ข้อบังคับทันตแพทยสภา
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร
แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยที่เห็นเป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๑) (๔) (ฎ) และโดยความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ คณะกรรมการทันตแพทยสภาจึงออกข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ พ.ศ. ๒๕๕๐ ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติ หรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ พ.ศ. ๒๕๕๐”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ พ.ศ. ๒๕๓๙
บรรดาข้อบังคับและระเบียบอื่นในส่วนที่มีไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับข้อบังคับนี้ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“ราชวิทยาลัย” หมายความว่า ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
“อนุมัติบัตร” หรือ “วุฒิบัตร” หมายความว่า หนังสืออนุมัติหรือหนังสือแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใดสาขาหนึ่งตามหมวด ๑ แห่งข้อบังคับนี้ ซึ่งทันตแพทยสภาออกให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
“แม็กซิลโลเฟเชียล” หมายความว่า ขากรรไกร และใบหน้า ที่เกี่ยวเนื่องกับขากรรไกร
“วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก” หมายรวมถึง เวชศาสตร์ช่องปาก พยาธิวิทยาช่องปาก รังสีวิทยาช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
“โรค” หมายความว่า ความเจ็บป่วย การบาดเจ็บ ความผิดปกติของฟัน อวัยวะที่เกี่ยวกับฟันอวัยวะในช่องปาก ขากรรไกรและกระดูกใบหน้าที่เกี่ยวเนื่องกับขากรรไกร และหมายรวมถึง อาการที่เกิดจากภาวะดังกล่าว
“คณะอนุกรรมการสอบ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับอนุมัติหรือวุฒิบัตรในแต่ละสาขาที่ราชวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้นโดยความเห็นชอบจากทันตแพทยสภา
“คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับวุฒิบัตรในแต่ละสาขาที่ราชวิทยาลัยแต่งตั้งขึ้น โดยความเห็นชอบจากทันตแพทยสภา
“การฝึกอบรมแบบแยกส่วน” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถสะสมหน่วยกิตในการเรียนภาควิชาการและภาคปฏิบัติในสาขานั้นเป็นส่วนๆ และรวบรวมเข้าด้วยกันได้ในสถาบันที่เสนอโดยราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภารับรอง
“สถาบันหลัก” หมายความว่า สถาบันที่ให้การฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับวุฒิบัตรสาขาต่างๆ ที่เสนอโดยราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภารับรอง
“สถาบันร่วม” หมายความว่า สถาบันหลักที่ให้การฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับวุฒิบัตรสาขาต่างๆ ร่วมกับสถาบันหลักอื่นที่ให้การฝึกอบรมที่เสนอโดยราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภารับรอง
“สถาบันสมทบ” หมายความว่า สถาบันที่ให้การฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมเพื่อรับวุฒิบัตรสาขาต่างๆ โดยอยู่ในการกำกับดูแลของสถาบันหลักที่เสนอโดยราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภารับรอง
สาขาที่ออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ
ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ข้อ ๕ สาขาการประกอบวิชาชีพทันตกรรมที่ออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม มีดังนี้
(๑) ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล
(๒) ปริทันตวิทยา
(๓) ทันตกรรมสำหรับเด็ก
(๔) ทันตกรรมจัดฟัน
(๕) ทันตกรรมประดิษฐ์
(๖) ทันตสาธารณสุข
(๗) วิทยาเอ็นโดดอนต์
(๘) ทันตกรรมหัตถการ
(๙) วิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก
(๑๐) ทันตกรรมทั่วไป
(๑๑) สาขาอื่นๆ โดยออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา
หมวด ๒
การออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ
ในการประกอบวิชาชีพทางทันตกรรม
ส่วนที่ ๑
คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขออนุมัติหรือวุฒิบัตร
เป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ข้อ ๖ ผู้ยื่นคำขอวุฒิบัตรเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใด
(๑) ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ และ
(๒) ต้องเป็นผู้ได้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขานั้นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี ตามหลักสูตรของราชวิทยาลัย หรือที่ทันตแพทยสภารับรองจากสถาบันที่ราชวิทยาลัยหรือทันตแพทยสภารับรอง
การยื่นคำขอวุฒิบัตรเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใดของผู้มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมของต่างประเทศตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่มีสิทธิเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทย จนกว่าจะผ่านการสอบเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ราชวิทยาลัยกำหนด โดยออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา
ข้อ ๗ ผู้ยื่นคำขออนุมัติบัตรเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาใด ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ และเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาหรือฝึกอบรมหลังปริญญาทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หรือมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้น โดยมีคำรับรองของหัวหน้าหน่วยงาน ตามหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) ได้รับวุฒิบัตรหรือเทียบเท่า แสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมในสาขานั้นจากสถาบันในต่างประเทศที่ทันตแพทยสภารับรอง เพื่อการสมัครสอบเป็นผู้ชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
(๒) ได้รับปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขานั้น และได้รับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสาขานั้นที่มีระยะเวลาการศึกษาหรือฝึกอบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี จากสถาบันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือทันตแพทยสภารับรองโดยข้อเสนอจากราชวิทยาลัย และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี
(๓) สำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมในสาขานั้นที่มีหลักสูตรการศึกษาหรือฝึกอบรมเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี จากสถาบันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือทันตแพทยสภารับรองโดยข้อเสนอจากราชวิทยาลัย
(๔) ได้รับประกาศนียบัตรบัณฑิตหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง หรือปริญญาโทในสาขานั้น ที่มีระยะเวลาในการศึกษาหรือฝึกอบรม ๑ ปีการศึกษาจากสถาบันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรือทันตแพทยสภารับรองโดยข้อเสนอจากราชวิทยาลัยและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นติดต่อกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
(๕) มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในสาขานั้นไม่น้อยกว่า ๕ ปี
หัวหน้าหน่วยงานในวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ในกรณีที่ทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือรับรองตนเองในกรณีที่ไม่มีผู้บังคับบัญชา
ส่วนที่ ๒
การขอและออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขาต่างๆ
ข้อ ๘ ผู้ประสงค์ขออนุมัติหรือวุฒิบัตร ให้ยื่นคำขอและชำระเงินค่าสมัครที่สำนักงานเลขาธิการราชวิทยาลัย ภายในระยะเวลาที่ราชวิทยาลัยกำหนดพร้อมเอกสาร หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้
(๑) คำขอตามแบบที่ราชวิทยาลัยกำหนดไว้
(๒) หลักฐานแสดงคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ
(๓) หลักฐานการฝึกอบรม การปฏิบัติงาน
(๔) เอกสาร หรือหลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี)
(๕) ค่าธรรมเนียมการสมัครสอบความรู้เพื่อขออนุมัติหรือวุฒิบัตรให้ออกเป็นระเบียบราชวิทยาลัย
ส่วนที่ ๓
การประเมินคุณสมบัติผู้ขออนุมัติหรือวุฒิบัตร
ข้อ ๙ ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยรวบรวมคำขอ เอกสารและหลักฐานต่างๆ ของผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๗ และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ แห่งข้อบังคับนี้ ส่งให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรม และสอบสาขานั้นๆ พิจารณาประเมินคุณสมบัติ
ข้อ ๑๐ เมื่อคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นได้ประเมินคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและหลักสูตรในการสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตร ตามที่คณะกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นๆ กำหนดและอนุมัติให้ผู้ยื่นคำขอนั้นมีสิทธิสอบแล้ว ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น ส่งรายชื่อผู้มีสิทธิสอบให้เลขาธิการราชวิทยาลัยเพื่อประกาศและแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ก่อนวันสอบ
