ข้อบังคับทันตแพทยสภา
ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในการสอบความรู้
เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
พ.ศ. ๒๕๕๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๔) (ซ) มาตรา ๓๒ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะกรรมการทันตแพทยสภาออกข้อบังคับว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในการสอบความรู้ เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“การสอบความรู้” หมายความว่า การประเมินและรับรองความรู้ ความสามารถในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมจากทันตแพทยสภา
“คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม” หมายความว่า คณะอนุกรรมการที่ทันตแพทยสภาแต่งตั้งขึ้นให้เป็นผู้ดำเนินการสอบความรู้ เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
ขั้นตอนและวัตถุประสงค์ของการสอบ
ข้อ ๔ การสอบความรู้ ประกอบด้วย การสอบสองขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
(๑) ขั้นตอนที่หนึ่ง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน
(๒) ขั้นตอนที่สอง เป็นการสอบเพื่อประเมินความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกและมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายทางวิชาชีพ และข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมด้วย
หมวด ๒
การสมัครสอบและคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
ข้อ ๕ ผู้ใดประสงค์จะสมัครสอบ ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ยื่นใบสมัครสอบ ตามแบบที่ทันตแพทยสภากำหนด พร้อมด้วยหลักฐาน และเอกสารต่างๆ ตามประกาศทันตแพทยสภา
(๒) ชำระค่าสมัครสอบแต่ละครั้งตามอัตราที่กำหนดในประกาศทันตแพทยสภาโดยทันตแพทยสภาจะไม่คืนเงินค่าสมัครสอบให้ ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น
ข้อ ๖ ผู้มีสิทธิสมัครสอบ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) ประเภทที่หนึ่ง เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือทันตแพทยสภารับรอง
(๒) ประเภทที่สอง เป็นผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือทันตแพทยสภารับรอง
(๓) ประเภทที่สาม เป็นผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตและได้รับปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่ทันตแพทยสภารับรอง
ข้อ ๗ ผู้มีสิทธิสมัครสอบ จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการสอบแต่ละขั้นตอน ดังนี้
(๑) การสอบขั้นตอนที่หนึ่ง ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง หรือประเภทที่สอง หรือประเภทที่สาม
สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาว่า ได้ศึกษาวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน (ระดับปรีคลินิก) หรือเทียบเท่ามาแล้วครบตามกรอบเนื้อหาตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ทันตแพทยสภากำหนด
(๒) การสอบขั้นตอนที่สอง ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง หรือประเภทที่สอง หรือประเภทที่สาม และต้องเป็นผู้สอบผ่านขั้นตอนที่หนึ่งมาแล้ว
สำหรับผู้มีคุณสมบัติประเภทที่หนึ่ง ต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษาว่าได้ศึกษาความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิกและทักษะ (ระดับคลินิก) ครบตามกรอบเนื้อหา ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขตามที่ทันตแพทยสภากำหนด
ข้อ ๘ ให้เลขาธิการทันตแพทยสภา ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบและแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้สมัครสอบทราบก่อนกำหนดสอบไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ หากพบว่าผู้สมัครสอบผู้ใดขาดคุณสมบัติ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิในการสอบครั้งนั้น ผู้สมัครสอบผู้ใดที่แสดงหลักฐานหรือเอกสารอันเป็นเท็จ แม้จะได้ตรวจสอบพบในภายหลังจากการประกาศผลสอบแล้วก็ตาม ให้ถือว่าการสอบในครั้งนั้นของผู้นั้นเป็นโมฆะหรือไม่มีผล
หมวด ๓
การสอบ
ข้อ ๙ ทันตแพทยสภาต้องจัดให้มีการสอบความรู้แต่ละขั้นตอนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๑๐ ให้ทันตแพทยสภาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม อาจแต่งตั้งคณะทำงานได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๑๑ ให้คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม มีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขหรือวิธีปฏิบัติเพิ่มเติมในรายละเอียดการสอบได้ เพื่อให้การสอบดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๒ ให้คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม ประกาศ หัวข้อ กรอบเนื้อหาที่สอบ และรูปแบบของข้อสอบของกลุ่มวิชาของแต่ละขั้นตอนให้ผู้สมัครสอบทราบทุกปี พร้อมกำหนดการสอบ
ข้อ ๑๓ ข้อสอบที่ใช้สอบ และการเขียนคำตอบให้ใช้ภาษาไทย เว้นแต่ถ้อยคำเฉพาะทางเทคนิคเท่านั้น
