนิคการแพทย์พิจารณาไม่อนุมัติ ให้เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์แจ้งผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทราบ พร้อมทั้งเหตุผลในการไม่อนุมัติ
ข้อ ๑๑ ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท
ข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการสอบที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบใหม่ตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๓ ให้ผู้ที่ได้สอบผ่านความรู้ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ที่สอบผ่านความรู้ตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙
สมชาย วิริยะยุทธกร
นายกสภาเทคนิคการแพทย์
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ (แบบ สทนพ.๖)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
นันทนา/ผู้จัดทำ
๗ มิถุนายน ๒๕๔๙