ในกรณีที่เร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์แก่ผู้ยื่นคำขอ เลขาธิการราชวิทยาลัยอาจแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาดังกล่าวในวรรคแรกก็ได้
ส่วนที่ ๔
การสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตร
ข้อ ๑๑ ผู้ที่ผ่านการพิจารณาให้มีสิทธิสอบแล้ว ต้องสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ตามหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไขและหลักสูตรในการสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตร ตามที่คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นๆ กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะผู้บริหารราชวิทยาลัย และโดยอนุมัติจากคณะกรรมการทันตแพทยสภา
หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและหลักสูตรในการสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรทุกสาขาให้ออกเป็นระเบียบราชวิทยาลัย
ข้อ ๑๒ การสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตร ให้คณะอนุกรรมการสอบดำเนินการดังนี้
(๑) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๖ หรือข้อ ๗ แห่งข้อบังคับนี้ ให้คณะอนุกรรมการสอบออกข้อสอบและจัดให้มีการสอบดังต่อไปนี้
(ก) การสอบข้อเขียน ประกอบด้วย การสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่สอบนั้น การสอบจรรยาบรรณในวิชาชีพและการสอบความรู้ทางวิชาการในสาขานั้นด้วย และ
(ข) การสอบปากเปล่า และหรือร่วมกับการสอบอื่นๆ ตามที่พิจารณาเห็นสมควรการสอบข้อเขียนตาม (ก) หรือการสอบปากเปล่า และหรือการสอบอื่นๆ ตาม (ข) ให้เก็บสะสมไว้ได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขากำหนดโดยอนุมัติจากคณะผู้บริหารราชวิทยาลัย
(๒) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๗ (๑) ให้คณะอนุกรรมการสอบจัดสอบปากเปล่า และหรือร่วมกับการสอบอื่นๆ ตามที่พิจารณาเห็นสมควร ให้ยกเว้นเฉพาะการสอบข้อเขียน
ข้อ ๑๓ การสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรให้จัดให้มีขึ้นอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
กำหนดการสอบ วัน เวลา และสถานที่สอบ ให้เลขาธิการราชวิทยาลัยจัดทำเป็นประกาศราชวิทยาลัย และทำหนังสือแจ้งให้ผู้มีสิทธิสอบทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วันก่อนการสอบ
ข้อ ๑๔ การปฏิบัติในการเข้าสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรให้ผู้เข้าสอบปฏิบัติตามระเบียบทันตแพทยสภาว่าด้วยการปฏิบัติในการเข้าสอบของสมาชิกทันตแพทยสภา
ข้อ ๑๕ เกณฑ์การตัดสินผู้ที่จะได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรในสาขาใด จะต้องสอบผ่าน ดังนี้
(ก) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๖ หรือ ๗ ยกเว้นข้อ ๗ (๑) แห่งข้อบังคับนี้ จะต้องสอบผ่านการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า และหรือร่วมกับการสอบอื่นๆ (ถ้ามี)
(ข) ผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๗ (๑) แห่งข้อบังคับนี้จะต้องสอบผ่านการสอบปากเปล่าและหรือร่วมกับการสอบอื่นๆ (ถ้ามี)
ข้อ ๑๖ ให้คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา รายงานผลการสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรต่อคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นพิจารณา เพื่อนำเสนอต่อราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๑๗ ให้ทันตแพทยสภาออกอนุมัติหรือวุฒิบัตรให้แก่ผู้ที่คณะกรรมการทันตแพทยสภาอนุมัติให้ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรในสาขานั้น และให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรมีศักดิ์และสิทธิเป็นสมาชิกสามัญราชวิทยาลัย
ข้อ ๑๘ แบบอนุมัติหรือวุฒิบัตรให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในท้ายข้อบังคับนี้
ส่วนที่ ๕
คณะอนุกรรมการสอบ
ข้อ ๑๙ ให้คณะผู้บริหารราชวิทยาลัย แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา มีจำนวนอย่างน้อยสาขาละ ๕ คน แต่ไม่เกินสาขาละ ๑๐ คน โดยการเสนอแนะจากคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น
ข้อ ๒๐ ให้คณะอนุกรรมการสอบแต่ละสาขาเลือกประธานและเลขานุการ
ข้อ ๒๑ อนุกรรมการสอบ มีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
(๒) ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้น ๆ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องจากทันตแพทยสภา หรือสาขาที่ทันตแพทยสภากำหนด