ข้อ ๑๔ ผู้มีสิทธิเข้าสอบต้องปฏิบัติตนในการสอบตามระเบียบทันตแพทยสภาว่าด้วยการปฏิบัติในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๑๕ เมื่อผู้สมัครสอบขั้นตอนใดในการสอบครั้งใด ได้รับการพิจารณาว่ามีสิทธิเข้าสอบแต่ไม่สามารถเข้ารับการสอบในครั้งนั้นได้ อาจขอเลื่อนการสอบไปในครั้งถัดไปได้ โดยทำหนังสือชี้แจงแสดงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการทันตแพทยสภา เพื่อเสนอให้ประธานคณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรมพิจารณาอนุมัติ หากการขอเลื่อนสอบด้วยเหตุผลจากการเจ็บป่วย จะต้องมีใบรับรองแพทย์แสดงด้วย ทั้งนี้การขอเลื่อนการสอบจะกระทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับการสมัครสอบครั้งนั้น
เมื่อผู้สมัครสอบผู้นั้น ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการสอบแล้ว เมื่อมีการสอบขั้นตอนนั้นในครั้งต่อไปถ้าผู้ที่ขอเลื่อนสอบไม่เข้าสอบอีก จะถือว่าผู้นั้นขาดสอบ และถือว่าสอบไม่ผ่านในขั้นตอนนั้น
หมวด ๔
การตัดสินและเงื่อนไขผลการสอบ
ข้อ ๑๖ การตัดสินผลการสอบ ใช้หลักการกำหนดเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำของข้อสอบที่ใช้ในการสอบแต่ละครั้ง ในแต่ละกลุ่มวิชาของแต่ละขั้นตอน ผู้สอบที่มีผลการสอบเท่ากับหรือสูงกว่าค่าที่กำหนด จะถือว่าเป็นผู้สอบผ่านในแต่ละกลุ่มวิชาของขั้นตอนนั้น
คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม เป็นผู้พิจารณาตัดสินผลการสอบโดยความเห็นชอบคณะกรรมการทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๗ ผู้ที่สอบไม่ผ่านในกลุ่มวิชาใดในขั้นตอนใด ให้มีสิทธิสมัครสอบใหม่เฉพาะกลุ่มวิชาที่ยังสอบไม่ผ่านในขั้นตอนนั้นได้ ทั้งนี้ให้สอบผ่านให้ครบทุกกลุ่มวิชาตามที่กำหนดไว้ภายในระยะเวลาสามปี นับแต่วันที่ประกาศผลสอบครั้งแรกของขั้นตอนนั้น
ข้อ ๑๘ ผู้สอบที่สอบผ่านครบถ้วนทุกขั้นตอนการสอบความรู้ และมีผลการสอบตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว มีสิทธิขอหนังสือรับรองผลการสอบ หรือขอใบแทนหนังสือรับรองผลการสอบแล้วแต่กรณีได้ โดยยื่นคำขอตามแบบที่กำหนดต่อเลขาธิการทันตแพทยสภา พร้อมค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด
ข้อ ๑๙ ในกรณีที่มีปัญหาในการสอบที่ต้องวินิจฉัยตามข้อบังคับนี้ ให้คณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
หมวด ๕
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๐ ข้อบังคับนี้ มิให้ใช้บังคับกับ
(๑) ผู้ที่เข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือทันตแพทยสภารับรอง ก่อนปีการศึกษา ๒๕๔๘
(๒) ผู้ที่เข้าศึกษาในชั้นปีที่ ๒ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตในคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา ๒๕๔๘
ข้อ ๒๑ ผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ในสถาบันการศึกษาในประเทศไทยที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือทันตแพทยสภารับรอง ที่เคยเข้าสอบขั้นตอนที่หนึ่งตามข้อ ๗ (๑) ตามข้อบังคับนี้ ในขณะที่ข้อบังคับนี้ยังไม่มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าการสอบนั้นมีผลตามเงื่อนไขการสอบตามข้อบังคับนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการสอบนั้น
ข้อ ๒๒ ให้คณะอนุกรรมการสอบความรู้เพื่อพิจารณารับขึ้นทะเบียน และออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จากสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่ทันตแพทยสภารับรอง ที่คณะกรรมการทันตแพทยสภาได้แต่งตั้งขึ้นก่อนที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ได้ต่อไป แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ จากนั้นให้มอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ที่ยังไม่แล้วเสร็จ (ถ้ามี) ให้กับคณะอนุกรรมการสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรม ตามข้อบังคับนี้เพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๒๓ ผู้ที่เคยเข้าสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรมกับคณะอนุกรรมการสอบความรู้เพื่อพิจารณารับขึ้นทะเบียน และออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามข้อ ๒๒ และได้สอบผ่านครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดตามระเบียบการสอบขึ้นทะเบียนดังกล่าวก่อนที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าการสอบนั้นมีผลตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม
ข้อ ๒๔ ผู้ที่เคยเข้าสอบความรู้ในวิชาชีพทันตกรรมกับคณะอนุกรรมการสอบความรู้เพื่อพิจารณารับขึ้นทะเบียน และออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามข้อ ๒๒ แต่ยังสอบไม่ผ่านครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดตามระเบียบการสอบขึ้นทะเบียนดังกล่าวก่อนที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้นำผลการสอบรายวิชาที่สอบผ่านนั้นเก็บผลการสอบไว้ได้ แต่ผลการสอบนั้นต้องมีระยะเวลาไม่เกินสามปีนับแต่วันที่ประกาศผลสอบและให้ดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒๒ หรือตามข้อบังคับนี้แล้วแต่กรณี
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
พลโท พิศาล เทพสิทธา
นายกทันตแพทยสภา
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