(๓) ไม่เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ข้อ ๒๒ วาระของอนุกรรมการสอบแต่ละสาขา ให้เป็นไปตามวาระการสอบแต่ละครั้งโดยอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้
ข้อ ๒๓ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ อนุกรรมการสอบพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
(๔) คณะผู้บริหารราชวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง โดยอนุมัติทันตแพทยสภา
ข้อ ๒๔ ค่าตอบแทนอนุกรรมการสอบ ให้เป็นไปตามระเบียบราชวิทยาลัย
ส่วนที่ ๖
คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ
ข้อ ๒๕ ให้คณะผู้บริหารราชวิทยาลัย แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขามีจำนวนอย่างน้อยสาขาละ ๕ คน แต่ไม่เกินสาขาละ ๑๕ คน
ข้อ ๒๖ ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขา เลือกประธานและเลขานุการ
ข้อ ๒๗ อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ มีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
(๒) ได้รับอนุมัติหรือวุฒิบัตรสาขานั้นๆ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องจากทันตแพทยสภา หรือสาขาที่ทันตแพทยสภากำหนด
(๓) ไม่เคยถูกพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ข้อ ๒๘ วาระของอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบแต่ละสาขา อยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะผู้บริหารราชวิทยาลัย และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้
ข้อ ๒๙ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม
(๔) คณะผู้บริหารราชวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง โดยอนุมัติทันตแพทยสภา
ข้อ ๓๐ อำนาจและหน้าที่อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ มีดังนี้
(๑) วางเป้าหมายการฝึกอบรมสาขานั้น เพื่อเสนอราชวิทยาลัย
(๒) กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมสาขานั้น เพื่อเสนอราชวิทยาลัย
(๓) กำหนดหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจัดการฝึกอบรมและการปฏิบัติงานสาขานั้นเพื่อเสนอราชวิทยาลัย
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์การรับรองสถาบันที่ให้การฝึกอบรมสาขานั้น เพื่อเสนอราชวิทยาลัย ทั้งนี้ การรับรองสถาบันหลัก สถาบันร่วมหรือสถาบันสมทบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่กำหนดในระเบียบราชวิทยาลัย โดยความเห็นชอบจากทันตแพทยสภา
(๕) ประเมินคุณภาพของสถาบันที่ให้การฝึกอบรมสาขานั้นเพื่อเสนอให้ราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภาพิจารณาให้การรับรอง การประเมินคุณภาพดังกล่าวให้ดำเนินการอย่างน้อยทุก ๕ ปี
(๖) ประเมินคุณสมบัติและพิจารณาการอนุมัติให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรของผู้ยื่นคำขอเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตร ตามแต่กรณี
(๗) กำกับการดำเนินการสอบ ตัดสินผลการสอบ และรายงานผลการสอบเพื่ออนุมัติหรือวุฒิบัตรต่อราชวิทยาลัย
(๘) ติดตามผล ดำเนินการแก้ปัญหาการฝึกอบรมสาขานั้นพร้อมทั้งให้เสนอแนะการฝึกอบรมต่อราชวิทยาลัย
(๙) ควบคุม กำกับดูแล เพื่อให้การฝึกอบรมสาขานั้นดำเนินไปตามเป้าหมายที่ราชวิทยาลัยกำหนด
(๑๐) พิจารณาการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพทันตกรรมของสาขานั้น เพื่อเสนอต่อราชวิทยาลัยและทันตแพทยสภา
(๑๑) คัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรมสาขานั้นร่วมกับสถาบันหลักตามที่กำหนดไว้ ในข้อบังคับนี้
ข้อ ๓๑ ค่าตอบแทนคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบ ให้เป็นไปตามระเบียบราชวิทยาลัย
ส่วนที่ ๗
การฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตร
ข้อ ๓๒ การฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญสาขาต่างๆ ในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมแบ่งออกเป็น
(๑) การฝึกอบรมตามระบบ
(๒) การฝึกอบรมแบบแยกส่วน
ข้อ ๓๓ การฝึกอบรมตามระบบ ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ระยะเวลาการฝึกอบรมต้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี
(๒) หลักสูตรการฝึกอบรม
(ก) ต้องเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภา โดยการเสนอแนะของราชวิทยาลัย หรือ
(ข) ต้องเป็นหลักสูตรของทันตแพทยสภาโดยผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น โดยการเสนอแนะของราชวิทยาลัย
(๓) สถาบันที่ทำการฝึกอบรมสาขาใด จะต้องได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภาโดยผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น และโดยการเสนอแนะของราชวิทยาลัย
(๔) วิธีการฝึกอบรม ประกอบด้วย
(ก) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือ
(ข) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี และในสถาบันร่วมหรือสถาบันสมทบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี
(ค) ฝึกอบรมในสถาบันหลักเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี และในสถาบันร่วมหรือสถาบันสมทบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี
(๕) การจัดการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน เพื่อวุฒิบัตรทุกสาขา
(ก) ภาควิชาการ ได้แก่ การบรรยาย การประชุมวิชาการ การสัมมนา วารสารสโมสรต้องไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต หรือ ๔๕๐ ชั่วโมง แบ่งเป็นการศึกษาความรู้ทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานหรือวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะเวลาประมาณร้อยละ ๓๐ และการศึกษาความรู้ในสาขานั้นหรือสาขาที่เกี่ยวข้องประมาณร้อยละ ๗๐
(ข) ภาคปฏิบัติงาน ต้องมีระยะเวลาในการฝึกปฏิบัติงานในสาขานั้น ไม่น้อยกว่า ๒ ปีหรือประมาณ ๓,๐๐๐ ชั่วโมง
การจัดการฝึกอบรมภาควิชาการ และภาคปฏิบัติตาม (ก) และ (ข) อาจจะผสมผสานกันหรือแยกกันโดยอยู่ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีก็ได้
ข้อ ๓๔ การฝึกอบรมแบบแยกส่วน ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ระยะเวลาการฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรม สถาบันที่ทำการฝึกอบรมและวิธีการฝึกอบรม ให้เป็นไปตามข้อ ๓๓ (๑) (๒) และ (๓) แห่งข้อบังคับนี้
(๒) การจัดการฝึกอบรมและปฏิบัติงาน เพื่อวุฒิบัตรประกอบด้วย
(ก) ภาควิชาการ ได้แก่ การบรรยาย การประชุมวิชาการ การสัมมนา วารสารสโมสรโดยมีการเรียนแบบแยกส่วนในสาขานั้น เทียบเท่า ๓๐ หน่วยกิต หรือมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปีโดยผู้เข้ารับการอบรมอาจสะสมหน่วยกิตในสาขานั้นไว้ได้จนครบตามที่กำหนดได้ภายในระยะเวลา ๑ ถึง ๕ ปี ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า ๑ ปี แต่ต้องไม่เกิน ๕ ปี
(ข) ภาคปฏิบัติงาน อาจแบ่งระยะเวลาการปฏิบัติงานในสาขานั้นเป็นช่วง ช่วงละ ๓ เดือนถึง ๒ ปี โดยต้องปฏิบัติงานจนครบในสาขานั้น ภายใน ๖ ปี ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติงานในสถาบันที่ราชวิทยาลัยกำหนด โดยความเห็นชอบจากทันตแพทยสภา
ส่วนที่ ๘
การสมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตร
ข้อ ๓๕ ผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗
ทันตแพทยสภาอาจอนุมัติให้ผู้ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมของต่างประเทศเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรในสาขาใดได้เมื่อ
(๑) เป็นไปตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ และ
(๒) มีสถาบันให้การฝึกอบรมรับเข้าฝึกอบรม และ
(๓) ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้น โดยความเห็นชอบจากราชวิทยาลัย
ให้ผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใด ยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับนี้ที่สำนักงานเลขาธิการราชวิทยาลัย ภายในระยะเวลาที่ราชวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๓๖ การคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใด ให้ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบสาขานั้นร่วมกับผู้แทนจากสถาบันหลักที่ให้การฝึกอบรมสาขานั้นซึ่งเสนอโดยราชวิทยาลัย ด้วยความเห็นชอบจากทันตแพทยสภา
ข้อ ๓๗ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและทางราชการ คณะกรรมการทันตแพทยสภาจะกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อวุฒิบัตรสาขาใด และจัดสรรผู้ผ่านการฝึกอบรมในสาขานั้นให้ไปปฏิบัติงานในที่ใดก็ได้ โดยข้อเสนอจากราชวิทยาลัย ทั้งนี้ให้ออกเป็นระเบียบทันตแพทยสภา
หมวด ๓
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๘ ให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบตามข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัติแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทันตกรรมสาขาต่างๆ พ.ศ. ๒๕๓๙ ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะอนุกรรมการชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
พลโท พิศาล เทพสิทธา
นายกทันตแพทยสภา
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๐